รู้จัก Erotomania ภาวะหลงผิดว่าเขารัก มโนว่าเป็นแฟนกัน ทั้งที่แค่คิดไปเอง

          การมโนว่าคนนั้นชอบเรา มากดไลก์เราก็แปลว่ารักแน่ ๆ ส่วนใหญ่เป็นแค่การคิดเข้าข้างตัวเองขำ ๆ แต่สำหรับบางคน หากกลายเป็นความเชื่อฝังใจที่ไม่ยอมรับความจริง ก็อาจเข้าข่ายภาวะหลงผิดที่ส่งผลต่อชีวิตได้แล้วนะ
          กดไลก์=รัก เป็นวลีที่หลายคนใช้โพสต์หรือคุยเล่นกับเพื่อนขำ ๆ เอาเฮฮาไปวัน ๆ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ใคร ๆ ก็เคยคิดเข้าข้างตัวเองบ้าง แต่บางคนไม่ใช่แค่นั้นสิคะ เพราะมีอาการหลงผิดไปมาก ถึงขนาดปักใจเชื่อว่าเขารักเรา หลงเราจริงจัง หรืออาจเชื่อว่ามีความสัมพันธ์กับคนนั้นจริง ๆ แม้อีกฝ่ายจะปฏิเสธก็ตาม ที่เรียกว่าภาวะ Erotomania และวันนี้เราจะพามารู้จักอาการนี้กัน

Erotomania อีโรโทมาเนีย คืออะไร

Erotomania มโนว่าเขารัก

          คำว่า Erotomania คือ ภาวะหลงผิดเฉพาะอย่าง ที่จิตแพทย์ชาวฝรั่งเศสชื่อ Jean-Étienne Esquirol บรรยายไว้ตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 19 ต่อมาในปี 1921 จิตแพทย์ชาวฝรั่งเศสอีกคนคือ Gaëtan Gatian de Clérambault ได้อธิบายลักษณะอาการไว้อย่างละเอียด ภาวะนี้จึงมีอีกชื่อว่า Clérambault syndrome ซึ่งเป็นชื่อที่นิยมใช้เช่นกัน

          โดยอีโรโทมาเนีย (Erotomania) จัดเป็นโรคหลงผิด (Delusional Disorder) ชนิดหนึ่ง ซึ่งตามเกณฑ์การวินิจฉัยทางจิตเวช (DSM-5) เรียกว่า "ชนิดหลงผิดว่ามีคนมาหลงรัก" (erotomanic type) อย่างไรก็ตาม ความเชื่อลักษณะนี้ก็อาจพบร่วมกับโรคทางจิตเวชอื่นได้ เช่น โรคจิตเภท หรือโรคไบโพลาร์ ผู้ป่วยจะหลงผิดอย่างจริงจังว่ามีคนมาหลงรักเรา มโนว่าเป็นแฟนกับคนนั้นคนนี้ โดยที่ทั้งหมดเป็นแฟนทิพย์ สามีทิพย์ จากการคิดไปเองล้วน ๆ ความจริงคือแทบไม่รู้จักหรือได้เข้าใกล้คนที่เรามโนถึงด้วยซ้ำ หรืออาจเป็นคนใกล้ตัวก็ได้

          เช่น เชื่ออย่างสนิทใจว่าใครคนใดคนหนึ่งเป็นแฟนเรา หรือเชื่อว่าตัวเองเป็นแฟนกับดารา ไอดอล หรือคนดัง คนที่ร่ำรวย สูงส่งกว่าเรา ทั้งที่ยังไม่เคยเจอเขาตัวเป็น ๆ เลยสักที และที่สำคัญคือ ความเชื่อนี้จะไม่เปลี่ยนไปแม้อีกฝ่ายจะปฏิเสธ หรือมีหลักฐานชัดเจนว่าไม่เป็นความจริงก็ตาม

มโนแบบไหนปกติ แบบไหนน่าห่วง

           การคิดเข้าข้างตัวเอง หรือปลื้มดาราไอดอลมาก ๆ ไม่ได้แปลว่าเป็น Erotomania เสมอไป ลองดูความแตกต่างกันค่ะ
คิดเข้าข้างตัวเอง / ปลื้มคนดัง (ปกติ)
  • ความเชื่อ : รู้ลึก ๆ ว่าอาจไม่จริง
  • เมื่อเจอหลักฐานแย้ง : ผิดหวัง แล้วค่อย ๆ ยอมรับได้
  • ผลต่อชีวิต : ยังเรียน ทำงาน ใช้ชีวิตได้ตามปกติ
Erotomania (น่าห่วง)
  • ความเชื่อ : มั่นใจเต็มร้อยว่าเขารักเรา
  • เมื่อเจอหลักฐานแย้ง : ไม่เชื่อ หรือตีความว่าเป็นสัญญาณลับ
  • ผลต่อชีวิต : กระทบชีวิตประจำวัน และอาจไปรบกวนอีกฝ่าย

Erotomania เกิดจากอะไร ใครเสี่ยงบ้าง

          สาเหตุของภาวะอีโรโทมาเนีย (Erotomania) อาจเกิดจากปัจจัยเสี่ยงต่อไปนี้ 

          * เป็นผลเกี่ยวเนื่องจากโรคจิตเวชอื่น ๆ เช่น โรคจิตเภท โรคไบโพลาร์ โรคซึมเศร้าชนิดรุนแรง หรืออัลไซเมอร์ 

          * ภาวะเครียดรุนแรง โดยเฉพาะความเครียดจากการสูญเสียคนรัก หรือการผิดหวังที่รุนแรง 

          * เป็นผลข้างเคียงจากโรคอื่น ๆ เช่น ภาวะเนื้องอกในสมอง มะเร็งสมอง 

เนื้องอกในสมอง มะเร็งสมอง สังเกตได้จากอาการปวดหัวเรื้อรัง

          นอกจากสาเหตุข้างต้นแล้ว ยังมีกลุ่มเสี่ยงดังต่อไปนี้ด้วย

          * คนที่ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง
          * คนที่รู้สึกโดดเดี่ยว หรือรู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นที่ยอมรับในสังคม
          * คนที่ชอบแยกตัวออกจากสังคม
          * คนที่มองมุมมองของผู้อื่นบกพร่อง ผิดเพี้ยนไป
          * คนที่มีภาวะหลอนจากการเสพติดสุราและยาเสพติด
          * คนที่มีประวัติคนในครอบครัวเคยเป็นมาก่อน

          อย่างไรก็ตาม จากสถิติทางการแพทย์พบว่า เพศหญิงมีความเสี่ยงเป็น Erotomania มากกว่าเพศชายด้วยนะคะ

อีโรโทมาเนีย (Erotomania) อาการแบบไหนใช่เลย !

Erotomania มโนว่าเขารัก

           อาการ Erotomania หรือโรคมโนว่าคนอื่นมาหลงรักตัวเอง แบบชัด ๆ จะสังเกตได้ดังนี้

  1. หมกมุ่นคิดถึงแต่คนนั้น และเชื่อว่าเขาเป็นฝ่ายหลงรักเราก่อน
  2. ส่งข้อความ จดหมายรัก ของขวัญ ให้แฟนในมโนเสมอ ๆ
  3. ปักอกปักใจเชื่ออย่างแรงกล้าว่ากำลังคบหากันอยู่
  4. พยายามติดต่อกับแฟนในมโนอย่างดื้อด้าน แม้เขาจะไม่รับโทรศัพท์ หรือไม่ยอมพูดด้วย ก็ยังตื๊อไม่เลิก หรือมีพฤติกรรมสะกดรอยตาม
  5. เชื่อสนิทใจว่าท่าทาง สายตา หรือคำพูดบางอย่างของใครคนนั้นสื่อถึงเรา หรือเขากำลังส่งสัญญาณบอกรักเราอย่างลับ ๆ หรือหากโดนคนนั้นปฏิเสธก็จะคิดว่าเขาอยากให้ความสัมพันธ์ของเราเป็นความลับ ไม่อยากเปิดเผยให้ใครรู้
  6. จะมีอาการไม่พอใจมากหากใครมายุ่งกับแฟนในมโนของตัวเอง
  7. อาจคุกคามคนที่คิดว่าเป็นแฟนตัวเอง หรือทำร้ายคนที่มายุ่งกับแฟนในมโนของตัวเองได้
  8. ใช้เวลาไปกับเรื่องของคนรักทิพย์จนเสียการเสียงาน รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของตัวเอง

           ทั้งนี้ ตามเกณฑ์การวินิจฉัยทางจิตเวช หากมีความเชื่อลักษณะนี้ต่อเนื่องกันตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป ถือว่าอาการน่าเป็นห่วง และควรรีบพบจิตแพทย์เพื่อประเมินและรักษา เพราะอาจทำให้มีปัญหาอื่น ๆ ตามมาได้ เช่น โรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า หรือการใช้สุรา สารเสพติด รวมถึงปัญหาทางกฎหมายหากมีพฤติกรรมคุกคามผู้อื่น

อีโรโทมาเนีย (Erotomania) รักษาได้ไหม

Erotomania มโนว่าเขารัก

          Erotomania รักษาได้ โดยแพทย์มักใช้หลายวิธีร่วมกัน ดังนี้

  • รักษาด้วยยา โดยยาหลักคือยาต้านโรคจิต (antipsychotics) ซึ่งช่วยลดความเชื่อที่ผิดจากความจริง และอาจใช้ยาอื่นร่วมด้วยตามอาการ เช่น ยาต้านเศร้า หรือยาปรับอารมณ์
  • การบำบัดจิต และการปรับความคิดและพฤติกรรม (CBT)
  • หากมีโรคอื่น ๆ เกี่ยวข้องด้วย แพทย์จะรักษาโรคนั้นควบคู่กันไป เพื่อให้อาการหลงผิดเบาลง เช่น หากติดสารเสพติดหรือสุรา ก็จะรักษาอาการเสพติดร่วมด้วย เป็นต้น
          อย่างไรก็ตาม Erotomania เป็นภาวะหลงผิดที่ผู้ป่วยมักไม่รู้ตัวว่ากำลังป่วยอยู่ ดังนั้นหากเห็นคนใกล้ตัวมีภาวะนี้ ไม่ควรต่อว่าหรือเถียงเรื่องความเชื่อตรง ๆ แต่ควรชวนเขาไปพบจิตแพทย์ด้วยความห่วงใย เพื่อเข้ารับการรักษาและกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข หากไม่แน่ใจว่าจะเริ่มอย่างไร สามารถโทร. ปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

บทความที่เกี่ยวข้องกับโรคจิตเวช

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมสุขภาพจิต, webmd.com, medicalnewstoday.com, healthline.com

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
รู้จัก Erotomania ภาวะหลงผิดว่าเขารัก มโนว่าเป็นแฟนกัน ทั้งที่แค่คิดไปเอง อัปเดตล่าสุด 5 ตุลาคม 2569 เวลา 12:07:37 32,856 อ่าน
TOP
x close