มาดูแลสุขภาพหนุ่มๆ ข้างกายกันเถอะ!





มาดูแลสุขภาพหนุ่ม ๆ ข้างกายกันเถอะ! (Lisa)

โดย รศ.นพ.นรินทร์  วรวุฒิ 
หน่วยมะเร็งวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

          โรคต่างๆ ที่ผู้ชายควรรู้และหลีกเลี่ยงให้ห่างไกลคือโรคมะเร็ง หัวใจและหลอดเลือด เอดส์ เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ฯลฯ

          ดาราหนุ่มแอชตัน คุทเชอร์ (Ashton Kutcher) มักออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรงด้วยการเดินเล่นเป็นประจำเพื่อป้องกันโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ที่จะรบกวนคุณภาพชีวิต ทั้งนี้ ผู้ชายก็มีความเสี่ยงกับโรคหลายชนิด ซึ่งอาจแตกต่างไปจากผู้หญิงบ้างอันเนื่องมาจากกายวิภาคและฮอร์โมนเพศ ดังนั้น รศ.นพ.นรินทร์  วรวุฒิ หน่วยมะเร็งวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงขอไขข้อข้องใจเกี่ยวกับโรคฮอตฮิตติดอันดับของผู้ชายไทยดังนี้ค่ะ

          Q : โรคที่พบเป็นอันดับหนึ่งในผู้ชายไทยคือโรคอะไร

          A : ที่พบบ่อยที่สุดคือโรคมะเร็งและมะเร็งที่ผู้ชายไทยเป็นกันมากเรียงตามลำดับคือ มะเร็งตับ มะเร็งปอดซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการสูบบุหรี่ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งต่อมลูกหมาก และกรณีที่ผู้ชายติดไวรัสตับอักเสบบีและซี จะมีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งตับสูงกว่าผู้หญิง 3-5 เท่า ซึ่งน่าจะมีผลมาจากฮอร์โมนเพราะมีการศึกษาในหนูพบว่า หนูตัวผู้เป็นมะเร็งง่ายกว่าหนูตัวเมีย

          Q : โรคหัวใจและหลอดเลือดติดอันดับที่เท่าไหร่

          A : ผู้ชายไทยเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดกันมาก รองจากโรคมะเร็ง ตามปกติผู้ชายมีฮาร์โมนเพศเทสทอสเทอโรน ผู้หญิงมีเอสโตรเจน ผลของความแตกต่างนี้ก็คือ ฮอร์โมนเอสโตรเจนนอกจากจะทำให้มีความเป็นหญิงแล้ว มันยังช่วยป้องกันไม่ให้ผู้หญิงมีไขมันสูง ผู้หญิงจึงมีความเสี่ยงกับโรคหัวใจน้อยกว่าผู้ชาย นอกจากนี้ความเครียดก็เป็นปัจจัยเสริม รวมทั้งการดื่มเหล้าสูบบุหรี่ แต่ถ้าผู้หญิงถึงวัยหมดประจำเดือน ขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนก็มีความเสี่ยงกับโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ไม่แพ้ผู้ชายเหมือนกันโรคหัวใจและหลอดเลือดยังเกิดได้จากความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน และอาจนำไปสู่การเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตอีกด้วย

          Q : มะเร็งต่อมลูกหมากมักพบในผู้ชายสูงอายุใช่หรือไม่

          A : ใช่ครับ โดยเฉพาะคนที่ใช้ชีวิตแบบชาวตะวันตก ถ้าอยู่อย่างไทยจะอยู่ห่างไกลมะเร็งต่อมลูกหมากและที่เป็นกันมากคือ ต่อมลูกหมากโตแบบไม่ร้ายแรง พอถึงวัย 50-60 ก็จะมีอาการปัสสาวะไม่สุด กระปริดกระปรอยต้องดูให้ดีเพราะอาจเป็นอาการของมะเร็งต่อมลูกหมากก็ได้ ควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวินิจฉัยโรค ซึ่งในปัจจุบันมีการให้กินยาเพื่อให้ต่อมลูกหมากเล็กลง หรือไม่ก็คว้านต่อมลูกหมากเพื่อให้ต่อมลูกหมากมีทางให้ปัสสาวะออก โรคต่อมลูกหมากโตมักพบในผู้ชายสูงอายุทุกราย บางคนก็มีอาการบางคนก็ไม่มีอาการ

          Q : แล้วยังมีโรคยอดฮิตอะไรอีกบ้าง ที่ผู้ชายมักเป็นกัน

          A : โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือโรคเอดส์ ซึ่งพบมากในปัจจุบันและพบว่าผู้หญิงติดเอดส์จากผู้ชาย โดยเฉพาะสามีที่ซุกซนเอาโรคมาติดภรรยาแล้วการมีกิ๊กก็นำไปสู่การติดโรคเอดส์ได้ อุบัติการณ์โรคเอดส์จะมีมากขึ้นตราบใดที่เราไม่ป้องกันหรือยังใช้ชีวิตสำส่อน ใช้กิ๊กเปลืองก็จะเจอโรคนี้

          Q : ผู้หญิงเสี่ยงกับมะเร็งปากมดลูก แล้วผู้ชายเสี่ยงกับมะเร็งอวัยวะเพศมั้ย

          A : อวัยวะเพศชายก็เช่นเดียวกับอวัยวะอื่นๆ ของร่างกายคือ อาจเกิดมะเร็งได้ พบบ่อยในผู้ชายที่มีอายุ 60 ปี โดยมากมักเกิดในผู้ชายที่หนังหุ้มปลายอวัยวะเพศไม่เปิด เกิดการหมักหมมของสิ่งผิดปกติ จึงไม่พบมะเร็งชนิดนี้ในชนชาวยิวที่ขริบหนังหุ้มอวัยวะเพศชายตั้งแต่เด็ก อาการของโรคมะเร็งองคชาตก็คือ เป็นแผลเรื้อรังที่อวัยวะเพศ มีกลิ่นเหม็น บางคนมีประวัติของก้อนเนื้อที่อวัยวะเพศชาย ปัสสาวะลำบาก ปวดแสบขัด ปัสสาวะเป็นเลือด มีก้อนที่ขาหนีบ ต่อมาจะแตกออกเป็นแผล เดินลำบาก ถ้าเป็นมากจะใส่กางเกงในไม่ได้ ต้องเดินขาถ่างนุ่งโสร่งมาหาหมอ โรคนี้รักษาด้วยการผ่าตัด บางรายอายุน้อยและมีก้อนมะเร็งขนาดเล็กไม่เกิน 3 เซนติเมตร ไม่อยากผ่าตัดสูญเสียกล่องดวงใจก็อาจฉายแสงรังสีรักษาแทนการผ่าตัด ในรายที่เป็นมากอาจต้องให้ยาเคมีบำบัดร่วมด้วย การป้องกันก็คือ ขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย หมั่นรักษาความสะอาด ถ้ามีอาการดังกล่าวให้รีบมาพบแพทย์เพราะอาจสูญเสียกล่องดวงใจหรือเสียชีวิตได้ถ้าล่าช้า

          Q : ผู้ชายไทยเป็นโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศกันมาก เกิดจากอะไร

          A : เกิดได้หลายสาเหตุ ที่พบบ่อยคือ เสื่อมสมรรถภาพตามอายุขัยเพราะเมื่ออายุมากขึ้น อวัยวะต่างๆ ก็เริ่มเสื่อมถอย พละกำลังและฮอร์โมนเพศชายลดน้อยลง รองลงมาก็คือสมรรถาพเสื่อมอันเนื่องมาจากการรักษา ซึ่งส่วนใหญ่จะพบในผู้ป่วยมะเร็ง เช่น ผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมาก มีการผ่าตัดโดนเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงกล่องดวงใจก็อาจทำให้เซ็กซ์เสื่อมไปเลยหรือน้ำอสุจิไหลย้อนกลับก็ทำให้เป็นหมันถาวร เป็นต้น นอกจากนี้การรักษามะเร็งโดยการให้ยาเคมีบำบัดต่างๆ ก็ไปทำให้การสร้างฮอร์โมนเสียไปก็ทำให้เซ็กซ์เสื่อมได้ที่พบมากคือเกิดจากความเครียด เพราะร่างกายและจิตใจเป็นของคู่กัน

          Q : แล้วโรคอะไรที่ไม่ร้ายแรงแต่มีผลต่อจิตใจของผู้ชาย

          A : โรคหัวล้าน ซึ่งก็ไม่ได้อันตรายอะไรแต่มีผลต่อจิตใจ เพราะความหล่อลดน้อยลง แก่เร็ว อาการหัวล้านเกิดจากมีฮอร์โมนเพศชายเทสทอสเทอโรนเยอะ

          Q : แล้วโรคอ้วนกับผู้ชายไทยล่ะ

          A : ผู้ชายไทยก็มีปัญหากับโรคอ้วนเพราะรับประทานอาหารจานด่วนมาก รับประทานแคลอรีสูง ไม่ออกกำลังกาย กินแล้วนอน ก็ทำให้อ้วนง่าย ความอ้วนแบ่งเป็น 3 ขั้นตอนคือ ร่างกายปกติ น้ำหนักเกินและต่อมาก็อ้วน เมื่ออ้วนก็มีโรคต่างๆ ตามมา เช่น หัวเข่าเสื่อม หายใจลำบากเวลานอนสมองเสื่อม สติสัมปชัญญะไม่ดี กรน ฯลฯ และยังเสี่ยงกับมะเร็ง 5 ชนิดคือ มะเร็งเต้านม มะเร็งไต มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งมดลูก  และมะเร็งลำไส้ใหญ่ ผู้ชายมีโอกาสอ้วนได้เมื่อเข้าสู่วัยทองแต่เกิดช้ากว่าผู้หญิง 5-10 ปี นอกจากนี้ความอ้วนก็ทำให้โรคต่างๆ ตามมา เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ฯลฯ

          Q : อาการวัยทองของผู้ชายเป็นอย่างไร

          A : ผมของผู้ชายจะเริ่มล้าน หงุดหงิดง่าย เจ้าอารมณ์ เหงื่อแตก กระดูกเริ่มเสื่อม หัวใจเริ่มเสื่อม พุงเริ่มออก ต้องเช็กสุขภาพและออกกำลังกาย ทานอาหารให้เหมาะสม วิธีการตรวจก็คือ เจาะเลือดตรวจ เจาะฮอร์โมนที่อยู่ใต้ต่อมสมองร่วมกับการเจาะฮอร์โนเทสทอสเทอโรนเพื่อดูว่าเข้าสู่วัยทองหรือยัง นอกจากนั้นเมื่อเข้าสู่วัยทอง กล้ามเนื้อของผู้ชายจะเริ่มเหี่ยว กระดูกเริ่มเสื่อม มีโอกาสเป็นโรคกระดูกพรุนได้

          Q : ผู้ชายเป็นโรคเกาต์กันมากมั้ยเมื่อเปรียบเทียบกับผู้หญิง

          A : โรคเกาต์พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงเล็กน้อย โรคนี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น มีการสร้างกรดยูริกมากแต่มีการทำลายกรดยูริกน้อยลงหรือเกิดจากกรรมพันธุ์ หรือจากสิ่งแวดล้อมต่างๆ ซึ่งสาเหตุยังไม่ชัดเจน เมื่อรับประทานอาหารที่มีการเพิ่มปริมาณยูริกแอซิดในเลือด ก็ทำให้ยูริกไปสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เมื่อมีการสะสมตามไขข้อต่างๆ ก็จะมีอาการปวดข้อเฉียบพลัน มีตุ่มของเกาต์ ปวดเรื้อรังต้องไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพราะถ้าเป็นนานๆ จะทำให้ไตเสื่อมได้

          ข้อควรรู้

          พยายามหลีกเลี่ยงความเครียด เพราะความเครียดจะทำให้ภูมิต้านทานต่ำ เซ็กซ์เสื่อม นอนไม่หลับ แก่เร็ว ฯลฯ

          ละเลิกการสูบบุหรี่และดื่มเหล้าถ้าไม่อยากเป็นโรคมะเร็ง

          หมั่นออกกำลังกายอย่างน้อยที่สุด 3-4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และหันมารับประทานอาหารไทยๆ หลีกเลี่ยงอาหารฟาสต์ฟู้ดเพราะจะทำให้อ้วน ซึ่งจะเสี่ยงกับโรคหัวเข่าเสื่อม หายใจลำบาก กรน สติสัมปชัญญะไม่ดี เบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง มะเร็ง ฯลฯ

          ข้อแนะนำจาก รศ.นพ.นรินทร์  วรวุฒิ

          การป้องกันดีกว่าการรักษา เพราะจะได้ประสิทธิภาพและมีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด และทรมานน้อยที่สุดด้วย การจะป้องกันได้ก็ต้องรู้สาเหตุและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรค รวมทั้งต้องหมั่นตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเมื่ออายุ 40-50 ปี เพราะอาจมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ อีกที่เราไม่รู้ หรือบางคนควรตรวจสุขภาพเร็วขึ้นถ้ามีประวัติครอบครัว พ่อแม่ปู่ย่าตายายมีโรคตามพันธุกรรม เช่น โรคหัวใจ


เคล็ดลับสุขภาพ สุขภาพใกล้ตัว โรคและการป้องกัน คลิกเลย

  คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อน ๆ ได้ที่นี่ค่ะ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก




มาดูแลสุขภาพหนุ่มๆ ข้างกายกันเถอะ! โพสต์เมื่อ 18 สิงหาคม 2552 เวลา 17:02:29 328 อ่าน แสดงความคิดเห็น

คิดอย่างไรกับเรื่อง: มาดูแลสุขภาพหนุ่มๆ ข้างกายกันเถอะ! ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
TOP