วิตามินซีมีประโยชน์อย่างไร กินก่อนนอนได้ไหม เช็กลิสต์ยี่ห้อไหนดี ปี 2569

          วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี 2569 พร้อมไขข้อสงสัย วิตามินซีมีประโยชน์อย่างไร กินก่อนนอนได้ไหม หรือเวลาไหนดีกว่ากัน
วิตามินซีช่วยอะไร

          วิตามินซี เป็นวิตามินสำคัญที่ร่างกายต้องการ พบมากในผักใบเขียวและผลไม้ เช่น ฝรั่ง ส้ม มะขามป้อม และสตรอว์เบอร์รี แต่ในชีวิตประจำวัน หลายคนอาจรับประทานอาหารเหล่านี้ได้ไม่ครบถ้วนทำให้การเสริมวิตามินซีในรูปแบบอาหารเสริมกลายเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ได้รับความนิยมไม่น้อย 

          อย่างไรก็ตาม คำถามที่หลายคนค้นหาคือ วิตามินซีควรกินตอนไหน ถึงจะได้ผลดี กินก่อนนอนได้ไหม วันนี้เราจะพาไปหาคำตอบ พร้อมแนะนำแนวทางเลือกซื้อวิตามินซียี่ห้อไหนดี ปี 2569 เพื่อให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของแต่ละคนค่ะ

วิตามินซีมีประโยชน์อย่างไร

วิตามินซีมีประโยชน์อย่างไร

          ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกันอีกสักนิดว่า วิตามินช่วยอะไรและมีประโยชน์ต่อสุขภาพของเราในด้านไหนบ้าง 

  • ช่วยสนับสนุนการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกัน และมีบทบาทในการป้องกันการติดเชื้อ ทำให้ร่างกายสามารถตอบสนองต่อเชื้อโรคได้อย่างเหมาะสม

  • ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์และกำจัดอนุมูลอิสระที่เกิดจากกระบวนการเผาผลาญของร่างกายและปัจจัยจากสิ่งแวดล้อม เช่น ควันหรือมลภาวะ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์

  • มีบทบาทสำคัญในการสังเคราะห์คอลลาเจน ซึ่งเป็นโปรตีนหลักของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ช่วยเสริมความแข็งแรงของผิวหนัง กระดูก เอ็น กล้ามเนื้อ และหลอดเลือด

  • ช่วยส่งเสริมการสมานแผลให้หายเร็วขึ้น เนื่องจากวิตามินซีเกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างเนื้อเยื่อใหม่และคอลลาเจน

  • ช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก โดยเฉพาะธาตุเหล็กจากพืช (non-heme iron) ซึ่งร่างกายดูดซึมได้ยากกว่าธาตุเหล็กจากเนื้อสัตว์ จึงมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของภาวะโลหิตจาง

  • มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างสารสื่อประสาทที่จำเป็นต่อการทำงานของระบบประสาท ส่งผลต่อการทำงานของสมองและอารมณ์

  • ช่วยลดความเครียดออกซิเดชันในร่างกาย ซึ่งเป็นปัจจัยที่เชื่อมโยงกับการเกิดโรคเรื้อรังบางชนิด

  • การได้รับวิตามินซีอย่างเพียงพอช่วยป้องกันโรคลักปิดลักเปิด ซึ่งเกิดจากการขาดวิตามินซี

  • แม้ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าวิตามินซีสามารถป้องกันหวัดได้ในคนทั่วไป แต่การได้รับในปริมาณที่เหมาะสมอาจช่วยลดระยะเวลา หรือความรุนแรงของอาการหวัดได้ในบางกรณี

 ร่างกายต้องการวิตามินซีเท่าไหร่

          ข้อมูลจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ผู้ใหญ่เพศชายอายุ 19 ปีขึ้นไป ควรได้รับวิตามินซีประมาณ 100 มิลลิกรัมต่อวัน ขณะที่ผู้ใหญ่เพศหญิงควรได้รับประมาณ 85 มิลลิกรัมต่อวัน

          อย่างไรก็ตาม หากต้องการเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน อาจพิจารณารับวิตามินซีในปริมาณประมาณ 500-1,000 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งสามารถรับจากอาหารเสริมหรือแหล่งอาหารที่เหมาะสม ทั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงการรับวิตามินซีเกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน เนื่องจากอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ ท้องเสีย ปวดท้อง หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไต

วิธีเลือกซื้อวิตามินซี
ให้เหมาะกับตัวเอง

วิตามินซียี่ห้อไหนดี

  • ดูปริมาณวิตามินซีต่อหน่วยบริโภค โดยทั่วไปวิตามินซีมักมีขนาด 500 มิลลิกรัม และ 1,000 มิลลิกรัม ควรเลือกให้เหมาะกับความต้องการและการใช้งานในแต่ละวัน

  • พิจารณาชนิดของวิตามินซี ซึ่งมีทั้งวิตามินซีสังเคราะห์ และวิตามินซีที่สกัดจากแหล่งธรรมชาติ

    • วิตามินซีสังเคราะห์ คือวิตามินซีที่ผลิตในห้องปฏิบัติการ ส่วนใหญ่เป็นกรดแอสคอร์บิก ร่างกายดูดซึมและนำไปใช้ได้ดี ราคาย่อมเยา ปริมาณชัดเจน แต่ด้วยความเป็นกรดอาจระคายเคืองกระเพาะอาหารในบางคน

    • วิตามินซีธรรมชาติ คือวิตามินซีที่ได้จากผักและผลไม้ หรือสารสกัดจากพืช เช่น ส้ม, อะเซโรล่า เชอร์รี, โรสฮิป ฯลฯ มักมาพร้อมสารอาหารอื่นตามธรรมชาติ เช่น ไบโอฟลาโวนอยด์ โพลีฟีนอล แต่ปริมาณวิตามินซีต่อหน่วยอาจไม่สูงมาก และมักมีราคาสูงกว่า

  • เลือกรูปแบบของวิตามินซีให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์

    • เม็ดเคี้ยว / เม็ดฟู่ / ผงชงดื่ม : ดื่มง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ชอบกลืนยาเม็ด

    • แคปซูล / เม็ด : พกพาสะดวก รับประทานง่าย

    • แบบบัฟเฟอร์ หรือสูตรอ่อนโยน : เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหากระเพาะอาหาร กรดไหลย้อน

    • แบบ Slow-Release / Time-Release / Buffered C : ออกแบบให้ดูดซึมได้ดี หรือคงอยู่ในร่างกายได้นานกว่าวิตามินซีทั่วไป

  • ตรวจสอบส่วนผสมเสริมอื่น ๆ โดยบางสูตรอาจเสริมสารอาหารเพิ่มเติม เช่น วิตามินดี 3, สังกะสี, ไบโอฟลาโวนอยด์ หรือสารสกัดจากพืช เพื่อช่วยเสริมการทำงานของวิตามินซี

  • เช็กส่วนผสมให้ชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงสารที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ หรือไม่เหมาะกับร่างกายของตัวเอง

  • พิจารณารสชาติและขนาดเม็ด โดยเลือกรสชาติที่ถูกใจ หรือขนาดเม็ดที่กลืนง่าย เพื่อให้รับประทานได้อย่างต่อเนื่อง

  • เปรียบเทียบราคาและความคุ้มค่าต่อเม็ดหรือต่อหน่วย เพื่อรับประทานได้ต่อเนื่องในระยะยาว

  • ตรวจสอบมาตรฐานการผลิต เช่น เครื่องหมาย อย. หรือได้รับการรับรองมาตรฐาน เช่น GMP, HACCP

  • เลือกซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น ร้านขายยา หรือช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการของผู้ผลิต

  • ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือกำลังรับประทานยาและวิตามินชนิดอื่นอยู่

          เมื่อทราบถึงวิธีเลือกซื้อวิตามินซีแล้ว ต่อไปมาดูกันดีกว่าว่า วิตามินซียี่ห้อไหนน่าสนใจ ในปี 2569 กันบ้างค่ะ

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี ปี 2569

1. วิตามินซี MSP Vitamin C-1000 Triple C Plus

วิตามินซี MSP Vitamin C-1000 Triple C Plus

ภาพจาก : MSP herbal

          วิตามินซี MSP ทริปเปิ้ลซี พลัส เป็นผลิตภัณฑ์ที่รวมวิตามินซีไว้ถึง 3 รูปแบบในเม็ดเดียว ได้แก่ แคลเซียมแอสคอร์เบต ไฮเดรต, โซเดียมแอสคอร์เบต และกรดแอสคอร์บิก เสริมด้วยสารสกัดจากหอมหัวใหญ่และสังกะสี ซึ่งมีส่วนช่วยในการทำหน้าที่ตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ทั้งนี้ ขนาดเม็ดยาค่อนข้างใหญ่ อาจไม่สะดวกสำหรับผู้ที่กลืนยาเม็ดใหญ่ได้ยากค่ะ

  • วิธีรับประทาน :  วันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหารทุกวัน หรือตามคำแนะนำของแพทย์

  • ราคาปกติ : 30 เม็ด 250 บาท

2. วิตามินซี GNC Prima C 1000 mg

วิตามินซี GNC Prima C 1000 mg

ภาพจาก : gnc.co.th

          พริมา ซี (Prima C) วิตามินซี 1,000 มิลลิกรัม ที่ให้วิตามินซีถึง 4 รูปแบบ สามารถละลายได้ดีทั้งในน้ำและน้ำมัน อีกทั้งเป็นวิตามินซีรูปแบบที่ออกฤทธิ์นาน (Time release) สามารถปลดปล่อยวิตามินซีอย่างช้า ๆ และต่อเนื่อง ทำให้ออกฤทธิ์ได้ยาวนาน ไม่ต้องรับประทานบ่อยหรือหลายเม็ด นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของซิตรัส ไบโอฟลาโวนอยด์, สารสกัดอะเซโรล่า เชอร์รี และโรสฮิป ที่มาช่วยเพิ่มการดูดซึมของวิตามินซีด้วย

  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 เม็ด

  • ราคาปกติ : 90 เม็ด 1,500 บาท

3. Prime Health Smart C วิตามินซี 500 mg

วิตามินซี Prime Health Smart C

ภาพจาก : PRIME HEALTH PHARMACEUTICAL

          Prime Health Smart C วิตามินซีญี่ปุ่น ขนาด 500 มิลลิกรัม ผสานวิตามินซี 3 รูปแบบ ในปริมาณที่เหมาะสมต่อการนำไปใช้ของร่างกาย ที่สำคัญคือ ใช้วิตามินซีรูปแบบ PureWay-C ซึ่งถูกพัฒนาให้ดูดซึมได้ดีและคงอยู่ในร่างกายนานกว่าวิตามินซีทั่วไป ช่วยให้ร่างกายนำวิตามินซีไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง มาในรูปแบบแคปซูล ขนาดเม็ดไม่ใหญ่มาก รับประทานง่าย 

  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล พร้อมมื้ออาหาร

  • ราคาปกติ : 60 แคปซูล 1,190 บาท

4. วิตามินซี Donutt Red Orange Vitamin C 1000 mg

วิตามินซี Donutt Red Orange Vitamin C

ภาพจาก : Donutt Brand

          เรด ออร์เรนจ์ วิตามินซีแบบผงชงดื่มจาก Donutt เลือกใช้สารสกัด Nutrimin C ซึ่งเป็นนวัตกรรมลิขสิทธิ์จากประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีคุณสมบัติช่วยคงประสิทธิภาพของวิตามินซีในร่างกายได้นานกว่าวิตามินซีทั่วไป โดยใน 1 ซอง ให้ปริมาณวิตามินซี 1,000 มิลลิกรัม เสริมด้วยสารสกัดจากส้มสีเลือด 3 สายพันธุ์จากประเทศอิตาลี ที่อุดมไปด้วยโพลีฟีนอลและสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ ซึ่งมีส่วนช่วยดูแลผิวพรรณ อีกทั้งยังมีซิงค์และวิตามินบีรวม ที่มีส่วนช่วยคงสภาพปกติของผิวหนัง รสส้มสดชื่น ดื่มง่าย ไม่เติมน้ำตาล แต่ใช้หญ้าหวานเป็นสารให้ความหวานแทนค่ะ

  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 ซอง (5 กรัม) ละลายในน้ำเย็น 1 แก้ว (150 มิลลิลิตร) ใช้ช้อนคนให้ละลาย พร้อมดื่มทันที

  • ราคาปกติ : 1 กล่อง (15 ซอง) 379 บาท

5. วิตามินซี Swisse C Acerola Plus 2000 mg

วิตามินซี Swisse C Acerola Plus 2000 mg

ภาพจาก : Swisse Thailand

          ต่อกันที่ วิตามินซี Swisse C Acerola Plus 2000 mg สูตรคุณภาพจากประเทศออสเตรเลีย เหมาะสำหรับคนที่มองหาวิตามินซีจากธรรมชาติ เพราะเขาใช้สารสกัดจากอะเซโรล่า เชอร์รี เม็ดเดียวให้วิตามินซีสูงถึง 2,000 มิลลิกรัม และนอกจากสารสกัดจากอะเซโรล่า เชอร์รี จากประเทศบราซิลแล้ว ยังเสริมด้วยวิตามินซีจากพืชตระกูลส้ม มะละกอ โรสฮิป และเกรปซีด ให้คุณค่าจากแหล่งธรรมชาติหลากหลาย มาในรูปแบบเม็ดเคี้ยว รับประทานง่ายด้วยรสชาติเชอร์รีผสมน้ำผึ้ง อร่อยทีเดียว

  • วิธีรับประทาน : วันละ 1-2 เม็ดพร้อมอาหารหรือหลังอาหารมื้อใดก็ได้

  • ราคาปกติ : 60 เม็ด 690 บาท

6. วิตามินซี Dr.PONG FIZZY IMMU C1000

วิตามินซี Dr.PONG FIZZY IMMU C1000

ภาพจาก : Dr. Pong shop

          สำหรับใครที่กำลังมองหาวิตามินซีเม็ดฟู่ ลองดู Dr.PONG FIZZY IMMU C1000 จากแบรนด์ดอกเตอร์พงศ์ ที่อัดแน่นด้วยวิตามินซี 1,000 มิลลิกรัม เสริมด้วยวิตามินดี 3 และสังกะสี ซึ่งมีส่วนช่วยดูแลและสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยเสริมประสิทธิภาพของวิตามินซี และแม้จะเป็นสูตรไม่มีน้ำตาล แต่ดื่มง่าย รสชาติอร่อยซ่าเหมือนน้ำผลไม้ ละลายไว และไม่ทำให้รู้สึกท้องอืด 

  • วิธีรับประทาน : ละลายเม็ดฟู่ 1 เม็ด (4 กรัม) ในน้ำดื่ม 150 มิลลิลิตร รับประทานวันละ 1 ครั้ง พร้อมมื้ออาหาร

  • ราคาปกติ : 1 หลอด (20 เม็ด) 800 บาท

7. วิตามินซี Plantae Vitamin Plus Whole Food : Complete Vitamin C+

วิตามินซี Plantae Vitamin Plus Whole Food : Complete Vitamin C+

ภาพจาก : Plantae.co

           วิตามินซีจากแบรนด์แพลนเต้ ขวดนี้เป็นวิตามินซีในรูปแบบบัฟเฟอร์ ที่ช่วยให้ร่างกายดูดซึมได้ดี และลดการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร พร้อมคุณสมบัติการดูดซึมแบบค่อยเป็นค่อยไป ช่วยให้ร่างกายนำวิตามินซีไปใช้ได้ยาวนานขึ้น เสริมด้วยพืชสูตรเฉพาะที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมวิตามินซี ได้แก่ อะเซโรล่า เชอร์รี, โรสฮิป และขมิ้นชัน รวมถึงส่วนผสมของผักและผลไม้จากธรรมชาติในรูปแบบ Organic Whole Food มากถึง 36 ชนิด จึงเหมาะกับคนที่ต้องการเสริมวิตามินซี พร้อมรับสารอาหารจากพืชผักผลไม้ธรรมชาติเพิ่มเติมในเวลาเดียวกัน

  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 เม็ด พร้อมอาหารเช้าหรือเย็น หลีกเลี่ยงการรับประทานช่วงท้องว่าง เพื่อป้องกันอาการคลื่นไส้

  • ราคาปกติ : 30 เม็ด 530 บาท

วิตามินซีควรกินเวลาไหน

วิตามินซีควรกินเวลาไหนดีที่สุด

          เวลาที่เหมาะสมที่สุดในการรับประทานวิตามินซี คือ พร้อมอาหารหรือหลังอาหารมื้อเช้า เนื่องจากเป็นช่วงที่ระบบทางเดินอาหารทำงานได้ดี และการรับประทานหลังอาหารยังช่วยลดการระคายเคืองกระเพาะอาหารได้ อย่างไรก็ตาม วิตามินซียังสามารถรับประทานหลังมื้อกลางวันหรือมื้อเย็นได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละบุคคลค่ะ

วิตามินซีกินก่อนนอนได้ไหม

          สำหรับคำถามว่า วิตามินซีกินก่อนนอนได้หรือไม่ โดยทั่วไปมักไม่แนะนำค่ะ ด้วยเหตุผลคือ

  • วิตามินซีอาจมีฤทธิ์กระตุ้นร่างกายเล็กน้อย ทำให้บางคนรู้สึกตื่นตัว นอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิท

  • วิตามินซีเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ หลังรับประทานมักต้องดื่มน้ำตาม จึงอาจทำให้รู้สึกปวดปัสสาวะบ่อยในช่วงกลางคืน

  • ก่อนนอนมักเป็นช่วงที่กระเพาะอาหารว่าง วิตามินซีบางรูปแบบอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองกระเพาะ หรือกระตุ้นอาการกรดไหลย้อนในคนที่มีปัญหาระบบทางเดินอาหารอยู่แล้ว

          อย่างไรก็ตาม หากมีความจำเป็นต้องรับประทานวิตามินซีก่อนนอน ควรเลือกขนาดไม่สูงมาก เช่น 250-500 มิลลิกรัม และเป็นสูตรที่อ่อนโยนต่อกระเพาะอาหาร เช่น วิตามินซีแบบบัฟเฟอร์ หรือสูตรที่ดูดซึมได้ดี ทว่าสำหรับผู้ที่มีปัญหานอนไม่หลับหรือมีโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร เช่น กรดไหลย้อน โรคกระเพาะอาหาร ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานวิตามินซีก่อนนอนจะเหมาะสมกว่า

ข้อควรระวัง
เมื่อกินวิตามินซีเสริม

วิตามินซีกินก่อนนอนได้ไหม

  • ควรรับประทานวิตามินซีตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์ หรือคำแนะนำของแพทย์และเภสัชกร

  • ไม่ควรรับประทานวิตามินซีเกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน เนื่องจากอาจทำให้เกิดอาการท้องร่วง ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไตในบางราย

  • การรับประทานวิตามินซีในขนาดสูงอาจทำให้เกิดอาการแสบท้องหรือปวดท้อง โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหากระเพาะอาหารหรือกรดไหลย้อน

  • เด็ก สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร ไม่ควรรับประทานวิตามินซีเสริมเองในขนาดสูง โดยไม่ปรึกษาแพทย์ 

  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคไต นิ่วในไต โรคมะเร็ง โรคขาดเอนไซม์ G6PD และธาลัสซีเมีย ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานวิตามินซีเสริม

  • หากรับประทานวิตามินซีแล้วมีอาการผิดปกติ เช่น ผื่น คัน หน้าบวม หรือหายใจลำบาก ควรหยุดรับประทานทันทีและรีบพบแพทย์ เพราะอาจเป็นอาการแพ้

  • วิตามินซีเป็นเพียงอาหารเสริม ไม่สามารถใช้ในการป้องกันหรือรักษาโรคแทนการรักษาทางการแพทย์ได้

  • ควรระมัดระวังการรับประทานวิตามินซีร่วมกับยาบางชนิด เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาละลายลิ่มเลือด ยาที่มีส่วนผสมของอะลูมินัม หรือยาปฏิชีวนะบางชนิด หากกำลังรับประทานยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

          การดูแลสุขภาพที่ดีควรเริ่มจากการรับประทานอาหารให้หลากหลายและครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอและสมดุล ในขณะที่การเสริมวิตามินซีในรูปแบบอาหารเสริมอาจเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ได้รับจากอาหารไม่เพียงพอ ซึ่งควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม และพิจารณาเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับความต้องการและสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลด้วยนะคะ

บทความที่เกี่ยวข้องกับวิตามินซี

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
วิตามินซีมีประโยชน์อย่างไร กินก่อนนอนได้ไหม เช็กลิสต์ยี่ห้อไหนดี ปี 2569 โพสต์เมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 12:41:52
TOP
x close