ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหาร คืออะไร
ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหาร หรือ Meal Replacement คือ อาหารหรือเครื่องดื่มที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้รับประทานแทนอาหาร 1 มื้อ โดยมีการคำนวณพลังงานและสารอาหารหลักไว้ในสัดส่วนที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมันดี รวมถึงวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น เพื่อช่วยให้ร่างกายยังได้รับโภชนาการพื้นฐาน แม้จะไม่ได้รับประทานอาหารมื้อปกติ
ทั้งนี้ โดยทั่วไป ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารมักให้พลังงานน้อยกว่าอาหารทั่วไปในแต่ละมื้อ และนิยมมาในรูปแบบผงชงดื่ม เครื่องดื่มพร้อมดื่ม หรือบาร์ จึงสะดวกต่อการรับประทาน
ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหาร
ต่างกับโปรตีนลดน้ำหนักอย่างไร
เนื่องจากผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารมีส่วนประกอบของโปรตีนอยู่ด้วย จึงทำให้หลายคนเข้าใจว่า การดื่มโปรตีนลดน้ำหนัก หรือโปรตีนเชค ไม่ว่าจะเป็นเวย์โปรตีนหรือโปรตีนพืช ถือเป็นการรับประทานอาหารทดแทนมื้ออาหารไปแล้ว แต่ในความเป็นจริงทั้งสองอย่างมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนค่ะ
-
โปรตีนเชค : ถูกออกแบบมาเพื่อให้ร่างกายได้รับโปรตีนในปริมาณสูงเป็นหลัก เพื่อเสริมสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ ในขณะที่สารอาหารอื่น ๆ เช่น คาร์โบไฮเดรต วิตามิน และแร่ธาตุ อาจมีในปริมาณไม่มากนัก ซึ่งอาจไม่เพียงพอต่อการทดแทนอาหาร 1 มื้ออย่างแท้จริง
-
ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหาร (Meal Replacement) : ถูกออกแบบให้มีสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้ร่างกายได้รับทั้งพลังงานและโภชนาการใกล้เคียงกับการรับประทานอาหาร 1 มื้อจริง ๆ จึงเหมาะสำหรับการใช้ทดแทนอาหารในบางมื้อ โดยเฉพาะในวันที่มีเวลาจำกัด
เครื่องดื่มทดแทนมื้ออาหาร
ช่วยควบคุมน้ำหนักได้ไหม
เครื่องดื่มทดแทนมื้ออาหารอาจมีส่วนช่วยในการควบคุมน้ำหนักและรักษาน้ำหนักให้คงที่ได้ค่ะ แต่ต้องรับประทานอย่างเหมาะสม โดยมีกลไกสำคัญดังนี้
-
ช่วยจำกัดพลังงานได้อย่างชัดเจน : เครื่องดื่มทดแทนมื้ออาหาร 1 ซอง หรือ 1 มื้อ มักให้พลังงานประมาณ 200-400 กิโลแคลอรี ซึ่งโดยทั่วไปต่ำกว่าอาหารจานเดียวอย่างข้าวราดแกงที่อาจให้พลังงานสูงกว่า และมีคาร์โบไฮเดรตหรือไขมันส่วนเกินโดยไม่รู้ตัว การกำหนดพลังงานต่อมื้ออย่างชัดเจนจึงช่วยให้ควบคุมปริมาณแคลอรีที่ได้รับในแต่ละวันได้ง่ายขึ้น
-
มีส่วนช่วยให้อิ่มนานขึ้น ลดการกินจุบจิบระหว่างวัน : ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารมักมีโปรตีนและใยอาหารในปริมาณที่เหมาะสม จึงช่วยให้อิ่มอยู่ท้องนานกว่าการรับประทานอาหารเบา ๆ อย่างสลัดผักหรือผลไม้เพียงอย่างเดียว ซึ่งอาจทำให้อิ่มไม่นานและได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน
-
มีส่วนช่วยควบคุมความหิวและลดอาการโหยในมื้อถัดไป : การอดอาหารในบางมื้อมักทำให้รู้สึกหิวมากขึ้นในมื้อถัดไป และมีแนวโน้มกินเกินความจำเป็น แต่การดื่ม Meal Replacement จะช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงานและสารอาหารที่จำเป็นอย่างสมดุล ส่งผลให้ระดับความหิวคงที่ สมองไม่รับรู้ว่าร่างกายกำลังขาดอาหาร จึงมีส่วนช่วยควบคุมความอยากอาหารได้ดีกว่า
อย่างไรก็ตาม การควบคุมน้ำหนักให้ได้ผลดีในระยะยาว ควรเลือกรับประทานอาหารที่หลากหลาย หมั่นออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนนะคะ
เครื่องดื่มทดแทนมื้ออาหาร
เหมาะกับใคร
ด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่ค่อนข้างครบถ้วน และรูปแบบการรับประทานที่สะดวก ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารจึงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ได้แก่
-
ชาวออฟฟิศหรือคนทำงานที่เร่งรีบในช่วงเช้าหรือช่วงกลางวัน แต่ไม่อยากพึ่งพาอาหารฟาสต์ฟู้ดหรือขนมแก้หิว
-
คนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก หรือมีอาการหิวบ่อย หรือมีภาวะน้ำหนักเกิน และอยากจัดการปริมาณพลังงานในแต่ละมื้อให้เหมาะสม
-
คนที่เริ่มดูแลสุขภาพ แต่ยังไม่มีเวลาทำอาหารเองอย่างสม่ำเสมอ
-
ผู้ที่ต้องการมื้อเบา ๆ ในบางช่วง เช่น หลังออกกำลังกาย หรือในวันที่รับประทานมื้อหนักมาแล้ว
-
ผู้ที่ออกกำลังกายหรือเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ซึ่งต้องการสารอาหารที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายได้อย่างสะดวก
-
คนที่ร่างกายอ่อนแอหลังการเจ็บป่วยหรือผ่าตัด อยู่ในช่วงพักฟื้น และยังไม่สามารถรับประทานอาหารมื้อหนักได้ตามปกติ
-
ผู้สูงอายุที่มีปัญหาในการเคี้ยวอาหาร หรือมีภาวะเบื่ออาหาร
วิธีเลือกซื้อ
ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหาร
ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารวางจำหน่ายหลากหลายแบรนด์ ซึ่งอาจทำให้หลายคนสับสนกับเครื่องดื่มโปรตีนทั่วไป ดังนั้น เพื่อให้ได้ Meal Replacement ที่มีคุณภาพและเหมาะกับการรับประทานแทนอาหาร 1 มื้อจริง ๆ ลองพิจารณาตามแนวทางต่อไปนี้ดูค่ะ
-
มองหาคำว่า "ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหาร" (Meal Replacement) : ควรตรวจสอบฉลากหรือข้อความข้างบรรจุภัณฑ์อย่างละเอียด หากระบุเพียงว่าเป็นเครื่องดื่มโปรตีน, Plant-based Protein หรือเวย์โปรตีน แสดงว่าเป็นผลิตภัณฑ์เสริมโปรตีน ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารที่มีสารอาหารครบ 5 หมู่ ตามเกณฑ์ที่ อย. กำหนด
-
อ่านฉลากโภชนาการอย่างละเอียด : เพื่อดูว่าแต่ละซอง หรือ 1 หน่วยบริโภค ให้สารอาหารมาก-น้อยแค่ไหน โดยควรมีสัดส่วนคร่าว ๆ ดังนี้
-
พลังงาน : ควรอยู่ระหว่าง 200-250 กิโลแคลอรี หากให้พลังงานต่ำกว่า 150 อาจจะไม่อิ่ม แต่ถ้าเกิน 300 อาจไม่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก
-
โปรตีน : อย่างน้อย 15-20 กรัมขึ้นไป
-
ใยอาหาร : ประมาณ 3-5 กรัมขึ้นไป
-
ไขมัน : ควรเป็นไขมันดีจากพืช หรือน้ำมันปลา และไม่ควรมีไขมันทรานส์หรือคอเลสเตอรอล
-
วิตามินแร่ธาตุ : ควรมีวิตามินและแร่ธาตุจำเป็นอย่างน้อย 20 ชนิด
-
-
เลือกตามจุดประสงค์ที่รับประทาน : เช่น
-
คนที่ต้องการควบคุมและรักษาน้ำหนักให้สมดุล : เลือกสูตรที่ให้พลังงานไม่สูงมาก ไม่มีน้ำตาล แต่มีโปรตีนและไฟเบอร์สูงจะช่วยให้อิ่มนานขึ้น
-
คนออกกำลังกาย : เลือกสูตรที่ให้โปรตีนสูง อาจมีกรดอะมิโน BCAAs หรือแอล-คาร์นิทีน เพื่อช่วยดูแลกล้ามเนื้อ
-
คนที่แพ้นมหรือกินมังสวิรัติ : เลือกสูตรโปรตีนพืชที่ปราศจากเวย์ นม และน้ำตาลแล็กโทส
-
คนที่แพ้ถั่วบางชนิด : เลือกสูตรที่ไม่มีส่วนผสมของถั่วชนิดที่ก่อให้เกิดอาการแพ้
-
-
พิจารณาแหล่งที่มาของโปรตีน : โดยเลือกตามความชอบ
-
โปรตีนจากพืช (Plant-based) : เช่น ถั่วเหลือง ถั่วลันเตา เหมาะกับคนกินมังสวิรัติ หรือคนที่แพ้นมวัว ซึ่งมักจะย่อยง่ายกว่า ไม่ทำให้ท้องอืด
-
โปรตีนจากนม (Whey/Casein) : ดูดซึมเร็วและสร้างกล้ามเนื้อได้ดี แต่อาจทำให้คนแพ้นมมีอาการท้องเฟ้อได้
-
-
ตรวจสอบส่วนผสมและสารปรุงแต่ง : โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการแพ้อาหาร ควรอ่านฉลากอย่างละเอียด เพื่อหลีกเลี่ยงสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ และหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีสารกันบูดหรือวัตถุเจือปนมากเกินความจำเป็น
-
พิจารณาปริมาณน้ำตาล สารให้ความหวาน และค่าดัชนีน้ำตาล (Low GI) : ควรเลือกสูตรที่มีน้ำตาลต่ำหรือไม่มีน้ำตาล และมีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ (Low GI) เพื่อช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดค่อย ๆ เพิ่มขึ้น ไม่แกว่งเร็ว ซึ่งจะช่วยให้อิ่มนานขึ้น ลดความอยากอาหารระหว่างวัน ทั้งนี้ หากมีการใช้สารให้ความหวาน ควรอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม เพราะการเติมน้ำตาลหรือสารให้ความหวานเทียมมากเกินไป อาจกระตุ้นให้หิวบ่อยและควบคุมน้ำหนักได้ยากขึ้น
-
เลือกตามขนาดและบรรจุภัณฑ์ : เช่น
-
ถ้ารับประทานที่บ้านหรือที่ทำงานเป็นหลัก : เลือกแบบขวดหรือกระปุกใหญ่ ซึ่งคุ้มค่ากว่า แต่ควรตวงปริมาณให้เหมาะสม
-
ถ้าพกพาไปรับประทานนอกบ้าน : เลือกแบบซอง เพราะสะดวก พกง่าย ไม่ต้องตวง รับประทาน 1 ซอง เทียบเท่า 1 มื้อ
-
-
เลือกรสชาติที่ดื่มได้ต่อเนื่อง : เดี๋ยวนี้มีหลายรสชาติให้เลือก ทั้งรสธรรมชาติ, ช็อกโกแลต, วานิลลา, ชาเขียว หรือกาแฟ ควรเลือกรสที่ดื่มได้สม่ำเสมอ หรือสามารถสลับรสได้โดยไม่เบื่อ
-
ตรวจสอบเลข อย. และแหล่งจำหน่าย : ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเลข อย. ชัดเจน และซื้อจากร้านค้าทางการของแบรนด์หรือร้านที่น่าเชื่อถือ เพื่อหลีกเลี่ยงสินค้าลอกเลียนแบบหรือของปลอมที่อาจมีราคาถูกผิดปกติ
เครื่องดื่มทดแทนมื้ออาหาร
ยี่ห้อไหนดี
1. WHERY WELL WHERY Nutrie Meal Replacement
ภาพจาก : WHERY WELL OfflcialStore
เครื่องดื่มทดแทนมื้ออาหารจากแบรนด์ WHERY WELL กระปุกนี้อุดมไปด้วยส่วนผสมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโปรตีนถั่วเหลือง, ผงข้าวโอ๊ต, โปรตีนไข่ขาว, อินูลิน, วิตามินรวม และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น แมกนีเซียม เหล็ก สังกะสี ทองแดง และไอโอดีน มาในรสมอลต์ ดื่มง่าย ไม่ฝืดคอ สามารถชงดื่มเดี่ยว ๆ หรือผสมร่วมกับเวย์โปรตีนและโปรตีนพืชได้ตามต้องการ มีให้เลือกทั้งขนาดกระปุกเล็ก 200 กรัม และกระปุกใหญ่ 300 กรัม
-
วิธีรับประทาน : ผสมผลิตภัณฑ์ 3 ช้อน กับโปรตีน 3 ช้อน ลงในน้ำเปล่า 200-250 มิลลิลิตร เขย่าให้เข้ากันแล้วดื่มให้หมดในทันที
-
ราคาปกติ : ขนาด 300 กรัม ราคา 350 บาท
2. RECAL Meal Replacement
ภาพจาก : PSU Rebalance Center
RECAL ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารที่ผ่านการวิจัยและรับรองจากศูนย์สุขภาพดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ออกแบบมาให้มีสารอาหารสำคัญอย่างครบถ้วน ทั้งโปรตีนจากถั่วเหลือง เวย์โปรตีน รวมถึงวิตามินและแร่ธาตุกว่า 20 ชนิด บรรจุในรูปแบบซอง รับประทานง่าย โดย 1 ซอง เทียบเท่าอาหาร 1 มื้อ ไม่ต้องตวงเอง จึงพกพาสะดวก เหมาะกับการดื่มนอกบ้าน ให้พลังงานเบา ๆ เพียง 150 กิโลแคลอรี โปรตีนสูง 26.2 กรัม ไขมันต่ำแค่ 2.3 กรัม และไม่มีน้ำตาลทราย พร้อมเสริมใยอาหารช่วยให้อิ่มนานและส่งเสริมการขับถ่าย มีให้เลือก 2 รสชาติ คือ ช็อกโกแลต และกาแฟคาราเมลมัคคิอาโต้
-
วิธีรับประทาน : ผสมผลิตภัณฑ์ 1 ซอง (35 กรัม) กับน้ำเย็น 200 มิลลิลิตร เขย่าหรือคนให้ละลายแล้วดื่มทันที
-
ราคาปกติ : 1 กล่อง บรรจุ 7 ซอง 890 บาท
3. BAT Meal Replacement รสโกโก้
ภาพจาก : BAT Mall
เครื่องดื่มทดแทนมื้ออาหารจาก "แบท" (BAT) ซองนี้เป็นรสโกโก้ ให้พลังงาน 150 กิโลแคลอรี โปรตีน 18.75 กรัม ซึ่งเขาเลือกใช้โปรตีนจากพืชอย่างถั่วลันเตา ถั่วเหลือง ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต แต่ไม่มีส่วนผสมของนม จึงไม่มีแล็กโทส ไม่มีคอเลสเตอรอลและไขมันทรานส์ อุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุ 21 ชนิด พร้อมไขมันดีจากน้ำมัน MCT และน้ำมันดอกทานตะวัน เสริมไฟเบอร์ที่ช่วยให้อิ่มนานขึ้น
-
วิธีรับประทาน : เทส่วนผสม 1 ซอง ต่อน้ำ 300 มิลลิลิตร (วันละ 1 มื้อ) หรือ 2 ซอง ต่อน้ำ 400-600 มิลลิลิตร (วันละ 2 มื้อ) คนหรือเขย่าให้เข้ากันแล้วดื่มทันที
-
ราคาปกติ : 1 กล่อง บรรจุ 14 ซอง 1,890 บาท
4. Biovitt Meal Replacement Plant-Based Protein Vanilla
ภาพจาก : biovitt.com
สำหรับคนที่เป็นสายมังสวิรัติ แพ้นม หรืออยากหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ แต่ยังมองหาเครื่องดื่มทดแทนมื้ออาหารที่ให้โปรตีนเพียงพอ Biovitt Meal Replacement Plant-Based Protein ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ สูตรนี้ใช้โปรตีนจากพืช 100% ให้โปรตีนสูงถึง 25 กรัม จากถั่วเหลือง ข้าวกล้อง และถั่วลันเตา พร้อมคาร์โบไฮเดรตต่ำเพียง 14 กรัม เสริมด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย รวมถึงกรดไขมันดีจากน้ำมันดอกทานตะวัน และพรีไบโอติกกับใยอาหารที่ช่วยดูแลระบบย่อยอาหาร ให้พลังงานประมาณ 200 กิโลแคลอรีต่อซอง มาในรสวานิลลา หอม อร่อย ดื่มง่าย และไม่มีส่วนผสมของนม
-
วิธีรับประทาน : เท 1 ซองลงในแก้ว เติมน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำเย็น 150 มิลลิลิตร เขย่าให้เข้ากันแล้วดื่ม
-
ราคาปกติ : กล่องเล็ก บรรจุ 5 ซอง 650 บาท และกล่องใหญ่ บรรจุ 14 ซอง 1,700 บาท
5. Ally powder Strawberry
ภาพจาก : Allymeal
ออลลี่ พาวเดอร์ สตรอว์เบอร์รี เครื่องดื่มทดแทนมื้ออาหารจากโปรตีนพืชของแบรนด์ ALLY ผลิตจากแหล่งโปรตีนพืช 3 ชนิด ได้แก่ ถั่วเหลือง ถั่วลันเตา และข้าว พร้อมวิตามินและกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ โดย 1 ซอง ให้พลังงานประมาณ 150 กิโลแคลอรี โปรตีนสูงถึง 25 กรัม พร้อมพรีไบโอติกไฟเบอร์สูง 12 กรัม ช่วยให้อิ่มนานและดูแลระบบขับถ่าย เสริมไขมันดีจากน้ำมันอะโวคาโด รวมถึง BCAAs และแอล-คาร์นิทีน ที่ช่วยดูแลมวลกล้ามเนื้อ แบรนด์นี้ปราศจากน้ำตาลและไม่มีส่วนผสมของแล็กโทส มาในรสสตรอว์เบอร์รี หอม อร่อย ดื่มง่ายทีเดียว
-
วิธีรับประทาน : ผสมออลลี่ 1 ซอง กับน้ำ 300-350 มิลลิตร แล้วเขย่าในแก้วเชค ดื่มแทนมื้ออาหาร
-
ราคาปกติ : 1 กล่อง บรรจุ 6 ซอง 367 บาท
6. Nutriflow
ภาพจาก : nutriflow.co
นิวทริโฟลว์ (Nutriflow) ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารที่พัฒนาสูตรโดยมหาวิทยาลัยมหิดล เหมาะสำหรับคนที่มีความเสี่ยงต่อภาวะขาดสารอาหาร เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย หรือคนที่กำลังควบคุมน้ำหนักแต่ไม่ต้องการอดอาหาร โดย 1 ซองให้สารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ สามารถใช้ทดแทนอาหารได้ 1 มื้อ ให้พลังงานประมาณ 230 กิโลแคลอรี โปรตีนจากพืช 14 กรัม เสริมไขมันดีจากน้ำมัน MCT และกรดอะมิโน BCAAs ที่ช่วยดูแลมวลกล้ามเนื้อ จุดเด่นของแบรนด์นี้คือ ใช้นวัตกรรม Adaptive Flow ที่สามารถปรับระดับความหนืดได้ถึง 4 ระดับ รองรับผู้ที่มีปัญหาในการกิน การเคี้ยว หรือการกลืน มีให้เลือกทั้งกลิ่นธัญพืช วานิลลา และช็อกโกแลต รสชาติกลมกล่อม ดื่มง่าย ไม่ฝืดคอค่ะ
-
วิธีรับประทาน : เทส่วนผสม 1 ซอง ในน้ำ 70-200 มิลลิลิตร เพื่อปรับเนื้อสัมผัสให้ได้ระดับความหนืดที่ต้องการ คนให้เข้ากัน รับประทานวันละ 1-2 ครั้ง หรือทดแทนมื้ออาหารทั้งวัน
- ราคาปกติ : 1 กล่อง บรรจุ 6 ซอง 1,100 บาท
7. Suntory Meal Replacement รสชาเขียวมัทฉะ
ภาพจาก : Suntory MRP
สายมัทฉะแต่อยากดูแลรูปร่างน่าจะถูกใจ ซันโทรี่ (Suntory) เครื่องดื่มทดแทนมื้ออาหารที่ให้พลังงานเพียง 200 กิโลแคลอรีต่อซอง แต่ให้โปรตีนแน่น ๆ 22 กรัม พร้อมไฟเบอร์ 10 กรัม ช่วยให้อยู่ท้องนาน ไม่หิวบ่อย เสริมด้วยวิตามินและแร่ธาตุรวม 21 ชนิด รวมถึงแอล-คาร์นิทีน ที่มีส่วนช่วยในกระบวนการเผาผลาญ ถึงแม้จะไม่เติมน้ำตาลทราย แต่ความอร่อยก็ไม่หาย รสชาติยังกลมกล่อม ดื่มง่าย และได้กลิ่นหอมละมุนของมัทฉะแท้จากญี่ปุ่นด้วยนะ
-
วิธีรับประทาน : เทส่วนผสม 1 ซอง ในน้ำเปล่า 200 มิลลลิตร เขย่าและคนให้ละลาย ดื่มทันที
-
ราคาปกติ : 1 กล่อง บรรจุ 14 ซอง 1,760 บาท
8. Dr.PONG L.O.D 001 Meal Replacement
ภาพจาก : Dr. Pong shop
ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารจาก Dr.Pong ใช้โปรตีนจากพืชเป็นส่วนผสมหลักถึง 4 ชนิด ได้แก่ เมล็ดฟักทอง ถั่วเหลือง ถั่วลันเตา และถั่วดาวอินคา ซึ่งอุดมไปด้วยกรดไขมันดีโอเมก้า 3, 6 และ 9 โดย 1 ซอง ให้พลังงานประมาณ 211 กิโลแคลอรี โปรตีน 22 กรัม ใยอาหาร 4.2 กรัม พร้อมเสริมวิตามินและแร่ธาตุรวม 23 ชนิด อีกทั้งยังปราศจากไขมันทรานส์ คอเลสเตอรอล และน้ำตาลแล็กโทส เหมาะกับคนที่ต้องการเครื่องดื่มทดแทนมื้ออาหารที่ช่วยให้อิ่มนานและดูแลสุขภาพไปพร้อมกัน
-
วิธีรับประทาน : ผสมผลิตภัณฑ์ 1 ซอง กับน้ำ 300 มิลลิลิตร คนหรือเขย่าให้เข้ากัน สามารถรับประทานทดแทนมื้ออาหารได้วันละ 1-2 มื้อ
-
ราคาปกติ : 1 กล่อง บรรจุ 10 ซอง 1,490 บาท
เครื่องดื่มทดแทนมื้ออาหาร
กินตอนไหนดี
เครื่องดื่มทดแทนมื้ออาหาร กินตอนไหนดี จริง ๆ แล้วขึ้นอยู่กับเป้าหมายและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนเลย
มื้อเช้า
เป็นช่วงที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะหลายคนเร่งรีบหรือไม่อยากรับประทานอาหารหนักในตอนเช้า การดื่มเครื่องดื่มทดแทนมื้ออาหารในช่วงนี้จะช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงานและสารอาหารที่จำเป็นทันที ช่วยให้เริ่มต้นวันได้อย่างสดชื่น และลดโอกาสเกิดอาการหิวจัดหรือเผลอรับประทานมากเกินไปในมื้อกลางวัน
มื้อกลางวัน
มื้อก่อนหรือหลังออกกำลังกาย
มื้อเย็น
ข้อดีของผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหาร
-
ให้สารอาหารหลากหลายและค่อนข้างครบถ้วน : ร่างกายได้รับวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น ไม่เสี่ยงขาดสารอาหารเหมือนการอดอาหารหรือการรับประทานเพียงสลัดผักอย่างเดียว จึงเหมาะกับคนที่ไม่มีเวลารับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ แต่ก็ไม่อยากเลือกอาหารที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ
-
ให้พลังงานต่ำกว่าอาหารทั่วไป : โดยทั่วไป ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารจะให้พลังงานประมาณ 200-400 กิโลแคลอรีต่อมื้อ ซึ่งมักต่ำกว่าอาหารในชีวิตประจำวัน
-
มีใยอาหาร (ไฟเบอร์) : ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารหลายชนิดมีส่วนผสมของใยอาหารในปริมาณที่เหมาะสม ช่วยให้อิ่มนาน และลดโอกาสเกิดอาการท้องอืดหรือท้องผูก
-
ช่วยรักษาน้ำหนักให้คงที่ได้ง่ายขึ้น : ด้วยสัดส่วนสารอาหารที่สมดุล มีทั้งโปรตีนและใยอาหารที่ช่วยให้อิ่มนาน จึงลดพฤติกรรมการกินจุบจิบระหว่างมื้อ อีกทั้งยังสามารถควบคุมแคลอรีได้อย่างแม่นยำ เพราะระบุพลังงานต่อซองไว้อย่างชัดเจน ทำให้การคำนวณพลังงานที่ได้รับในแต่ละวันง่ายขึ้น เหมาะกับคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก
-
ประหยัดเวลาในการรับประทาน : เหมาะสำหรับมื้อเช้าที่เร่งรีบ หรือมื้อกลางวันที่ต้องทำงานต่อเนื่อง เพียงชงหรือเขย่าแล้วดื่มก็สามารถอิ่มได้ภายในไม่กี่นาที
-
สะดวกและรวดเร็ว : พกพาไปรับประทานนอกบ้านได้ง่าย ใช้เวลาเตรียมน้อย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่
ข้อควรระวังในการรับประทาน
เครื่องดื่มทดแทนมื้ออาหาร
แม้ผลิตภัณฑ์หรือเครื่องดื่มทดแทนมื้ออาหารจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้ชีวิต แต่ร่างกายมนุษย์ยังคงต้องการอาหารจากธรรมชาติ หรือ Whole Food เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่หลากหลายและสมดุล ดังนั้น ก่อนรับประทาน Meal Replacement ควรพิจารณาประเด็นต่อไปนี้ด้วยค่ะ
-
ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารไม่ใช่อาหารหลัก : ควรใช้เป็นเพียงตัวช่วยในบางมื้อเท่านั้น ไม่ควรรับประทานแทนอาหารทุกมื้อ โดยทั่วไปแนะนำให้ใช้วันละไม่เกิน 1 มื้อ ส่วนมื้ออื่นควรรับประทานอาหารปกติที่มีโปรตีน ผัก และผลไม้เป็นหลัก
-
ไม่ควรกินแทนอาหารทุกมื้อเป็นเวลานาน : การดื่มแทนอาหารทุกมื้อ ทำให้พลังงานรวมต่อวันต่ำเกินไป เช่น เหลือเพียง 600-800 กิโลแคลอรีต่อวัน ซึ่งอาจส่งผลให้ร่างกายปรับตัวเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน หรือระบบเผาผลาญทำงานช้าลง เมื่อกลับไปรับประทานอาหารตามปกติ อาจเกิดภาวะน้ำหนักขึ้นง่ายหรือโยโย่เอฟเฟกต์ได้
-
หลีกเลี่ยงการผสมนมหรือน้ำผลไม้ : การชงผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารกับนมหรือน้ำผลไม้อาจทำให้ได้รับพลังงานและน้ำตาลเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น ส่งผลให้ควบคุมแคลอรีได้ยากขึ้น
-
ควรสลับกับการรับประทานอาหารจริง : เพื่อให้ร่างกายได้รับใยอาหาร สารต้านอนุมูลอิสระ และสารอาหารจากธรรมชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่อาหารทดแทนไม่สามารถทดแทนได้ทั้งหมด
-
ตรวจสอบส่วนผสมก่อนเลือกซื้อ : ผลิตภัณฑ์บางยี่ห้ออาจมีการใช้สารปรุงแต่ง สารให้ความหวานเทียม หรือวัตถุเจือปนอาหารจำนวนมาก จึงควรอ่านฉลากโภชนาการและส่วนประกอบอย่างละเอียด
-
เด็กไม่ควรรับประทาน : โดยควรได้รับสารอาหารจากอาหารหลักตามธรรมชาติ เพื่อส่งเสริมการเคี้ยว การย่อย และการเรียนรู้รสชาติอาหารที่หลากหลาย ซึ่งสำคัญต่อการเจริญเติบโต
-
สตรีมีครรภ์และสตรีให้นมบุตรควรระมัดระวังเป็นพิเศษ : เนื่องจากร่างกายในช่วงนี้ต้องการสารอาหารบางชนิดในปริมาณเฉพาะ เช่น ธาตุเหล็ก แคลเซียม และโฟเลต จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
-
ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค : ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหารไม่สามารถใช้เพื่อป้องกันหรือรักษาโรคได้ การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม ยังคงเป็นพื้นฐานของสุขภาพที่ดี
-
ผู้ที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ : โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคไต โรคหัวใจ หรือคนที่ต้องจำกัดสารอาหารบางชนิด ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการก่อนเลือกใช้
บทความที่เกี่ยวข้องกับอาหารควบคุมน้ำหนัก
- โปรตีนลดน้ำหนักได้จริงไหม เลือกยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ช่วยคุมหิว กินแล้วอิ่มอยู่ท้อง
- กินโปรตีนลดน้ำหนักให้ได้ดั่งใจ ด้วย 6 เคล็ดลับกินโปรตีนลดความอ้วนแบบง่าย ๆ
- 10 อาหารว่างโปรตีนสูง ลดน้ำหนักกินดี คุมน้ำตาลในเลือดกินได้เพราะคาร์บต่ำ
- 5 อาหารลดน้ำหนักที่ดีที่สุด เหล่านักโภชนาการพิสูจน์แล้วว่าได้ผล !
- 10 ผักคาร์บน้อย แป้งต่ำ เป็นผักเพื่อสุขภาพที่ลดน้ำหนักก็กินดี คุมน้ำตาลในเลือดก็กินได้
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : WHERY WELL OfflcialStore, PSU Rebalance Center, nutriflow.co, BAT Mall, biovitt.com, Allymeal, Suntory MRP, Dr. Pong shop, webmd.com, healthline.com





