แม้โควิดจะกลายเป็นโรคประจำถิ่น แต่จากสถิติของกรมควบคุมโรคตั้งแต่เดือนมกราคม-กรกฎาคม 2569 ก็ยังพบผู้ป่วยโควิด 19 สะสมกว่าหมื่นราย และพุ่งสูงที่สุดในเดือนสิงหาคมเพียงเดือนเดียวถึงกว่า 40,000 ราย ประกอบกับช่วงฤดูฝนที่สภาพอากาศเอื้อต่อการแพร่กระจายของเชื้อ ทำให้แนวโน้มผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาการโควิด 2569 และการตรวจ ATK ถูกพูดถึงอีกครั้ง
ดังนั้น หากใครสงสัยว่า ตรวจโควิดต้องขึ้นกี่ขีด ถึงแปลว่าติดเชื้อ ป่วยแล้วต้องไปหาหมอไหมในปี 2569 ติดโควิดกินยาอะไรดี และกี่วันถึงจะหายป่วย เรารวบรวมคำตอบมาไว้ให้ตรงนี้แล้ว จะได้ใช้ดูแลตัวเองและคนรอบข้างได้อย่างถูกวิธี
ตรวจโควิดต้องขึ้นกี่ขีด ถึงรู้ว่าป่วย
ตรวจโควิดขึ้น 1 ขีด
ตรวจโควิดขึ้น 2 ขีด
ตรวจโควิดขึ้น 2 ขีดจาง ๆ
ตรวจโควิดขึ้นแค่ขีด T โดยไม่มี C
ตรวจโควิดไม่ขึ้นขีดเลย
โควิดสายพันธุ์ใหม่หรือไม่ ที่พบในปี 2569
แม้สายพันธุ์ย่อยเหล่านี้จะมีความสามารถในการหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันและแพร่กระจายได้เร็วขึ้น แต่จากการศึกษายังไม่พบหลักฐานว่าก่อให้เกิดอาการรุนแรง หรือมีอัตราการเสียชีวิตสูงขึ้นกว่าสายพันธุ์ก่อน ๆ
อาการโควิดล่าสุด 2569 เป็นอย่างไร
- มีไข้
- ไอแห้ง เจ็บคอ
- คัดจมูก น้ำมูกไหล
- อ่อนเพลีย
- ปวดเมื่อยตามร่างกาย
- หายใจลำบาก
โควิดเพาะเชื้อกี่วัน ปี 2569
โควิดแพร่เชื้อกี่วัน ปี 2569
เป็นโควิดต้องไปหาหมอไหม ปี 2569
เป็นโควิดต้องไปหาหมอไหม ? โดยทั่วไปหากมีอาการไม่รุนแรงและไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยง สามารถพักรักษาตัวและดูแลตัวเองที่บ้านได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้อื่นและสังเกตอาการของตัวเองอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว หญิงตั้งครรภ์ หรือเด็กเล็ก ซึ่งอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินอาการและพิจารณาการรักษาที่เหมาะสม โดยเฉพาะหากมีอาการน่าเป็นห่วง เช่น หายใจลำบาก แน่นหรือเจ็บหน้าอก ซึมลง หรืออาการแย่ลงอย่างรวดเร็ว ควรรีบไปพบแพทย์
ส่วนคนที่มีอาการคล้ายโควิดแต่ตรวจ ATK แล้วยังให้ผลลบ (ขึ้นขีดเดียว) ก็ยังไม่ควรชะล่าใจ เพราะผลตรวจอาจเป็นลบในช่วงแรกของการติดเชื้อ ถ้ายังมีอาการหรือมีความเสี่ยงสูง ควรติดตามอาการและพิจารณาตรวจซ้ำอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ
โควิดกินยาอะไร
อัปเดตวิธีรักษาโควิด ปี 2569
ติดโควิดแต่ไม่มีอาการป่วย
มีอาการเล็กน้อย ไม่มีปอดอักเสบ และไม่มีปัจจัยเสี่ยง
- มีไข้ : ยาลดไข้ เช่น พาราเซตามอล
- ไอ : ยาแก้ไอหรือยาละลายเสมหะตามอาการ
- มีน้ำมูก : ยาลดน้ำมูกหรือยาแก้แพ้ตามความเหมาะสม
- เจ็บคอ : ยาอม หรือยาบรรเทาอาการเจ็บคอ
มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอาการรุนแรง หรือมีปอดอักเสบ
ยาต้านไวรัสที่ใช้ตามแนวทาง ได้แก่
- Paxlovid (nirmatrelvir/ritonavir) : เป็นหนึ่งในตัวเลือกสำคัญสำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง โดยควรเริ่มยาภายใน 5 วันแรกหลังมีอาการ อย่างไรก็ตาม ยาชนิดนี้มีปฏิกิริยากับยาอื่นค่อนข้างมาก ต้องแจ้งยาประจำตัวให้แพทย์ทราบก่อนใช้
- Remdesivir : เป็นยาต้านไวรัสชนิดฉีด สามารถใช้ในผู้ป่วยบางกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง โดยแพทย์จะพิจารณาความเหมาะสมและกำหนดระยะเวลาการรักษา
- Molnupiravir : ใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการเล็กน้อยถึงปานกลางและมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรครุนแรง โดยพิจารณาใช้เมื่อไม่สามารถใช้ยาต้านไวรัสชนิดอื่นได้ แต่ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์และผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี
ทั้งนี้ หากเป็นโควิด 19 ไม่ควรซื้อยาต้านไวรัสมากินเอง โดยเฉพาะ Paxlovid เพราะมีข้อห้ามใช้และปฏิกิริยากับยาหลายชนิด แพทย์จะเป็นผู้ประเมินว่าจำเป็นต้องใช้ยาหรือไม่ และเลือกชนิดยาให้เหมาะกับอาการ อายุ โรคประจำตัว และยาที่ใช้อยู่
ที่สำคัญ หากมีอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบาก แน่นหรือเจ็บหน้าอก ซึมลง หรืออาการแย่ลง ควรรีบพบแพทย์ ไม่ควรรอดูอาการหรือรักษาด้วยตัวเอง
โควิดกี่วันหาย ปี 2569
โดยทั่วไปอาการโควิด มักค่อย ๆ ดีขึ้นและหายได้ในช่วงประมาณ 7-10 วัน แต่ระยะเวลาการหายของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสุขภาพและความรุนแรงของอาการ ดังนั้น ระหว่างที่ยังมีอาการหรือรู้ว่าติดเชื้อ ควรพักรักษาตัวอยู่บ้านและลดการใกล้ชิดผู้อื่นให้ได้มากที่สุด เพื่อช่วยลดการแพร่เชื้อ
หากจำเป็นต้องออกไปพบปะผู้อื่น ควรสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ และหลีกเลี่ยงสถานที่แออัด โดยเฉพาะการใกล้ชิดผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ และหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีโอกาสเกิดอาการรุนแรงได้มากกว่า
บทความที่เกี่ยวข้องกับโควิด
- 5 ที่ตรวจโควิด+ไข้หวัดใหญ่ รู้ให้ชัดว่าป่วยอะไร อ่านผลไว สั่งออนไลน์ได้เลย
- สมาคมโรคติดเชื้อฯ อัปเดตวิธีรักษาโควิด ไม่แนะนำให้ใช้สารสกัดฟ้าทะลายโจร-ฟาวิพิราเวียร์
- โควิดกับไข้หวัดใหญ่ต่างกันอย่างไร สังเกตอาการให้แม่น แยกสองโรคยอดฮิตตามฤดูกาล
- ตรวจ ATK ทิ้งไว้นานขึ้น 2 ขีด ติดโควิด 19 หรือไม่ติดกันแน่
- วิธีเก็บชุดตรวจ ATK ไม่ให้เสื่อมสภาพ ลดโอกาสตรวจโควิด 19 แล้วเจอผลลวง
ขอบคุณข้อมูลจาก : สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย, ศูนย์ทดสอบวัคซีน Vaccine Trial Centre คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล, กรมควบคุมโรค






