
เล็บมีจุดสีขาว ขาดวิตามินอะไร

หลายคนเชื่อว่าเล็บมีจุดสีขาวเกิดจากการขาดวิตามินหรือแร่ธาตุบางชนิด ซึ่งในบางกรณีอาจเกี่ยวข้องกับภาวะขาดสารอาหารต่อไปนี้
-
สังกะสี : การขาดสังกะสีอาจทำให้เกิดจุดสีขาวบนเล็บได้ เนื่องจากสังกะสีมีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของเซลล์เล็บ แต่หากร่างกายขาดสังกะสีจริงมักจะมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ผมร่วง ผิวหนังอักเสบ
-
แคลเซียม : แคลเซียมเป็นสารอาหารสำคัญสำหรับเล็บเช่นกัน หากร่างกายมีแคลเซียมไม่เพียงพออาจพบดอกเล็บได้เช่นกัน
-
ธาตุเหล็ก : การขาดธาตุเหล็กอาจส่งผลให้เล็บเปราะบางและมีความผิดปกติอย่างเล็บมีจุดสีขาว หนังเล็บลอก หรือเล็บเป็นรูปช้อน เป็นต้น
เล็บมีจุดสีขาว เกิดจากอะไรได้บ้าง
ถ้าไม่ได้ขาดวิตามิน
1. การบาดเจ็บที่เล็บ

2. การใช้สารเคมีกับเล็บบ่อย ๆ
3. การติดเชื้อรา

4. ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด
5. โรคเรื้อรังบางชนิด

6. โรคทางพันธุกรรม
เล็บมีจุดสีขาว หายเองได้ไหม
โดยทั่วไปแล้ว จุดสีขาวบนเล็บที่เกิดจากการบาดเจ็บหรือการแพ้จะค่อย ๆ เลื่อนออกไปจากการที่เล็บงอกใหม่ และหายไปเองโดยไม่ต้องรักษา แต่อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน แล้วแต่ร่างกายของแต่ละคนว่าเล็บยาวเร็วหรือยาวช้า
แต่หากเล็บมีสีขาวจากปัญหาสุขภาพ เช่น การติดเชื้อรา หรือโรคทางผิวหนัง รวมไปถึงโรคที่เป็นอยู่เดิม กลุ่มนี้จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาโรคที่มีให้หาย พร้อมทั้งดูแลสุขภาพโดยรวมให้กลับมาแข็งแรงไว ๆ
เล็บมีสีขาว รักษายังไงได้บ้าง
การรักษาหรือป้องกันการเกิดจุดสีขาวบนเล็บสามารถทำได้หลายวิธีตามสาเหตุที่ทำให้เล็บมีจุดสีขาว เช่น
-
หากเกิดจากการบาดเจ็บหรือการแพ้ ต้องหลีกเลี่ยงการกระทบกระแทกกับเล็บ และค่อย ๆ ตัดเล็บที่ยาวออกไปจนกว่าพื้นที่สีขาวจะถูกตัดจนหมดไปด้วย
-
หากเกิดจากการติดเชื้อรา ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาด้วยยาต้านเชื้อรา
-
หากเกิดจากโรคเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม กินยาและปฏิบัติตัวตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้ไว ซึ่งจะช่วยคืนสุขภาพที่ดีให้เล็บและร่างกายโดยรวมได้
ทั้งนี้ หากพบความผิดปกติกับเล็บไม่ว่าจะกรณีใด ๆ อาจจะต้องพบแพทย์เพื่อเช็กอาการโดยเร็ว
เล็บมีสีขาวแบบไหนควรพบแพทย์

แม้ว่าจุดสีขาวบนเล็บส่วนใหญ่มักไม่เป็นอันตราย แต่ในบางกรณีอาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรง ควรไปพบแพทย์หากพบอาการต่อไปนี้
-
จุดสีขาวเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก หรือมีหลายเล็บพร้อมกัน
-
เล็บเปราะบาง แยกเป็นชั้น เล็บหลุดลอกง่าย หรือจุดสีขาวเปลี่ยนเป็นสีเหลือง สีน้ำตาล
-
มีอาการเจ็บ ปวด หรือบวมรอบ ๆ เล็บ
-
เล็บเปลี่ยนรูปร่างผิดปกติ มีรอยบุ๋ม หรือมีการงอกที่ผิดปกติ
-
มีอาการผิดปกติอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น เหนื่อยง่าย ตัวซีด มีไข้ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับไตหรือตับ
เล็บมีสีขาวเป็นเรื่องไกลตัวได้
ถ้าดูแลเล็บให้ดี

ถ้าเราดูแลเล็บให้มีสุขภาพดีก็จะช่วยลดความเสี่ยงภาวะดอกเล็บหรือเล็บมีสีขาวได้ โดยวิธีดูแลเล็บก็ทำได้ง่าย ๆ ตามนี้
-
รักษาความสะอาดด้วยการล้างมือและเล็บเป็นประจำด้วยสบู่อ่อน ๆ และน้ำสะอาด ที่สำคัญควรต้องเช็ดมือให้แห้งเพื่อป้องกันการติดเชื้อจากเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราที่เล็บ
-
รักษาความชุ่มชื้นให้มือและเล็บ โดยทาครีมบำรุงมือและเล็บเป็นประจำ โดยเฉพาะหลังล้างมือ
-
ตัดเล็บอย่างระวัง ควรตัดเล็บเป็นแนวตรง ตะไบเล็บให้มน เพื่อป้องกันเล็บฉีกขาด ลดความเสี่ยงเป็นเล็บขบ หลีกเลี่ยงการตัดเล็บสั้นจนเกินไป เพราะเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและติดเชื้อ
-
หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีกับเล็บ หรือหากมีผิวบอบบางแพ้ง่าย ควรใส่ถุงมือเมื่อต้องสัมผัสกับผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำยาล้างจาน น้ำยาซักผ้า น้ำยาล้างห้องน้ำ หรือน้ำยาทำความสะอาดอื่น ๆ
-
ไม่กัดเล็บ ดึงจมูกเล็บ หรือดึงหนังรอบ ๆ เล็บ เพราะอาจสร้างบาดแผลและเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้
-
สำหรับเล็บเท้า ควรเลือกรองเท้าที่สวมใส่สบาย ไม่คับ หัวรองเท้าไม่บีบเล็บ และให้ระมัดระวังเวลาวางของหนัก ๆ ไว้ใกล้เท้า
-
รับประทานอาหารให้ครบหลักโภชนาการ โดยเฉพาะอาหารที่เกี่ยวข้องกับความแข็งแรงของเล็บ ทั้งธาตุเหล็ก สังกะสี แคลเซียม โปรตีน ไบโอติน เป็นต้น
-
ดูแลสุขภาพโดยรวมให้แข็งแรงจากภายใน หากเจ็บป่วยด้วยโรคอะไรก็พยายามรักษาโรคนั้นให้หาย หรืออย่างน้อย ๆ ก็พอให้โรคสงบ ไม่ลุกลาม
หากใครเจอว่าเล็บมีจุดสีขาว ลองสังเกตอาการของตัวเองให้ดีว่ามีอาการผิดปกติอื่น ๆ ร่วมด้วยหรือไม่ ซึ่งหากไม่เจอก็ดีไป แต่หากเจอสัญญาณที่ไม่ชอบมาพากลก็ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสมด้วยนะคะ
บทความที่เกี่ยวข้องกับเล็บ
ขอบคุณข้อมูลจาก : เฟซบุ๊ก ใกล้หมอจิ๋ม, healthline.com, my.clevelandclinic.org