กระเป๋าฉุกเฉิน ควรมียาอะไรบ้าง
1. ยาประจำตัว
2. ยาสามัญประจำบ้าน
ควรจัดเตรียมยาที่ใช้บรรเทาอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยเหล่านี้ไว้ในซองเล็ก ๆ และเช็กวันหมดอายุอย่างน้อยทุก 6 เดือน
-
ยาแก้ปวด ยาลดไข้ เช่น พาราเซตามอล, ไอบูโพรเฟน
-
ยาแก้ท้องเสีย เช่น ยาธาตุน้ำขาว
-
ผงเกลือแร่ (ORS) สำหรับป้องกันภาวะขาดน้ำ
-
ยาแก้แพ้ แก้คัน เช่น คลอเฟนิรามีน, ลอราทาดีน
-
ยาลดกรด แก้ท้องอืด
-
ยาแก้คลื่นไส้อาเจียน
-
ยาดม
-
ยาทาภายนอก เช่น ยาหม่อง, ยาทาแก้แมลงสัตว์กัดต่อย, ครีมทาแก้คัน, ครีมบรรเทาอาการปวดเมื่อย, ยาฆ่าเชื้อ (เบตาดีน) เป็นต้น
-
สำหรับบ้านที่มีเด็กควรจัดเตรียมยาเฉพาะของเด็ก
3. ชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น ( First-Aid Kit)
เตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ในการรักษาบาดแผลเล็กน้อยเพื่อป้องกันการติดเชื้อ เช่น
-
ผ้าพันแผลขนาดต่าง ๆ
-
พลาสเตอร์ปิดแผล (หลายขนาด)
-
ผ้าก๊อซฆ่าเชื้อ
-
เทปกาวทางการแพทย์
-
แอลกอฮอล์หรือผ้าเช็ดทำความสะอาดที่มีแอลกอฮอล์
-
สำลี และไม้พันสำลี
-
กรรไกรตัดผ้า
-
แหนบ (สำหรับหนีบเศษเสี้ยน)
-
ถุงมือแพทย์ (สำหรับป้องกันการติดเชื้อขณะทำแผล)
ทั้งนี้ ควรตรวจสอบวันหมดอายุของยาและเวชภัณฑ์ทั้งหมดอย่างสม่ำเสมอ และเปลี่ยนยาใหม่เมื่อใกล้หมดอายุ
4. ของใช้อื่น ๆ ที่เกี่ยวกับสุขภาพ
-
หน้ากากอนามัย หรือหน้ากากอนามัยแบบ N95 (กันฝุ่นและกลิ่นรบกวน)
-
เจลล้างมือ
-
กระดาษทิชชู หรือทิชชูเปียก
-
ยากันยุง
-
ผ้าห่มฉุกเฉิน (Emergency Blanket) ช่วยให้ความอบอุ่น กันน้ำ กันแดด
-
ผ้าอ้อม หรือแผ่นรองซับ (สำหรับบ้านที่เด็กหรือผู้สูงอายุ)
-
ไม้เท้าหรือเครื่องช่วยพยุงเดิน (สำหรับบ้านที่มีผู้ป่วยเดินไม่สะดวกหรือผู้สูงอายุ)
กระเป๋าฉุกเฉินควรมีอะไรบ้าง
นอกจากยา
หลังจากจัดยาครบแล้ว จึงค่อยเติมอุปกรณ์อื่น ๆ ที่จะช่วยให้ดำรงชีวิตได้อย่างปลอดภัยและสะดวกขึ้น ดังนี้
1. อาหารและน้ำ พร้อมอุปกรณ์การกิน
-
น้ำดื่ม อย่างน้อย 3 ลิตร/คน/วัน และควรเตรียมไว้สำหรับ 3 วัน (คือ 9 ลิตร/คน) หรือหากไม่สามารถบรรจุในกระเป๋าได้ทั้งหมด ให้เตรียมเครื่องกรองน้ำแบบพกพาไว้ด้วย
-
อาหารที่ให้พลังงานสูง สามารถเก็บได้นาน เช่น ถั่วอบ, ผลไม้แห้ง, กล้วยตาก, บิสกิต, แครกเกอร์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, ปลากระป๋อง (พร้อมที่เปิดกระป๋อง), อาหารซองพร้อมทาน, หมูหย็อง, เนื้อสัตว์อบแห้ง, นม UHT, Energy Bar, Protein Bar, เจลพลังงาน, เครื่องดื่มเกลือแร่ ฯลฯ
-
จานพลาสติกหรือจานกระดาษ
-
ช้อน-ส้อมพลาสติก
-
แก้วพลาสติกหรือแก้วซิลิโคนพับได้
-
ขวดพลาสติกเปล่า (แบบ PET ที่สามารถบีบได้)
-
นมผงหรือนมกล่อง (บ้านที่มีเด็ก)
-
อาหารเฉพาะทาง (บ้านที่มีผู้สูงอายุ)
-
อาหารสัตว์ (บ้านที่มีสัตว์เลี้ยง)
2. ของใช้ส่วนตัว
-
เสื้อผ้าสำรอง อย่างน้อย 1 ชุด (เสื้อ กางเกง ชุดชั้นใน)
-
เสื้อกันฝนแบบพับได้
-
ร่มขนาดเล็ก
-
รองเท้าที่เดินสบาย
-
ผ้าอนามัย
-
ผ้าเช็ดตัวผืนเล็ก
-
สบู่/แปรงสีฟัน/ยาสีฟันแบบซอง
-
ถุงนอนขนาดเล็ก
-
ถุงดำใบใหญ่/ถุงพลาสติกหนา ๆ ใช้สำหรับเก็บขยะ หรือทำเป็นที่รองนั่งชั่วคราว
-
ถุงซิปล็อกหลายขนาด
-
ถุงปัสสาวะพกพา
-
เงินสดและเหรียญจำนวนหนึ่ง เพราะในภาวะวิกฤตตู้ ATM หรือระบบธนาคารอาจใช้งานไม่ได้
-
นาฬิกาข้อมือแบบใส่ถ่าน
3. อุปกรณ์ใช้งาน
-
ไฟฉายและถ่านสำรอง
-
แบตเตอรี่สำรอง (Power Bank)
-
นกหวีด (ใช้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ)
-
เชือกเอนกประสงค์
-
เทียน ไฟแช็กหรือไม้ขีดกันน้ำ
-
มีดพกเล็กแบบพับได้ หรือคัตเตอร์
-
ประแจหรือคีม
-
เทปพันสายไฟ
-
ถุงมือยางหรือถุงมือหนา
-
ไม้พับ/แท่งเรืองแสงเวลามืด
-
วิทยุพกพา (แบบใช้แบตเตอรี่ หรือแบบไขลาน) สำหรับรับฟังข่าวสาร
-
กระดาษหนังสือพิมพ์
-
กระดาษ/ปากกา
4. เอกสารสำคัญ
-
บัตรประชาชนหรือสำเนา
-
สำเนาทะเบียนบ้าน
-
กรมธรรม์หรือบัตรประกันชีวิต/ประกันสุขภาพ
-
ข้อมูลทางการแพทย์
-
เบอร์ติดต่อฉุกเฉิน
ควรจัดเก็บเอกสารไว้ในซองหรือถุงกันน้ำอย่างมิดชิด ควบคู่ไปกับการทำสำเนาดิจิทัล เช่น การถ่ายภาพหรือสแกนแล้วเก็บไว้ในอีเมล หรือบริการจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ จะช่วยให้เข้าถึงเอกสารได้ง่าย แม้ในขณะที่เอกสารตัวจริงสูญหายหรือเสียหาย อย่างไรก็ตาม อย่าลืมตั้งรหัสผ่านที่รัดกุม และเปิดใช้งานระบบยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน (2FA) ไว้ด้วย เพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหล
ข้อควรรู้ในการจัดเตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน
-
เลือกใช้กระเป๋าเป้สะพายหลังที่มีขนาดพอเหมาะ ไม่ใหญ่หรือหนักจนเกินไป แข็งแรง ทนทาน และมีคุณสมบัติกันน้ำได้ดี
-
ควรมีถุงคลุมกันฝน หรือถุงพลาสติกหนา หรือถุงซิปล็อกสำหรับแยกสิ่งของภายใน เพื่อป้องกันสิ่งของและเอกสารสำคัญเสียหายจากน้ำหรือความชื้น
-
จัดเรียงสิ่งของให้เป็นระเบียบตามหมวดหมู่ และเก็บไว้ในถุงซิปล็อก เพื่อหยิบใช้ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ในภาวะที่ตื่นตระหนกหรือในที่มืด
-
จัดวางของที่มีน้ำหนักมากที่สุดไว้บริเวณกึ่งกลางกระเป๋าและใกล้แผ่นหลังที่สุด เพื่อช่วยในการทรงตัวและลดภาระในการสะพาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำดื่ม
-
ตรวจสอบวันหมดอายุของอาหารและยาทุกชนิดอย่างสม่ำเสมอทุก 3-6 เดือน และจดบันทึกวันตรวจสอบไว้ที่กระเป๋า เมื่อพบว่าใกล้หมดอายุหรือหมดอายุแล้ว ให้รีบเปลี่ยนทันที
-
อัปเดตและปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ควรเตรียมเพิ่มหรือตัดออกตามความต้องการเฉพาะของครอบครัวในสถานการณ์ปัจจุบันอยู่เสมอ เช่น
-
ยา : หากไม่ได้รับประทานยาชนิดไหนแล้วให้เอาออกทันที และเพิ่มยาใหม่ที่จำเป็น
-
เด็กเล็ก/ผู้สูงอายุ : เตรียมของกิน นมผง ผ้าอ้อม หรืออุปกรณ์ช่วยเดิน ยาเฉพาะทางสำหรับสมาชิกกลุ่มเปราะบางเพิ่ม
-
สัตว์เลี้ยง : หากมีสัตว์เลี้ยงต้องเตรียมอาหาร ยา และสายจูงสำหรับสัตว์เลี้ยงด้วย
-
-
กำหนดจุดวางกระเป๋าที่ชัดเจน และบอกให้สมาชิกทุกคนในครอบครัวรับรู้ จะได้หยิบกระเป๋าและอพยพได้พร้อมกันในเวลาอันจำกัด
กระเป๋าฉุกเฉินเก็บไว้ที่ไหนดี
จุดที่เหมาะสมที่สุดในการวางกระเป๋าฉุกเฉินต้องสามารถหยิบได้ง่ายภายในเวลาไม่กี่วินาที เช่น
-
ใกล้ทางออกหลักของบ้าน/คอนโด : เช่น ใกล้ประตูหน้าบ้าน ประตูหลังบ้าน หรือประตูที่นำไปสู่ทางหนีไฟ (ถ้าอาศัยในอาคารสูง)
-
ใกล้เตียงนอน : ภัยพิบัติหลายครั้งเกิดขึ้นตอนกลางคืน การเก็บกระเป๋าไว้ในห้องนอนจะช่วยให้หยิบได้อย่างรวดเร็วเมื่อตื่นขึ้นมา
-
ในตู้เสื้อผ้า หรือชั้นวางของที่เข้าถึงง่าย : ตรวจสอบให้แน่ใจว่าวางอยู่ในระดับที่มองเห็นและหยิบได้ทันที ไม่ต้องรื้อค้น
-
ในรถยนต์ : สำหรับคนที่เดินทางบ่อย ๆ อาจจัดเตรียมกระเป๋าฉุกเฉินสำรองหรือชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้นไว้ในรถ เผื่อกรณีที่ไม่สามารถกลับบ้านได้
บทความที่เกี่ยวข้องกับการเอาตัวรอด
- 5 เช็กลิสต์ของใช้ยามฉุกเฉิน เตรียมให้พร้อมก่อนน้ำท่วม
- วิธีประหยัดแบตฯ มือถือ เพื่อให้ใช้งานได้นานที่สุดเมื่อเจอเหตุน้ำท่วมรุนแรง
- คู่มือเอาชีวิตรอดจาก 7 ภัยพิบัติ เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม ไฟไหม้ แผ่นดินไหว สึนามิ
- 6 สัญญาณขอความช่วยเหลือเมื่อตกอยู่ในอันตราย รู้ไว้ปลอดภัยแน่
- ผ้าห่มฉุกเฉิน Emergency Blanket อุปกรณ์ช่วยชีวิตสารพัดประโยชน์ !






