กรีกโยเกิร์ต ต่างจากโยเกิร์ตทั่วไปอย่างไร
ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดระหว่างกรีกโยเกิร์ตและโยเกิร์ตทั่วไปอยู่ที่กระบวนการกรอง (Straining) โดยโยเกิร์ตทั้งสองชนิดเริ่มต้นจากการหมักนมด้วยแบคทีเรียเหมือนกัน แต่กรีกโยเกิร์ตจะถูกนำไปกรองเอาน้ำเวย์ (Whey) และของเหลวส่วนเกินออกมากกว่า จึงได้เนื้อสัมผัสที่เข้มข้น หนืด และมีความครีมมี่เข้มข้นกว่าโยเกิร์ตทั่วไปที่มีลักษณะเหลวและเนียนละเอียด นอกจากนี้ การกรองยังทำให้รสชาติของกรีกโยเกิร์ตมีความเปรี้ยวที่ชัดเจนและเข้มข้นกว่าตามไปด้วย
ในเชิงโภชนาการ (เมื่อเทียบปริมาณ 200 กรัม ชนิดไขมันต่ำ) กรีกโยเกิร์ตให้โปรตีนที่สูงกว่าเกือบ 2 เท่า (20-25 กรัม) จึงช่วยให้อิ่มท้องได้นานกว่า และมีคาร์โบไฮเดรตกับน้ำตาลแล็กโทสน้อยกว่าโยเกิร์ตทั่วไปเกือบครึ่งหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม โยเกิร์ตทั่วไปจะได้เปรียบเรื่องแคลเซียมและโพแทสเซียมที่สูงกว่า เนื่องจากแคลเซียมและโพแทสเซียมบางส่วนในกรีกโยเกิร์ตจะหลุดออกไปพร้อมกับน้ำเวย์ขณะกรอง รวมถึงโยเกิร์ตทั่วไปมักให้พลังงานต่ำกว่าเล็กน้อย เพราะสารอาหารไม่หนาแน่นเท่ากรีกโยเกิร์ตที่มีราคาสูงกว่าเนื่องจากต้องใช้นมปริมาณมากในการผลิตนั่นเองกรีกโยเกิร์ต ช่วยอะไรบ้าง
ประโยชน์ของกรีกโยเกิร์ตที่ทำให้หลายคนยกให้เป็นหนึ่งในอาหารสายเฮลท์ตี้ มีอยู่หลายด้าน เช่น
-
ช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ เพราะมีโปรตีนสูงกว่าโยเกิร์ตทั่วไปเกือบ 2 เท่า จึงเหมาะกับคนออกกำลังกาย คนที่ต้องการรักษามวลกล้ามเนื้อ รวมถึงผู้สูงอายุ
-
ช่วยให้อิ่มนานและลดความอยากอาหาร ด้วยปริมาณโปรตีนที่สูงจึงมีส่วนช่วยกระตุ้นฮอร์โมนความอิ่ม และลดฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความหิว ทำให้อิ่มท้องได้นานกว่าอาหารโปรตีนต่ำ
-
มีส่วนช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ เพราะอาหารที่มีโปรตีนสูงอาจช่วยเพิ่มอัตราการใช้พลังงานของร่างกาย ทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรีได้มากขึ้นในแต่ละวัน
-
มีโพรไบโอติกที่ช่วยดูแลระบบขับถ่าย ช่วยปรับสมดุลลำไส้ ลดอาการท้องอืด และมีส่วนช่วยเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
-
โพรไบโอติกในกรีกโยเกิร์ตอาจช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวลได้ โดยเข้าไปช่วยปรับสมดุลแบคทีเรียในลำไส้ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับการทำงานของสมองผ่านแกนลำไส้และสมอง (Gut-Brain Axis)
-
ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน เพราะมีทั้งแคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินบี 12 ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญต่อความแข็งแรงของกระดูกและระบบประสาท
-
เป็นแหล่งของโพแทสเซียมและแมกนีเซียม ซึ่งมีส่วนช่วยควบคุมสมดุลของเหลวในร่างกาย ช่วยให้หลอดเลือดทำงานได้ดี และอาจมีส่วนช่วยควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
-
อุดมด้วยวิตามินบี 12 ที่จำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง การทำงานของระบบประสาท และการสังเคราะห์ DNA จึงเป็นอีกหนึ่งแหล่งสารอาหารที่ดี โดยเฉพาะสำหรับคนที่กินเนื้อสัตว์น้อย
วิธีเลือกซื้อกรีกโยเกิร์ต
แม้กรีกโยเกิร์ตจะขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารสุขภาพ แต่ก็มีทั้งสูตรโปรตีนสูง สูตรไขมันต่ำ หรือสูตรแต่งรสที่น้ำตาลสูง ดังนั้น ก่อนซื้อควรลองเช็กจุดเหล่านี้ก่อน โดยเฉพาะคนที่ต้องการกินกรีกโยเกิร์ตเพื่อควบคุมน้ำหนัก
-
เลือกประเภทของกรีกโยเกิร์ต : บนฉลากจะระบุอยู่ 2 แบบ คือ
-
Greek Yogurt : เป็นกรีกโยเกิร์ตแท้ที่ผ่านกระบวนการกรองน้ำเวย์ออก ทำให้เนื้อแน่น เข้มข้น และมีโปรตีนสูง มักมีส่วนผสมค่อนข้างเรียบง่าย เช่น นมและจุลินทรีย์เท่านั้น เหมาะกับคนที่ต้องการอิ่มนาน คนออกกำลังกาย หรือคนที่ควบคุมน้ำหนัก
-
Greek Style Yogurt : เป็นโยเกิร์ตที่ไม่ได้ผ่านการกรองแบบดั้งเดิม แต่ใช้วิธีเพิ่มความข้นด้วยส่วนผสมอื่นแทน ทำให้เนื้อสัมผัสยังคงเข้มข้นคล้ายกรีกโยเกิร์ต แต่รสชาติอาจละมุน กินง่ายกว่า และราคามักย่อมเยากว่า เหมาะกับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มกินกรีกโยเกิร์ต หรือคนที่เน้นความอร่อยมากกว่าปริมาณโปรตีน
-
-
เช็กปริมาณโปรตีน : ควรเลือกสูตรที่ให้โปรตีนมากกว่า 7-10 กรัมต่อหน่วยบริโภค (ราว 150-200 กรัม) เพื่อช่วยให้อิ่มนาน และเหมาะกับคนที่ต้องการดูแลกล้ามเนื้อ
-
เลือกระดับไขมัน :
-
สูตร Full Fat หรือไขมันเต็ม จะมีรสชาติหอมมัน เนื้อเข้มข้น และอิ่มท้องนานกว่า เหมาะสำหรับคนที่ต้องการจำกัดคาร์โบไฮเดรตหรือกินแบบ Keto
-
สูตร Low Fat หรือ Non-Fat เหมาะกับคนที่ต้องการควบคุมแคลอรี แต่บางยี่ห้ออาจเติมน้ำตาลเพิ่มเพื่อชดเชยรสชาติที่ขาดหายไปจากไขมัน จึงควรเช็กฉลากควบคู่กันไปด้วย
-
-
ดูปริมาณน้ำตาลให้ดี : หากเน้นกินเพื่อสุขภาพหรือคุมน้ำหนัก ควรเลือกสูตรไม่เติมน้ำตาลทราย หรือมีน้ำตาลต่ำ รวมถึงหลีกเลี่ยงสูตรที่เติมน้ำผึ้ง ผลไม้ หรือท็อปปิงหวาน ๆ ซึ่งอาจมีน้ำตาลแฝงค่อนข้างมาก
-
เลือกรสธรรมชาติ (Plain Yogurt) ถ้าเป็นไปได้ : เพราะรสธรรมชาติมักมีน้ำตาลน้อยกว่าสูตรแต่งรส และสามารถเติมผลไม้ ธัญพืช หรือถั่วต่าง ๆ เองได้ตามชอบ แต่สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่คุ้นรสเปรี้ยว อาจเริ่มจากสูตรที่กินง่ายก่อน แล้วค่อยปรับมากินรสธรรมชาติภายหลังได้
-
มองหาโพรไบโอติกหรือจุลินทรีย์มีชีวิต : โดยมักมีข้อความบนฉลาก เช่น Probiotic หรือ Live and Active Cultures ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่ช่วยดูแลสมดุลลำไส้ ระบบขับถ่าย และภูมิคุ้มกัน
-
เลือกเนื้อสัมผัสที่ชอบ : กรีกโยเกิร์ตแต่ละยี่ห้อมีความเข้มข้นต่างกัน บางสูตรเนื้อแน่น ครีมมี่ และหอมมันมากกว่า ขณะที่บางสูตรจะเบา นุ่ม และกินง่าย เหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มลองกิน
-
เลือกขนาดให้เหมาะกับการกิน : ถ้าเพิ่งเริ่มลอง แนะนำให้ซื้อถ้วยเล็กก่อน แต่ถ้ากินเป็นประจำ หรือใช้ทำอาหาร เช่น สมูทตี้ น้ำสลัด หรือขนม อาจเลือกกระปุกใหญ่ขนาด 900 กรัม - 1 กิโลกรัม จะคุ้มค่ากว่า
-
ตรวจสอบวันผลิตและวันหมดอายุ : ควรเลือกสินค้าที่ผลิตใหม่ เพื่อให้จุลินทรีย์โพรไบโอติกยังคงทำงานได้ดีและได้คุณภาพที่สดใหม่กว่า
กรีกโยเกิร์ต ยี่ห้อไหนดี ปี 2026
1. กรีกโยเกิร์ต เมจิ รสธรรมชาติ
ภาพจาก : cpmeiji.com
โยเกิร์ตกรีกสไตล์จากเมจิ (Meiji) เนื้อแน่น เข้มข้น มาในกระปุกใหญ่ขนาด 500 มิลลิลิตร แบ่งกินได้ประมาณ 3 ครั้งต่อกล่อง ให้โปรตีนสูง 7 กรัมต่อหน่วยบริโภค (150 กรัม) พลังงานเพียง 160 กิโลแคลอรี ไขมัน 11 กรัม และไม่เติมน้ำตาลทราย โดยมีน้ำตาลธรรมชาติจากโยเกิร์ต 6 กรัม กล่องนี้เป็นรสธรรมชาติ ไม่ผ่านการปรุงแต่งเพิ่มเติม เหมาะทั้งกินเปล่า ๆ หรือจับคู่กับผลไม้และกราโนลาได้เลย
-
ขนาด : 500 มิลลิลิตร
-
ราคาปกติ : 89 บาท
2. กรีกโยเกิร์ต เดอะ ชีส บารอน ผสมโพรไบโอติก รสธรรมชาติ
ภาพจาก : The Cheese Baron
กรีกโยเกิร์ตตัวดังจาก The Cheese Baron สูตรนี้เสริมโพรไบโอติกเพิ่มเข้ามา และเป็นรสธรรมชาติที่ให้พลังงานค่อนข้างต่ำ เพียง 160 กิโลแคลอรีต่อ 100 กรัม ให้โปรตีน 9 กรัม และมีน้ำตาลเพียง 2 กรัม รสสัมผัสจึงออกเปรี้ยว แต่ถูกใจสายเฮลท์ตี้ที่ชอบโยเกิร์ตเนื้อเข้มข้น กินแล้วอยู่ท้องกำลังดี
-
ขนาด : 500 มิลลิลิตร
-
ราคาปกติ : 190 บาท
3. กรีกโยเกิร์ตออร์แกนิก แดรี่โฮม สูตรไม่เติมน้ำตาล
ภาพจาก : dairyhome.co.th
สายออร์แกนิกต้องเลิฟ ! กรีกโยเกิร์ตออร์แกนิกจาก Dairy Home ที่ผลิตจากนมโคออร์แกนิกด้วยวิธีแบบชาวกรีกดั้งเดิม จนได้เนื้อโยเกิร์ตที่เนียนนุ่ม หอมมัน และมีโปรตีนสูงกว่าโยเกิร์ตทั่วไปประมาณ 2 เท่า โดยไม่เติมน้ำตาล ให้พลังงาน 110 กิโลแคลอรี ไขมัน 7 กรัม โปรตีน 6 กรัม และมีน้ำตาลธรรมชาติ 6 กรัมต่อหน่วยบริโภค (150 กรัม)
-
ขนาด : 450 กรัม
-
ราคาปกติ : 150 บาท
4. กรีกโยเกิร์ต Butterfly
ภาพจาก : butterflyorganic.co.th
Butterfly Organic Greek Yogurt อีกหนึ่งกรีกโยเกิร์ตออร์แกนิกที่หลายคนบอกต่อ ผลิตจากนมออร์แกนิก 100% บ่มด้วยโพรไบโอติกและจุลินทรีย์มีชีวิต 3 สายพันธุ์ ผ่านการกรองน้ำเวย์ด้วยผ้าขาวบางแบบกรีกดั้งเดิม จนได้เนื้อโยเกิร์ตเข้มข้นตามธรรมชาติ โดยไม่ใช้นมผง กระปุกนี้มีขนาด 400 กรัม แบ่งกินได้ประมาณ 4 ครั้ง โดยในปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงาน 100 กิโลแคลอรี โปรตีน 5 กรัม และมีน้ำตาลเพียง 3 กรัมเท่านั้น เหมาะกับคนที่ชอบโยเกิร์ตรสไม่หวานและเน้นวัตถุดิบธรรมชาติ
-
ขนาด : 400 กรัม
-
ราคาปกติ : 190 บาท
5. กรีกโยเกิร์ต Chobani Natural Light
ภาพจาก : chobani.com.au
ใครเพิ่งเริ่มกินกรีกโยเกิร์ต แต่อยากลองแบบรสไม่เข้มจนเกินไป น่าจะถูกใจโชบานิ กรีกโยเกิร์ตรสธรรมชาติ สูตร Natural Light ส่งตรงจากออสเตรเลีย จุดเด่นคือให้โปรตีนสูงประมาณ 14 กรัมต่อหน่วยบริโภค (160 กรัม) แต่ให้พลังงานเพียง 89 Kcal มีไขมันต่ำมากแค่ 0.3 กรัม และมีน้ำตาล 5.3 กรัม รสชาติเปรี้ยวละมุน กินง่ายกว่ากรีกโยเกิร์ตหลายตัว จะกินเปล่า ๆ หรือเติมผลไม้สด ธัญพืช ก็เข้ากันได้ดี
-
ขนาด : 907 กรัม
-
ราคาปกติ : 299 บาท
6. กรีกโยเกิร์ต ดัชชี่
ภาพจาก : dutchmill.co.th
ดัชชี่ กรีก สไตล์ โยเกิร์ต สูตรไม่เติมน้ำตาลทราย ขนาด 430 กรัม เอาใจสายโปรตีนด้วยโปรตีนสูงถึง 33 กรัมต่อถ้วย เนื้อแน่น เข้มข้น กินแล้วอิ่มอยู่ท้องกำลังดี แต่แนะนำให้แบ่งกินประมาณ 3 ครั้ง ครั้งละราว 150 กรัม เพื่อช่วยคุมปริมาณพลังงาน โดยใน 1 หน่วยบริโภคให้พลังงาน 110 Kcal โปรตีน 11 กรัม มีน้ำตาลธรรมชาติ 6 กรัม และไขมัน 3 กรัม เหมาะทั้งกินเป็นมื้อเบา ๆ หรือกินคู่กับผลไม้ได้เลย
-
ขนาด : 430 กรัม
-
ราคาปกติ : 78 บาท
7. กรีกโยเกิร์ต CAROLINE KHAO YAI DAIRY Non-Fat
ภาพจาก : tops.co.th
คาโรไลน์ กรีกสไตล์โยเกิร์ต กระปุกเขียว สูตรไม่มีไขมัน ขนาด 500 กรัม มาพร้อมเนื้อครีมเข้มข้น กินแล้วอิ่มอยู่ท้อง แต่ให้พลังงานค่อนข้างต่ำ เพียง 80 กิโลแคลอรีต่อ 1 หน่วยบริโภค (150 กรัม) ให้โปรตีนสูงถึง 15 กรัม ไม่มีไขมัน และมีน้ำตาลเพียง 5 กรัม เหมาะกับคนที่อยากคุมแคลอรี แต่ยังต้องการโปรตีนช่วยให้อิ่มนาน จะกินเป็นมื้อเบา ๆ หรือหลังออกกำลังกายก็ได้เหมือนกัน
-
ขนาด : 500 กรัม
-
ราคาปกติ : 179 บาท
กรีกโยเกิร์ตกินตอนไหนดี
จริง ๆ แล้วสามารถกินได้หลายช่วงเวลา ขึ้นอยู่กับว่าต้องการเน้นเรื่องอะไร เพราะแต่ละช่วงเวลาก็มีข้อดีต่างกันไป
-
มื้อเช้า : เป็นช่วงที่หลายคนแนะนำ เพราะช่วยให้อิ่มนาน ลดอาการหิวระหว่างวัน และได้พลังงานสำหรับเริ่มต้นวันใหม่ โดยเฉพาะถ้ากินคู่กับผลไม้ ข้าวโอ๊ต หรือธัญพืชต่าง ๆ
-
ตอนท้องว่างหรือก่อนอาหารเล็กน้อย : มีข้อมูลว่าเป็นช่วงที่กระเพาะยังไม่ทำงานหนักมาก อาจช่วยให้โพรไบโอติกในโยเกิร์ตผ่านไปถึงลำไส้ได้ดีขึ้น เพราะกรดในกระเพาะยังไม่สูงเท่าหลังมื้ออาหาร
-
ช่วงบ่ายหรือเวลาหิวระหว่างมื้อ : เหมาะสำหรับใช้เป็นของว่าง เพราะโปรตีนในกรีกโยเกิร์ตช่วยให้อิ่มนาน ลดโอกาสกินจุบจิบหรือของหวานระหว่างวันได้
-
หลังออกกำลังกาย : ถือเป็นช่วงที่เหมาะกับสายฟิตเนส เพราะกรีกโยเกิร์ตมีโปรตีนสูง ช่วยฟื้นฟูและซ่อมแซมกล้ามเนื้อได้ดี โดยเฉพาะถ้ากินคู่กับผลไม้หรือคาร์โบไฮเดรตเล็กน้อย
-
ก่อนนอน : บางคนเลือกกินช่วงนี้ เพราะโปรตีนประเภทเคซีนในโยเกิร์ตค่อย ๆ ถูกย่อย ทำให้อิ่มนาน และอาจช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อระหว่างนอนหลับได้
อย่างไรก็ตาม ไม่มีช่วงเวลาไหนที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน เพราะร่างกายแต่ละคนตอบสนองต่างกัน สิ่งสำคัญกว่าคือเลือกสูตรที่น้ำตาลไม่สูง และกินอย่างสม่ำเสมอในปริมาณเหมาะสม
กรีกโยเกิร์ต กินทุกวันดีไหม
โดยทั่วไป สามารถกินกรีกโยเกิร์ตได้ทุกวัน หากกินในปริมาณเหมาะสม และเลือกสูตรที่เหมาะกับตัวเอง เช่น สูตรน้ำตาลต่ำ หรือไม่เติมน้ำตาลทราย เพราะกรีกโยเกิร์ตมีทั้งโปรตีน แคลเซียม และโพรไบโอติกที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
อย่างไรก็ตาม แม้กรีกโยเกิร์ตจะมีคุณค่าทางโภชนาการสูง แต่หลายสูตรก็ให้พลังงานและไขมันมากกว่าโยเกิร์ตทั่วไป จึงควรระวังการกินมากเกินไป เพราะอาจทำให้ได้รับพลังงานเกินความต้องการของร่างกายได้ ดังนั้น หากเน้นกินเพื่อสุขภาพ ส่วนใหญ่มักแนะนำประมาณวันละ 1 เสิร์ฟ (หน่วยบริโภค) และอาจกินคู่กับอาหารที่มีไฟเบอร์ เช่น ผลไม้ ข้าวโอ๊ต หรือเมล็ดพืชต่าง ๆ เพื่อช่วยให้อิ่มนานขึ้น และได้สารอาหารที่สมดุลมากกว่าเดิม
กรีกโยเกิร์ตกินกับอะไรดี
กรีกโยเกิร์ตเป็นอาหารที่เอาไปจับคู่ได้หลายแบบ เพราะมีทั้งรสเปรี้ยวละมุนและเนื้อเข้มข้น จะกินเป็นมื้อเช้า ของว่าง หรือของหวานก็ได้ เช่น
-
ผลไม้สด : เป็นคู่ยอดฮิต เพราะช่วยเพิ่มความสดชื่นและไฟเบอร์ เช่น กล้วย สตรอว์เบอร์รี บลูเบอร์รี กีวี หรือมะม่วง
-
กราโนลาและข้าวโอ๊ต : เพิ่มความกรุบกรอบและช่วยให้อิ่มนาน เหมาะกับมื้อเช้าหรือมื้อเบา ๆ
-
ถั่วและเมล็ดพืช : เช่น อัลมอนด์ วอลนัท เมล็ดแฟลกซ์ หรือเมล็ดเจีย ช่วยเพิ่มไขมันดีและโปรตีน
-
น้ำผึ้ง : ช่วยตัดรสเปรี้ยว ทำให้กินง่ายขึ้น เหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มกินกรีกโยเกิร์ต
-
ดาร์กช็อกโกแลตหรือโกโก้นิบส์ : เพิ่มรสขมหวานและความกรุบเล็ก ๆ คล้ายของหวานเพื่อสุขภาพ
-
แยมผลไม้หรือเนยถั่ว : ช่วยเพิ่มรสชาติและความเข้มข้น แต่ควรเลือกสูตรน้ำตาลไม่สูง
-
สลัดหรืออาหารคาว : บางคนนำกรีกโยเกิร์ตไปทำเป็นน้ำสลัด ดิป หรือกินคู่กับอกไก่และแซนด์วิชแทนมายองเนส
-
สมูทตี้ : ปั่นรวมกับผลไม้และนม จะช่วยให้เนื้อสมูทตี้เนียนและได้โปรตีนเพิ่มขึ้น
ข้อควรรู้ก่อนกินกรีกโยเกิร์ต
มีหลายเรื่องที่คนรักสุขภาพควรรู้ก่อนเลือกกินกรีกโยเกิร์ต เพื่อให้ได้ประโยชน์และเหมาะกับร่างกายตัวเองมากที่สุด ดังนี้
-
กรีกโยเกิร์ตไม่ได้แคลอรีต่ำเสมอไป โดยเฉพาะสูตร Full Fat หรือสูตรแต่งรสชาติ อาจให้พลังงานและไขมันสูง จึงควรเช็กฉลากโภชนาการก่อนซื้อ
-
สูตรแต่งรสชาติ หรือเติมน้ำผึ้ง เติมผลไม้ อาจมีน้ำตาลค่อนข้างมาก แนะนำให้เลือกสูตรธรรมชาติ (Plain / Nutural) หรือสูตรไม่เติมน้ำตาล แล้วเติมผลไม้สดเองจะดีกว่า
-
คนแพ้นมวัวหรือไวต่อแล็กโทสยังต้องระวัง เพราะแม้จะผ่านการกรองน้ำเวย์ออก แต่ก็ยังมีส่วนผสมของนมอยู่ จึงอาจทำให้บางคนมีอาการท้องอืด ปวดท้อง หรือไม่สบายท้องได้
-
กรีกโยเกิร์ตแท้มักมีรสเปรี้ยวและเนื้อเข้มข้นกว่าโยเกิร์ตทั่วไป มือใหม่อาจเริ่มจากสูตร Light หรือกินคู่กับผลไม้ น้ำผึ้ง และกราโนลาก่อน เพื่อให้กินง่ายขึ้น
-
แม้เป็นอาหารที่ดูเฮลธ์ตี้แต่ก็ไม่ควรรับประทานมากเกินไป เพราะอาจได้รับโปรตีน ไขมัน หรือพลังงานเกินจำเป็น
-
โยเกิร์ตเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีจุลินทรีย์มีชีวิต จึงควรเก็บไว้ในตู้เย็นตลอด และไม่ควรวางทิ้งไว้นอกตู้เย็นนานเกินไป
บทความที่เกี่ยวข้องกับโยเกิร์ต
- กินโยเกิร์ตตอนท้องว่าง ช่วงเวลาทองหรือต้องระวัง ? พร้อม 3 เคล็ดลับรับประโยชน์เต็มคำ
- โยเกิร์ต ประโยชน์สุดจึ้งต่อสุขภาพผู้หญิง ดีจริงทั้งภายในและภายนอก !
- กินโยเกิร์ตตอนไหนดี ดึงประโยชน์จากโยเกิร์ตให้ตอบโจทย์ ต้องกินให้ถูกเวลา
- โยเกิร์ตหมดอายุกินได้ไหม ดูยังไงว่าบูดแล้ว หรือนำมาพอกหน้าจะเป็นอะไรไหม
- 6 ข้อดีของการกินโยเกิร์ตก่อนนอน ช่วยดีท็อกซ์ ควบคุมน้ำหนักได้
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : medicalnewstoday.com, eatingwell.com, healthline.com, vinmec.com,
cpmeiji.com, thecheesebaron, dairyhome.co.th, butterflyorganic.co.th, chobani.com.au, dutchmill.co.th, tops.co.th





