เครื่องชั่งน้ำหนักวัดไขมันได้อย่างไร
หลักการทำงานของเครื่องชั่งน้ำหนักวัดไขมัน หรือเครื่องวัดองค์ประกอบร่างกาย จะใช้เทคโนโลยี BIA (Bioelectrical Impedance Analysis) หรือการวิเคราะห์ความต้านทานไฟฟ้าทางชีวภาพ เมื่อเรายืนบนเครื่องชั่งด้วยเท้าเปล่าให้ตรงตำแหน่งแผ่นขั้วแม่เหล็ก (Electrodes) เครื่องจะปล่อยกระแสไฟฟ้าสลับระดับต่ำมากจนไม่เป็นอันตรายและเราไม่รู้สึกตัว วิ่งจากเท้าข้างหนึ่งผ่านเข้าสู่ร่างกายและวนกลับลงมาที่เท้าอีกข้างหนึ่ง
โดยเครื่องจะวัดค่าความต้านทานไฟฟ้าที่เกิดขึ้น เนื่องจากมวลกล้ามเนื้อที่มีน้ำสูงจะนำไฟฟ้าได้ดี ส่วนไขมันซึ่งมีความหนาแน่นสูงจะต้านทานไฟฟ้า จากนั้นเครื่องจะนำค่าความต้านทานที่วัดได้ไปประมวลผลร่วมกับข้อมูลส่วนบุคคล เช่น น้ำหนัก ส่วนสูง อายุ และเพศ เพื่อคำนวณออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ไขมัน มวลกล้ามเนื้อ และองค์ประกอบอื่น ๆ ของร่างกายได้อย่างละเอียด
วิธีเลือกซื้อ
เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิทัลวัดไขมัน
เราควรพิจารณาเรื่องไหนบ้างเมื่อจะซื้อเครื่องชั่งน้ำหนักวัดไขมันสักเครื่อง มาเช็กลิสต์ก่อนช้อป
- ฟังก์ชั่นของเครื่องชั่งน้ำหนัก : เครื่องที่คุ้มค่าควรวัดได้มากกว่าแค่น้ำหนัก โดยค่าพื้นฐานที่ต้องมี คือ เปอร์เซ็นต์ไขมัน (Body Fat) และมวลกล้ามเนื้อ (Muscle Mass) แต่หากต้องการดูแลสุขภาพจริงจัง ควรเลือกรุ่นที่แสดงค่าไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat), มวลกระดูก (Bone Mass), อัตราการเผาผลาญ (BMR) และดัชนีมวลกาย (BMI) เพื่อการวางแผนโภชนาการที่แม่นยำ
- จำนวนขั้วสัมผัส (Electrodes)
◇ แบบ 4 จุด : เป็นแผ่นโลหะบริเวณเท้าเหยียบ วัดกระแสไฟฟ้าผ่านช่วงล่างแล้วใช้ AI คำนวณส่วนบน เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไปในบ้าน
◇ แบบ 8 จุด : มีด้ามจับเพิ่มเพื่อส่งกระแสไฟฟ้าผ่าน แขน ลำตัว และขา ทำให้แยกวิเคราะห์ไขมันและกล้ามเนื้อรายส่วนได้แม่นยำสูง เหมาะสำหรับนักกีฬาหรือผู้ที่จริงจังกับการปั้นหุ่น ราคามักสูงกว่าแบบ 4 จุด
- ฟังก์ชั่นเสริมที่ช่วยให้ใช้งานสะดวกขึ้น เช่น
◇ ระบบจดจำโปรไฟล์ : ควรเลือกรุ่นที่รองรับผู้ใช้หลายคน (Multi-user) และสามารถแยกแยะบุคคลได้อัตโนมัติเมื่อก้าวขึ้นชั่ง
◇ โหมดนักกีฬา (Athlete Mode) : สำคัญมากสำหรับผู้ที่ออกกำลังกายหนัก เพราะโครงสร้างร่างกายที่มีกล้ามเนื้อมากจะมีความต้านทานไฟฟ้าต่างจากคนทั่วไป โหมดนี้จะช่วยป้องกันการคำนวณค่ากล้ามเนื้อผิดเป็นไขมัน
◇ โหมดเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยง (Baby / Pet Mode) : ช่วยให้การชั่งน้ำหนักเด็กหรือสัตว์เลี้ยงตัวน้อยเป็นเรื่องง่าย โดยระบบจะคำนวณส่วนต่างจากการอุ้มชั่งให้โดยอัตโนมัติ และปิดระบบปล่อยกระแสไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัย
◇ ปิดเครื่องอัตโนมัติ : ช่วยให้ประหยัดพลังงานเมื่อไม่ได้ใช้งาน
◇ การเชื่อมต่อผ่านแอปฯ : บางรุ่นสามารถเชื่อมต่อผ่านบลูทูธหรือ Wi-Fi เพื่อซิงค์และตรวจสอบข้อมูลผ่านแอปฯ ได้ สะดวกต่อการใช้งานและติดตามผลเมื่อดูย้อนหลังได้ง่าย
◇ การเปลี่ยนหน่วยวัด : บางรุ่นสามารถเลือกหน่วยได้ เช่น กิโลกรัม (kg) ปอนด์ (lb) หรือสโตน (st) ช่วยให้ใช้งานได้ยืดหยุ่นมากขึ้น
- วัสดุและการออกแบบ
◇ ดีไซน์และสีของตัวเครื่อง : เลือกให้เข้ากับสไตล์การใช้งานหรือการตกแต่งบ้าน เช่น สี รูปทรง และขนาด เพื่อให้ใช้งานได้อย่างลงตัวและน่าใช้มากขึ้น
◇ หน้าจอแสดงผล (LED/LCD) : ต้องมีขนาดใหญ่ สว่างชัดเจน อ่านง่ายในที่แสงน้อย
◇ ขีดจำกัดการรับน้ำหนัก : ส่วนใหญ่รับน้ำหนักได้สูงสุดอยู่ที่ 150-180 กก. หากผู้ใช้น้ำหนักมาก ควรเลือกรุ่นที่รองรับได้สูงกว่านี้ เพื่อความแม่นยำและยืดอายุการใช้งาน
◇ ความแข็งแรงของวัสดุ : หากต้องการดีไซน์สวยและดูทันสมัย แนะนำเลือกแบบกระจกนิรภัย (Tempered Glass) ซึ่งทนแรงกดได้ดีและทำความสะอาดง่าย แต่ถ้ากังวลเรื่องการแตกหัก หรือมีเด็กในบ้าน การเลือกเครื่องชั่งที่ทำจากพลาสติก ABS แบบหนาจะทนทานกว่า และใช้งานได้อย่างสบายใจมากขึ้น
◇ ระบบกันน้ำ : บางรุ่นมาพร้อมมาตรฐานกันน้ำ (เช่น IPX4–IPX5) ช่วยป้องกันความเสียหายจากความชื้นหรือหยดน้ำ เหมาะสำหรับใช้งานในห้องน้ำหรือพื้นที่ที่มีความชื้นสูง
◇ ความปลอดภัย : ตัวเครื่องควรมีแผ่นยางกันลื่นด้านล่างที่ยึดเกาะพื้นได้ดี
- แหล่งพลังงาน : เลือกตามความสะดวกในการใช้งานของแต่ละคน ซึ่งมีอยู่ 2 แบบคือ
◇ แบบใช้ถ่าน (AA/AAA) : หาซื้อง่าย ไม่ต้องรอชาร์จ เหมาะกับคนที่ไม่ชอบเสียบสายค้างไว้
◇ แบบชาร์จ USB-C : เสียบชาร์จไฟบ้านหรือพาวเวอร์แบงก์ได้ ช่วยให้ประหยัดค่าถ่านในระยะยาว และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า
- มาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพ : เครื่องชั่งน้ำหนักต้องผ่านการรับรองคือ
◇ มีเลขจดแจ้งและใบอนุญาต : เนื่องจากมีการปล่อยกระแสไฟฟ้า (BIA) ควรเลือกเครื่องที่มีการจดแจ้งใบอนุญาตเครื่องมือแพทย์จาก อย. เพื่อยืนยันความปลอดภัยต่อร่างกาย
◇ มาตรฐานการผลิต : สังเกตเครื่องหมาย มอก. หรือมาตรฐานสากล เช่น CE หรือ RoHS เพื่อความมั่นใจในระบบวงจรไฟฟ้าและการจำกัดสารอันตราย
- ราคาและความคุ้มค่า : เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิทัลวัดไขมันมีตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพันปลาย ๆ โดยรุ่นราคาสูงมักมีฟีเจอร์เยอะและแม่นยำกว่า เราควรเลือกจากสิ่งที่จำเป็นต้องใช้จริง ไม่จำเป็นต้องเลือกรุ่นแพงสุดเสมอไป
- การรับประกัน : ควรเลือกแบรนด์ที่มีศูนย์บริการในไทยและมีการรับประกันอย่างน้อย 1 ปี
- ช่องทางจำหน่าย : แนะนำซื้อจากร้านขายยา, ร้านอุปกรณ์การแพทย์ หรือ Flagship Store ของแบรนด์โดยตรง เพื่อป้องกันสินค้าลอกเลียนแบบที่มักใช้ระบบสุ่มตัวเลขแทนการวัดจริง
แล้วเราจะเลือกซื้อเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิทัลวัดไขมัน หรือเครื่องวัดองค์ประกอบร่างกายยี่ห้อไหนดี วันนี้คัดบางส่วนมาให้พิจารณาแล้วค่ะ มีให้เลือกหลากหลายฟังก์ชั่นและราคา พร้อมแหล่งช้อปที่ให้ส่วนลดแบบจุก ๆ ด้วย
เครื่องชั่งน้ำหนักวัดไขมัน
ยี่ห้อไหนดี ปี 2026
1. เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิทัล TANITA รุ่น Beauty Fit BC-G12
ภาพจาก : tanita_thailand
Tanita Beauty Fit เป็นเครื่องวัดองค์ประกอบร่างกายที่สามารถวัดค่าพื้นฐานที่สำคัญได้ค่อนข้างครบ เช่น เปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย ปริมาณน้ำในร่างกาย ไขมันในช่องท้อง มวลกล้ามเนื้อ มวลกระดูก รวมถึงอัตราการเผาผลาญพลังงานพื้นฐาน (BMR)
ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบา ผลิตจากพลาสติกคุณภาพดี รับน้ำหนักได้สูงสุด 150 กิโลกรัม และแสดงผลผ่านหน้าจอ LCD ขนาด 21.3 มิลลิเมตร ทำให้เห็นตัวเลขชัดและอ่านง่าย สามารถบันทึกข้อมูลผู้ใช้งานได้สูงสุด 5 คนผ่านตัวเครื่อง แต่รุ่นนี้จะไม่รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi หรือ Bluetooth นะคะ จึงเหมาะกับคนที่ต้องการใช้งานแบบง่าย ๆ ไม่ต้องพึ่งแอปฯ มาพร้อมฟังก์ชัน Auto Recognition ที่ช่วยจดจำผู้ใช้งาน เพียงตั้งค่าครั้งแรก ครั้งถัดไปสามารถขึ้นชั่งได้ทันทีโดยไม่ต้องกดเปิดเครื่อง เพิ่มความสะดวกในการใช้งานในชีวิตประจำวัน
คุณสมบัติ
-
หน้าจอแสดงผล : LCD
-
วัดได้ทั้งหมด : 5 ค่า
-
บันทึกค่าผู้ใช้งาน : สูงสุด 5 คน
-
รองรับน้ำหนัก : 0-150 กิโลกรัม
-
แบตเตอรี่ : ถ่าน AA 4 ก้อน
-
การรับประกัน : 3 ปี
ราคาปกติ : 1,590 บาท
พิกัดช้อปเครื่องชั่งน้ำหนัก TANITA รุ่น Beauty Fit BC-G12 พร้อมรับส่วนลด
2. เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิทัล Xiaomi Body Composition Scale S400
ภาพจาก : Mi Tech Mall
เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิทัลจาก Xiaomi รุ่น S400 สามารถวัดได้ทั้งน้ำหนักและองค์ประกอบร่างกายแบบครบจบในเครื่องเดียว โดยวัดค่าได้สูงสุดถึง 25 รายการ ครอบคลุมทั้งไขมัน กล้ามเนื้อ น้ำในร่างกาย โปรตีน รวมถึงไขมันในช่องท้อง มาพร้อมเซ็นเซอร์ที่ให้ค่าค่อนข้างแม่นยำ และมีโหมดชั่งน้ำหนักขณะอุ้มเด็ก เพิ่มความสะดวกสำหรับครอบครัวที่มีลูกเล็ก
ตัวเครื่องผลิตจากกระจกนิรภัย (Tempered Glass) ผสานพลาสติกวิศวกรรม แข็งแรง ทนทาน รองรับน้ำหนักได้ตั้งแต่ 0.1-150 กิโลกรัม สามารถบันทึกและแชร์ข้อมูลผู้ใช้งานได้สูงสุดถึง 36 คน แถมยังเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.0 ใช้งานร่วมกับแอปฯ ได้สะดวก เหมาะกับการติดตามสุขภาพในระยะยาว
คุณสมบัติ
-
หน้าจอแสดงผล : ไฟแสดงผล LED
-
วัดได้ทั้งหมด : 25 ค่า
-
บันทึกค่าผู้ใช้งาน : สูงสุด 36 คน
-
รองรับน้ำหนัก : 0.1-150 กิโลกรัม
-
การเชื่อมต่อ : Bluetooth 5.0
-
แอปฯ ที่รองรับ : Mi Home / Xiaomi Home
-
แบตเตอรี่ : ถ่าน AAA จำนวน 3 ก้อน (แยกจำหน่าย)
-
การรับประกัน : 1 ปี
ราคาปกติ : 1,090 บาท
พิกัดช้อปเครื่องชั่งน้ำหนัก Xiaomi Body Composition Scale S400 พร้อมรับส่วนลด
3. เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิทัล OMRON รุ่น HBF-375
ภาพจาก : Omron Official Store
เครื่องชั่งน้ำหนักจาก OMRON รุ่นนี้ เป็นเครื่องวัดองค์ประกอบร่างกายแบบ 4 จุด สามารถวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพได้ครบถึง 10 รายการสำคัญ เช่น ไขมันในช่องท้อง เปอร์เซ็นต์กล้ามเนื้อโครงร่าง เปอร์เซ็นต์ไขมันใต้ผิวหนัง อัตราการเผาผลาญขณะพัก (BMR) และอายุร่างกาย
จุดเด่นคือสามารถเลือกวัดค่าเฉพาะส่วนของร่างกายได้ ไม่ว่าจะเป็นช่วงลำตัว แขน ขา หรือทั้งร่างกาย ช่วยให้ติดตามการเปลี่ยนแปลงได้ละเอียดและตรงจุดมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีแผนภูมิแสดงผลย้อนหลังได้นานถึง 90 วัน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการติดตามสุขภาพหรือวางแผนลดไขมันและเพิ่มกล้ามเนื้ออย่างจริงจัง แต่จะไม่รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi หรือ Bluetooth นะคะ
คุณสมบัติ
-
หน้าจอ : ดิจิทัล LCD
-
วัดได้ทั้งหมด : 10 ค่า
-
บันทึกค่าผู้ใช้งาน : สูงสุด 4 คน ย้อนหลังได้ 90 วัน
-
รองรับน้ำหนัก : 0-135 กิโลกรัม
-
แบตเตอรี่ : ถ่าน AA จำนวน 4 ก้อน
-
การรับประกัน : 2 ปี
ราคาปกติ : 6,990 บาท
พิกัดช้อปเครื่องชั่งน้ำหนัก OMRON รุ่น HBF-375 พร้อมรับส่วนลด
4. เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิทัล Rossmax รุ่น WG260 with Bluetooth Connection
ภาพจาก : Rossmax Thailand
Rossmax รุ่น WG260 เป็นเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิทัลวัดไขมัน รุ่นใหม่ปี 2026 ที่มาพร้อมฟังก์ชันแบบ 8-in-1 สามารถวัดค่าร่างกายได้ทั้งเปอร์เซ็นต์ไขมัน มวลกล้ามเนื้อ มวลกระดูก ปริมาณน้ำในร่างกาย ไขมันในช่องท้อง อัตราการเต้นของชีพจรบริเวณฝ่าเท้า ดัชนีมวลกาย (BMI) และอัตราการเผาผลาญพลังงาน
รุ่นนี้สามารถเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth เพื่อซิงค์ข้อมูลเข้ากับแอปฯ บนสมาร์ตโฟนได้ ช่วยให้ติดตามผลสุขภาพได้สะดวกมากขึ้น ดีไซน์ตัวเครื่องสีแดงดูโดดเด่น สวยไปอีกแบบ ผลิตจากกระจกนิรภัยเคลือบ Indium Tin Oxide (ITO) ซึ่งมีความแข็งแรงทนทาน และรองรับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 180 กิโลกรัมเลยค่ะ
คุณสมบัติ
-
หน้าจอแสดงผล : LCD
-
วัดได้ทั้งหมด : 8 ค่า
-
บันทึกค่าผู้ใช้งาน : สูงสุด 10 คน
-
รองรับน้ำหนัก : 0-180 กิโลกรัม
-
การเชื่อมต่อ : Bluetooth
-
แอปฯ ที่รองรับ : Rossmax healthstyle app
-
แบตเตอรี่ : ถ่าน AAA 3 ก้อน
-
การรับประกัน : 2 ปี
ราคาปกติ : 1,800 บาท
พิกัดช้อปเครื่องชั่งน้ำหนัก Rossmax รุ่น WG260 พร้อมรับส่วนลด
5. เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิทัล AUTOBOT x welland Smart Scale Air
ภาพจาก : AUTOBOT Official Store
AUTOBOT x welland เป็นเครื่องชั่งน้ำหนักอัจฉริยะที่มาพร้อมเซนเซอร์แบบ 8 อิเล็กโทรด ช่วยให้วัดองค์ประกอบร่างกายได้ละเอียดและแม่นยำมากขึ้น สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้มากถึง 28 ค่า ครอบคลุมทั้งน้ำหนักตัว ปริมาณน้ำในร่างกาย โปรตีน มวลโปรตีน มวลไขมัน น้ำหนักปราศจากไขมัน อายุร่างกาย รวมถึงไขมันในช่องท้อง และยังสามารถเลือกวัดไขมันเฉพาะส่วนได้ เช่น แขน ขา หรือแยกซ้าย-ขวา เหมาะสำหรับคนที่ต้องการติดตามผลสุขภาพแบบเชิงลึก
ตัวเครื่องมาพร้อมด้ามจับ และสายเคเบิลแบบดึงเก็บอัตโนมัติ พร้อมตัวยึดแม่เหล็ก ช่วยให้จัดเก็บได้เรียบร้อย ใช้งานร่วมกับแอปฯ ได้ง่าย รองรับการสร้างบัญชีผู้ใช้ได้สูงสุด 24 คน และยังสามารถพิมพ์รายงานออกมาเป็นเอกสารผ่านเครื่องพิมพ์บลูทูธได้ด้วยค่ะ ดีไซน์ตัวเครื่องดูทันสมัย แข็งแรง ด้วยกระจกนิรภัย (Tempered Glass) ขนาดใหญ่ หน้าจอเป็นแบบ LCD สี แสดงผลชัดเจน อ่านง่าย
คุณสมบัติ
-
หน้าจอแสดงผล : จอสี LCD
-
วัดได้ทั้งหมด : 28 ค่า
-
บันทึกค่าผู้ใช้งาน : สูงสุด 24 คน
-
รองรับน้ำหนัก : 0-180 กิโลกรัม
-
การเชื่อมต่อ : Bluetooth 5.0
-
แอปฯ ที่รองรับ : Fitdays ซิงค์ข้อมูลกับ Apple Health, Google Fit
-
แบตเตอรี่ : ถ่าน AAA 4 ก้อน
-
การรับประกัน : 1 ปี
ราคาปกติ : 4,590 บาท
พิกัดช้อปเครื่องชั่งน้ำหนัก AUTOBOT x welland Smart Scale Air พร้อมรับส่วนลด
6. เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิทัล ALLWELL รุ่น BodyA-X Fit
ภาพจาก : Allwell Official Shop
ALLWELL รุ่นนี้เป็นเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิทัลวัดไขมันและองค์ประกอบร่างกาย ที่สามารถวัดค่าได้สูงสุดถึง 20 รายการ ครอบคลุมทั้งเปอร์เซ็นต์ไขมัน มวลกระดูก มวลกล้ามเนื้อ มวลโปรตีน มวลไขมัน และปริมาณน้ำในร่างกาย รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth เพื่อซิงค์ข้อมูลเข้ากับแอปฯ ที่มีเมนูภาษาไทย ช่วยให้ดูผลย้อนหลังและวิเคราะห์ข้อมูลได้สะดวก อีกทั้งยังรองรับผู้ใช้งานได้แบบไม่จำกัด จึงเหมาะสำหรับใช้ในครอบครัว
ตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอดิจิทัลขนาดใหญ่ แสดงผลชัดเจน รับน้ำหนักได้สูงสุด 180 กิโลกรัม และมีระบบปิดเครื่องอัตโนมัติเมื่อไม่ได้ใช้งาน ช่วยให้ประหยัดพลังงานด้วยนะ มีให้เลือก 2 สี คือ สีขาวและสีดำ ดีไซน์เรียบหรู แต่งบ้านสไตล์ไหนก็ลงตัว
คุณสมบัติ
-
หน้าจอแสดงผล : LED
-
วัดได้ทั้งหมด : 20 ค่า
-
บันทึกค่าผู้ใช้งาน : ไม่จำกัด
-
รองรับน้ำหนัก : 0-180 กิโลกรัม
-
การเชื่อมต่อ : Bluetooth
-
แอปฯ ที่รองรับ : ALLWELL+
-
แบตเตอรี่ : ถ่าน AAA 2 ก้อน
-
การรับประกัน : 1 ปี
ราคาปกติ : 1,990 บาท
พิกัดช้อปเครื่องชั่งน้ำหนัก ALLWELL รุ่น BodyA-X Fit พร้อมรับส่วนลด
7. เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิทัล Homemi Body Fat Scale รุ่น HM0128
ภาพจาก : Homemi official
HOMEMI Body Fat Scale รุ่น HM0128 เป็นเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิทัลวัดไขมันแบบมืออาชีพ ที่มาพร้อมระบบเซนเซอร์ 8 อิเล็กโทรด ช่วยวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกายได้แบบเต็มตัว ทั้งส่วนแขน ลำตัว และขา รวม 28 รายการ ทำให้ได้ค่าที่ละเอียดและแม่นยำมากขึ้น เหมาะสำหรับคนที่ต้องการติดตามสุขภาพเชิงลึกหรือดูแลรูปร่างอย่างจริงจัง
ตัวเครื่องรองรับการเชื่อมต่อกับแอปฯ Fitdays เพื่อซิงค์ข้อมูลและดูผลย้อนหลังได้สะดวก ช่วยให้ติดตามการเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้ต่อเนื่อง มาพร้อมหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ ตัวเลขชัดเจน อ่านง่าย ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ลิเธียมที่ชาร์จไฟได้ผ่าน USB Type C รับประกัน 1 ปี หากมีปัญหาทางร้านพร้อมเปลี่ยนสินค้าใหม่ให้ทันที ไม่ต้องรอซ่อม
คุณสมบัติ
-
หน้าจอแสดงผล : จอสี TFT 3.5 นิ้ว
-
วัดได้ทั้งหมด : 28 ค่า
-
รองรับน้ำหนัก : 0-180 กิโลกรัม
-
การเชื่อมต่อ : Bluetooth
-
แอปฯ ที่รองรับ : Fitdays / Fitdays+
-
แบตเตอรี่ : แบตเตอรี่ลิเธียม
-
การรับประกัน : 1 ปี
ราคาปกติ : 3,190 บาท
พิกัดช้อปเครื่องชั่งน้ำหนัก Homemi Body Fat Scale รุ่น HM0128 พร้อมรับส่วนลด
8. เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิทัล Eufy Smart Scale P2 Pro
ภาพจาก : AnkerThailand_OfficialShop
Eufy Smart Scale P2 Pro จาก ANKER เป็นเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิทัลวัดองค์ประกอบร่างกายจากแบรนด์ดังสัญชาติอเมริกา สามารถวัดค่าสุขภาพได้ถึง 16 รายการ ตัวเครื่องดีไซน์พรีเมียม เรียบหรู ด้วยการฝังเซ็นเซอร์ไว้ใต้กระจกนิรภัยเคลือบ ITO (Indium Tin Oxide) พร้อมคุณสมบัติกันน้ำระดับ IPX5
รุ่นนี้รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Wi-Fi และ Bluetooth ช่วยให้ซิงค์ข้อมูลเข้ากับแอปฯ ได้สะดวก มีเมนูภาษาไทย ใช้งานง่าย และสามารถติดตามความเปลี่ยนแปลงของร่างกายผ่านโมเดล 3D เสมือนจริง ที่แสดงสัดส่วนตามข้อมูลที่ผู้ใช้กรอก เช่น ส่วนสูง รอบเอว หรือขนาดแขน ทำให้เห็นภาพพัฒนาการได้ชัดเจนมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีโหมดทารกและโหมดสัตว์เลี้ยง สำหรับติดตามการเติบโตในแต่ละวัน เหมาะกับบ้านที่มีเด็กหรือเลี้ยงน้องหมาน้องแมวด้วยค่ะ
คุณสมบัติ
-
หน้าจอแสดงผล : LED
-
วัดได้ทั้งหมด : 16 ค่า
-
บันทึกค่าผู้ใช้งาน : ไม่จำกัด
-
รองรับน้ำหนัก : 0-180 กิโลกรัม
-
การเชื่อมต่อ : Bluetooth 5.0 / Wi-Fi 2.4 GHz
-
แอปฯ ที่รองรับ : Apple Health / Fibit / Google Fit
-
แบตเตอรี่ : ถ่าน AAA 4 ก้อน
-
การรับประกัน : 1 ปี
ราคาปกติ : 3,490 บาท
พิกัดช้อปเครื่องชั่งน้ำหนัก Eufy Smart Scale P2 Pro พร้อมรับส่วนลด
ข้อควรรู้ก่อนใช้
เครื่องชั่งน้ำหนักวัดไขมัน
-
กลุ่มบุคคลต่อไปนี้ไม่ควรใช้งานเครื่องชั่งน้ำหนักวัดองค์ประกอบของร่างกาย
-
ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) : เพราะกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ อาจไปรบกวนการทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในร่างกายจนเกิดอันตรายได้
-
สตรีมีครรภ์ : แม้กระแสไฟฟ้าจะต่ำมากและไม่เป็นอันตรายโดยตรง แต่อาจทำให้ค่าที่วัดได้คลาดเคลื่อนเนื่องจากปริมาณน้ำในร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป หากต้องการใช้งานควรเปลี่ยนเป็นโหมดชั่งน้ำหนักปกติ (Simple Mode) เพื่อปิดระบบ BIA
-
เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี : โดยทั่วไปเครื่องจะวัดได้เฉพาะน้ำหนักเท่านั้น เนื่องจากการเจริญเติบโตและองค์ประกอบร่างกายของเด็กมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทำให้การคำนวณค่าไขมันอาจไม่แม่นยำ ยกเว้นบางรุ่นที่ระบุว่าสามารถใช้กับเด็กอายุต่ำกว่านี้ได้ ซึ่งอาจจำกัดบางฟังก์ชั่นในขณะใช้งาน
-
-
เครื่องชั่งน้ำหนักวัดองค์ประกอบของร่างกาย ไม่ใช่อุปกรณ์ทางการแพทย์ ข้อมูลสุขภาพที่ได้มีไว้สำหรับการอ้างอิงและติดตามแนวโน้มเท่านั้น ไม่สามารถนำไปใช้เป็นพื้นฐานในการวินิจฉัยโรคหรือวางแผนการรักษาทางการแพทย์ได้ หากใครกังวลค่าตัวเลขต่าง ๆ ที่ออกมา ควรปรึกษาแพทย์โดยตรง
-
ค่าที่แสดงผลเกิดจากการวัดความต้านทานไฟฟ้าผสมกับการคำนวณทางสถิติ (อายุ, เพศ, ส่วนสูง) ดังนั้นหากเลือกเครื่องที่ราคาถูกเกินไปหรือแบรนด์ไม่น่าเชื่อถือ ค่าที่ได้อาจเป็นเพียงการสุ่มตัวเลข (Random) มากกว่าการวัดจริง
-
ค่าที่วัดได้อาจคลาดเคลื่อนในกรณีดังต่อไปนี้
-
ผิวหนังแห้งเกินไปหรือเปียกน้ำเกินไป (เช่น เพิ่งอาบน้ำเสร็จ) จะส่งผลต่อการนำไฟฟ้าและทำให้ค่าไขมันผิดเพี้ยน
-
การรับประทานอาหารมื้อหนัก การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการออกกำลังกายอย่างหนักก่อนชั่ง จะส่งผลต่อระดับน้ำในร่างกายและทำให้ค่าองค์ประกอบร่างกายเปลี่ยนไปได้มาก
-
การวางเครื่องบนพรมหรือพื้นไม้ที่ยุบตัวได้จะทำให้เซนเซอร์อ่านค่าน้ำหนักเพี้ยนไปหลายกิโลกรัม จึงควรวางเครื่องบนพื้นเรียบและแข็ง
-
-
ควรชั่งน้ำหนักในเวลาเดียวกันทุกวัน เช่น ช่วงเช้าหลังตื่นนอน (หลังขับถ่ายและก่อนรับประทานอาหาร) เพื่อให้ร่างกายอยู่ในสภาวะคงที่ที่สุดในการเปรียบเทียบสถิติ
-
ไม่จำเป็นต้องชั่งน้ำหนักหรือวัดองค์ประกอบร่างกายทุกวัน แนะนำให้วัดสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ในช่วงเวลาเดิม เช่น ตอนเช้าหลังตื่นนอน เพื่อให้ค่ามีความสม่ำเสมอและเปรียบเทียบผลได้ชัดเจนขึ้น
บทความที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์เพื่อสุขภาพ
- เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว ยี่ห้อไหนดี ปี 2569 ชี้เป้ารุ่นฮิต ราคาประหยัด สั่งออนไลน์ได้เลย
- เครื่อง CPAP ยี่ห้อไหนดี ปี 2569 เอาขึ้นเครื่องบินได้ไหม ใช้สิทธิประกันสังคมได้หรือเปล่า ?
- ชี้เป้าแหล่งช้อปหน้ากากอนามัยออนไลน์ ยี่ห้อไหน ซื้อที่ไหนดี กดช่องทางไหนคุ้ม !
- เครื่องวัดความดันยี่ห้อไหนดี รุ่นไหนน่าใช้ที่บ้าน ในราคาไม่เกิน 3,000 บาท
- Smart Watch ยี่ห้อไหนดี สำหรับทั้งสายแฟชั่นและสายออกกำลังกาย
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : tanita_thailand, Mi Tech Mall, Omron Official Store, Rossmax Thailand, Rossmax.com, AUTOBOT Official Store, Allwell Official Shop, Homemi official, AnkerThailand_OfficialShop





