x close

วิตามินดูแลสายตายี่ห้อไหนดี ปี 2024 เหมาะกับคนตาแห้ง ตาล้า ใช้สายตามากทุกวัน

          วิตามินบำรุงสายตา ยี่ห้อไหนน่าสนใจ สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลดวงตาเป็นพิเศษ และผู้ที่สายตาเริ่มมีปัญหาตาแห้ง ปวดตา ตาพร่ามัว แสบตาง่าย ถ้าอยากซื้อควรเลือกอย่างไรดี
ปวดตา

           ดวงตาเป็นอวัยวะสำคัญที่ต้องใช้ทุกวัน แต่บางอาชีพต้องใช้สายตาหนักมากกว่าปกติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น พนักงานออฟฟิศที่ต้องนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวัน พนักงานแอดมินร้านค้าออนไลน์ที่ต้องใช้มือถือเพื่อทำงานตอบแชตลูกค้าหนัก ๆ ไรเดอร์หรือเมสเซนเจอร์ที่ต้องขับรถทางไกลท่ามกลางแดดจ้าและใช้สายตาเพ่งมองถนนตลอดเวลา พฤติกรรมเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อสายตาของเรามาก บางคนจึงมีอาการปวดตา แสบตาง่าย ตาพร่ามัว ตาแพ้แสง การกินอาหารบำรุงสายตาก็สามารถช่วยได้ในระดับหนึ่ง เช่น ผักและผลไม้ที่มีสีเขียวเข้ม สีเหลือง และสีส้ม รวมทั้งการรับประทานวิตามินที่ช่วยเสริมการดูแลสุขภาพดวงตาก็เป็นอีกทางเลือก มาดูกันว่ามีวิตามินตัวไหนบ้าง

วิตามินบำรุงสายตา
และอาหารบำรุงสายตามีอะไรบ้าง

อาหารบำรุงสายตา

          อาหารที่เรารับประทานก็มีวิตามินบำรุงสายตาเช่นกัน แต่เราอาจรับประทานได้น้อยหรือไม่ชอบรับประทานอาหารชนิดนั้น ดังนั้น การรับประทานวิตามินที่มีสารอาหารเพื่อช่วยดูแลดวงตาจึงเป็นอีกทางเลือก แต่ก่อนที่จะไปดูว่ามีวิตามินตัวไหนที่น่าสนใจบ้าง เรามาดูอาหารบำรุงสายตาที่น่าสนใจกัน

  • วิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา ช่วยในการมองในที่มืด พบในผักใบเขียว เช่น ตำลึง, ผักโขม, ผักบุ้ง, ชะอม, คะน้า, ยอดกระถิน, พริกหยวกเขียว, บรอกโคลี เป็นต้น ผักหรือผลไม้ที่มีสีเหลืองหรือสีส้ม เช่น ฟักทอง, แครอต, มะละกอ, มะม่วงสุก, เสาวรส รวมทั้งเครื่องในสัตว์และไข่แดง

  • ลูทีนและซีแซนทิน เป็นสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ ช่วยชะลอและลดโอกาสของการเกิดต้อกระจก ป้องกันหรือชะลอโรคจอประสาทตาเสื่อม พบมากในไข่แดง ผักและผลไม้สีเขียวและเหลือง เช่น ผักคะน้า, ปวยเล้ง, บรอกโคลี, ผักโขม, ข้าวโพด, ฟักทอง, แครอต เป็นต้น

  • แอสตาแซนธิน เป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ ช่วยบำรุงและลดอาการเมื่อยล้าของสายตา พบในกุ้ง, ปลาแซลมอน, ปู, ไข่ปลาคาเวียร์, สาหร่ายสีแดง เป็นต้น 

  • วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) ช่วยบำรุงสายตา ลดอาการตาล้า ตาไม่สู้แสง พบมากในผลิตภัณฑ์นม, ผักใบเขียว, เนื้อสัตว์, เห็ด, ไข่, ธัญพืช เป็นต้น

  • วิตามินซี ช่วยชะลอการเกิดต้อกระจกและจอประสาทตาเสื่อม พบมากในผักและผลไม้ เช่น ส้ม, องุ่น, สตรอว์เบอร์รี, กีวี, แคนตาลูป, มะละกอ, มะเขือเทศ, พริกหยวก, บรอกโคลี, กะหล่ำปลี เป็นต้น

  • วิตามินอี เป็นวิตามินที่อยู่ในเซลล์รับแสงจอประสาทตา ช่วยปกป้องดวงตาจากแสงแดด ช่วยลดความเสี่ยงโรคต้อกระจก พบในอาหารต่าง ๆ เช่น ไข่, เนื้อสัตว์, ผลไม้, ธัญพืช, น้ำมันจากพืช เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันมะกอก น้ำมันดอกทานตะวัน เป็นต้น

  • สังกะสี ช่วยลดความเสี่ยงของโรคจอตาในผู้สูงอายุ หรือชะลอความเสื่อมของจอประสาทตาในผู้ที่มีอาการอยู่แล้ว พบในอาหารทะเล เช่น หอยนางรม, ปู, กุ้ง รวมทั้งเนื้อสัตว์ ตับ ธัญพืช ผักใบเขียว และผลไม้ เช่น แอปเปิล สับปะรด มะม่วง เป็นต้น 

  • โอเมก้า 3 ช่วยรักษาภาวะตาแห้ง ช่วยผลิตน้ำตาทำให้ตาชุ่มชื้น พบมากในปลาทะเล เช่น ปลาแซลมอน, ปลาทูน่า, ปลาซาร์ดีน รวมทั้งปลาน้ำจืด เช่น ปลาทู, ปลาน้ำดอกไม้, ปลากะพง, ปลาช่อน และยังมีหอยนางรม ธัญพืช เป็นต้น 

  • บิลเบอร์รี มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงที่เรียกว่า แอนโทไซยานิน ช่วยลดอาการตาเมื่อยล้า ตาแห้ง ช่วยป้องกันโรคต้อกระจก จอประสาทตาเสื่อม และโรคทางตาอื่น ๆ

วิตามินดูแลสายตา ยี่ห้อไหนดี

          สำหรับคนที่รับประทานสารอาหารที่ช่วยบำรุงสายตาได้ไม่เพียงพอ การเสริมวิตามินและแร่ธาตุที่ช่วยดูแลสายตาก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก ปัจจุบันมีวางขายอยู่หลายแบรนด์ เช่น

1. Real Elixir Yes Care

วิตามินบำรุงสายตา Real Elixir Yes Care

ภาพจาก : realelixir.com

          Real Elixir Yes Care ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ใน 1 เม็ด อุดมด้วยสารสกัดจากดอกดาวเรือง 160 มิลลิกรัม, สารสกัดจากบิลเบอร์รี 100 มิลลิกรัม, ซิงก์, เบต้าแคโรทีน, วิตามินบี 2, วิตามินอี และวิตามินเอ ซึ่งล้วนเป็นสารอาหารที่มีส่วนช่วยลดความเสื่อมของดวงตา ลดอาการตาแห้ง ตาพร่า มีส่วนช่วยให้การมองเห็นตอนกลางคืนชัดเจนขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงต้อกระจก อีกทั้งยังมีแคลเซียม แพนโทธีเนต หรือวิตามินบี 5 ที่มีส่วนช่วยดูแลสุขภาพเส้นผมและผิวอีกด้วย

  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 เม็ด หลังมื้ออาหาร

  • ขนาด : 1 ขวด (บรรจุ 30 เม็ด)

  • ราคาปกติ : 490 บาท

2. Blackmores Bilberry 2500

วิตามินบำรุงสายตา Blackmores Bilberry 2500

ภาพจาก : blackmores.co.th

          แบลคมอร์ส บิลเบอร์รี 2500 ขวดนี้ผสมสารสกัดจากผลบิลเบอร์รี 25 มิลลิกรัม ที่ให้สารสำคัญแอนโธไซยาโนไซด์ 9 มิลลิกรัมต่อเม็ด โดยบิลเบอร์รีมีส่วนช่วยเพิ่มสมรรถภาพการมองในที่มืด ทำให้เห็นภาพคมชัดขึ้น และลดอาการเมื่อยล้าของดวงตา 

  • วิธีรับประทาน : ครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2-4 ครั้ง  

  • ขนาด : 1 ขวด (บรรจุ 60 เม็ด)

  • ราคาปกติ : 565 บาท

3. VISTRA TEERLUB

วิตามินบำรุงสายตา VISTRA TEERLUB

ภาพจาก : vistra.co.th

           วิสทร้า เทียร์ลูบ ใน 1 แคปซูล ประกอบด้วย ลูทีน 19 มิลลิกรัม, ซีแซนทิน 0.95 มิลลิกรัม, ซิงก์ 15 มิลลิกรัม และยังมีวิตามินอี วิตามินเอ ไรโบฟลาวิน หรือวิตามินบี 2 จุดเด่นของขวดนี้ก็คือ มีสารสกัดจากมากิเบอร์รี ที่มีสารเดลฟินิดินช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำตา จึงทำให้ดวงตามีความชุ่มชื้นมากยิ่งขึ้น ช่วยให้อาการตาแห้งดีขึ้น อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่แพ้ผลิตภัณฑ์จากถั่วและซัลไฟต์ กลูเตนและหอย ไม่ควรรับประทาน

  • วิธีรับประทาน : ครั้งละ 1 แคปซูล หลังอาหารเช้า-เย็น  

  • ขนาด : 1 ขวด (บรรจุ 30 แคปซูล)

  • ราคาปกติ : 510 บาท

4. Dr.Lyn Lutein Bilberry Plus A

วิตามินบำรุงสายตา Dr.lyn Lutein Bilberry Plus A

ภาพจาก : Dr. Pong shop

           Dr.Lyn Lutein Bilberry Plus A อาหารเสริมดูแลดวงตาที่คิดค้นสูตรโดยจักษุแพทย์ ผลิตจากสารสกัดธรรมชาติ 100% โดยใน 1 แคปซูล มีสารสกัดจากดอกดาวเรืองที่ให้สารสำคัญคือ ลูทีนและซีแซนทิน ที่มีส่วนช่วยป้องกันแสงสีน้ำเงินพร้อมชะลอจอประสาทตาเสื่อม, น้ำมันปลาทะเลน้ำลึก มีโอเมก้า 3 ช่วยบรรเทาอาการตาแห้ง, มะเขือเทศ มีวิตามินเอที่มีส่วนช่วยในการมองเห็น, บิลเบอร์รี มีสารแอนโทไซยานินช่วยในการมองเห็นในที่มืด รวมทั้งสารสกัดจากเมล็ดองุ่น ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในจอตา และยังมีซิงก์ที่ช่วยในการส่งสัญญาณของเซลล์ประสาท

  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล หลังอาหารเช้า  

  • ขนาด : 1 ขวด (บรรจุ 15 แคปซูล)

  • ราคาปกติ : 499 บาท

5. iiCare Daily

วิตามินบำรุงสายตา iiCare Daily

ภาพจาก : megawecare.co.th

          ii Care Daily จาก MEGA We care ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เหมาะกับคนที่เริ่มมีสัญญาณของอาการตาแห้ง ตาล้า ปวดกระบอกตา ใน 1 แคปซูล ประกอบด้วย แอสตาแซนธิน คอมเพล็กซ์ 120 มิลลิกรัม ให้แอสตาแซนธินธรรมชาติ 6 มิลลิกรัม ซึ่งมีส่วนช่วยลดอาการเมื่อยล้าของสายตา มาพร้อมกับสารสกัดจากดอกดาวเรือง 50 มิลลิกรัม ที่ให้ลูทีน 10 มิลลิกรัม และซีแซนทิน 2 มิลลิกรัม มีสรรพคุณช่วยในการมองเห็นท่ามกลางแสงจ้าได้ดีขึ้น อีกทั้งมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงจอประสาทตาเสื่อมอันเนื่องมาจากวัยและการใช้สายตาเพ่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวัน

  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล พร้อมอาหาร  

  • ขนาด : 1 ขวด (บรรจุ 30 แคปซูล)

  • ราคาปกติ : 790 บาท

6. Vit 2 Go Lutein

วิตามินบำรุงสายตา Vit 2 Go Lutein

ภาพจาก : sandm.co.th

          วิต’ทูโก ลูทีน เป็นวิตามินชนิดซองพกพาสะดวก ใน 1 แคปซูล ประกอบด้วย ลูทีน 20 มิลลิกรัม ผสมบิลเบอร์รีสกัดและวิตามินเอ มีส่วนช่วยคงสภาพปกติของการมองเห็น ลดอาการตาพร่ามัว ตาเมื่อยล้า หาซื้อได้ง่ายที่ 7-11

  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล หลังอาหาร  

  • ขนาด : 1 กล่อง (บรรจุ 12 ซอง โดยใน 1 ซอง บรรจุ 2 แคปซูล)

  • ราคาปกติ : 240 บาท

7. Medira Viscare

วิตามินบำรุงสายตา Medira Viscare

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Medira

         เมดิร่า วิสแคร์ มาในรูปแบบซอฟต์เจล รับประทานง่าย โดยใน 1 เม็ด ประกอบด้วย สารสกัดจากมากิเบอร์รี, บิลเบอร์รี, ลูทีน, ซีแซนทิน, วิตามินเอ และวิตามินอี ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีส่วนช่วยให้ดวงตาชุ่มชื้น ลดอาการตาพร่า ตาสู้แสงไม่ได้ ช่วยปรับการมองเห็นในที่มืด พร้อมปกป้องดวงตาจากแสงสีฟ้าและแสงแดด

  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล ก่อนนอน  

  • ขนาด : 1 ขวด (บรรจุ 30 แคปซูล)

  • ราคาปกติ : 590 บาท

วิตามินดูแลสายตา เหมาะกับใคร

  • คนที่ใช้คอมพิวเตอร์และสมาร์ตโฟนติดต่อกันหลายชั่วโมง

  • คนที่มีปัญหาตาแห้ง แสบตา ระคายเคืองตาเป็นประจำ

  • คนที่มีอาการตาล้า ตาพร่ามัว มองเห็นไม่ชัด หรือสู้แสงไม่ค่อยได้ 

  • คนที่ทำเลสิกหรือผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์

  • คนที่ต้องทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง เจอทั้งแสงแดด ฝุ่นละออง และฝุ่น PM2.5 เป็นประจำ

  • คนที่ทำงานในสถานที่ที่มีแสงจ้า หรือต้องเจอแสงแฟลช แสงไฟ เป็นเวลานาน

วิธีเลือกซื้อวิตามินดูแลสายตา

วิตามินบำรุงสายตา

  • พิจารณาชนิดของวิตามินที่เป็นส่วนผสม โดยบางยี่ห้ออาจใส่วิตามินมาเพียง 1-2 ชนิด แต่บางยี่ห้อมีวิตามินหลายชนิดก็จะรวมสารอาหารที่หลากหลายไว้มากกว่า  

  • เลือกวิตามินให้ตรงกับปัญหาสายตา เช่น หากมีอาการตาแห้งควรเลือกวิตามินที่มีส่วนผสมของน้ำมันปลา บิลเบอร์รี มากิเบอร์รี ซึ่งช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำตา เพิ่มความชุ่มชื้นในดวงตา หรือคนที่จ้องหน้าจอทั้งวันก็ควรเลือกวิตามินที่มีส่วนผสมของลูทีนและซีแซนทิน ที่ช่วยดูดซับแสงสีฟ้า เป็นต้น

  • เลือกจากรูปแบบของเม็ดยาที่สะดวกในการรับประทาน เช่น บางคนชอบแบบเม็ดกลม แบบเม็ดรี แบบแคปซูล แบบซอฟต์เจล ซึ่งถ้าเป็นแบบซอฟต์เจลก็จะกลืนง่ายและดูดซึมได้ดีกว่าเม็ดแข็ง

  • เลือกยี่ห้อที่มีฉลากผลิตภัณฑ์ให้ข้อมูลทั้งส่วนผสม ปริมาณสารอาหารแต่ละชนิด วิธีและขนาดที่ควรรับประทาน และวันเดือนปีที่ผลิตและหมดอายุ

  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) 

  • ควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ประจำตัวทุกครั้งหากอยากรับประทานวิตามินเสริม

ข้อควรระวังในการรับประทาน

  • วิตามินดูแลสายตาเป็นเพียงผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่สามารถรักษาหรือป้องกันโรคได้ 

  • ควรเก็บให้พ้นแสงแดด เพราะอาจทำให้วิตามินเสื่อมคุณภาพ

  • ไม่ควรรับประทานวิตามินเสริมเกินขนาดที่ฉลากกำหนด เนื่องจากอาจมีผลข้างเคียง 

  • ควรอ่านส่วนผสมของฉลากอย่างละเอียด เพื่อหลีกเลี่ยงส่วนผสมที่ก่อให้เกิดอาการแพ้

  • เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน

  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้มีโรคประจำตัว และผู้สูงอายุ ควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อนรับประทาน
           ใครที่ต้องการวิตามินไว้ดูแลสายตา โดยเฉพาะผู้ที่ใช้สายตาอย่างหนักทุกวัน ลองพิจารณาจากยี่ห้อที่เราแนะนำกันได้เลย ทั้งนี้ ควรอ่านข้อควรระวังตรงฉลากผลิตภัณฑ์ก่อนเลือกซื้อด้วยนะคะ

บทความที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพดวงตา

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : realelixir.com, blackmores.co.th, vistra.co.th, Dr. Pong shop, megawecare.co.th, sandm.co.th, เฟซบุ๊ก Medira
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
วิตามินดูแลสายตายี่ห้อไหนดี ปี 2024 เหมาะกับคนตาแห้ง ตาล้า ใช้สายตามากทุกวัน อัปเดตล่าสุด 8 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 09:29:32 46,398 อ่าน
TOP