น้ำหนักลดฮวบ สัญญาณเตือนว่าต้องรีบไปหาหมอ




          หลายคนคงดีใจที่อยู่ ๆ น้ำหนักตัวเองก็ลดลงได้ แต่อยากให้ลองสังเกตสักหน่อย ว่าถ้าหากเราไม่ได้ออกกำลังกายอะไร แล้วเกิดน้ำหนักลดฮวบฮาบ ก็เป็นสัญญาณเตือนให้เราต้องเช็กสุขภาพตัวเองหน่อยแล้ว ซึ่ง นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ ได้เขียนเรื่อง "น้ำหนักลดฮวบสัญญาณเตือนว่าต้องรีบไปหาหมอ" ลงไว้ในนิตยสารหมอชาวบ้าน ใครกำลังสงสัยหรือวิตก มาตรวจสุขภาพตัวเองกันหน่อย

          น้ำหนักลดฮวบสัญญาณเตือนว่าต้องรีบไปหาหมอ

          เมื่อจู่ ๆ รู้สึกว่าตัวเองผอมลงอย่างผิดหูผิดตา หรือรู้สึกว่าเสื้อผ้าที่เคยสวมใส่อยู่ประจำหลวมอย่างผิดสังเกต โดยไม่ได้ตั้งใจลดน้ำหนักตัว ก็พึงตระหนักว่าเป็นสัญญาณสาเหตุให้แน่ชัด

          ทางการแพทย์ ภาวะน้ำหนักลดฮวบ หมายถึงน้ำหนักตัวลดลงไปมากกว่าร้อยละ 5 (เช่น เคยหนัก 60 กิโลกรัม ลดไปมากกว่า 3 กิโลกรัม เคยหนัก 70 กิโลกรัม ลดไปมากกว่า 3.5 กิโลกรัม) ภายในเวลาที่ต่ำกว่า 10 สัปดาห์



          ภาวะน้ำหนักลดฮวบ มักเกิดจากสาเหตุที่ค่อนข้างร้ายแรง ที่พบบ่อย ได้แก่ โรคเอดส์ วัณโรค เบาหวาน คอพอกเป็นพิษ (ภาวะไทรอยด์ทำงานเกิน) และมะเร็ง

          ผู้ป่วยมักมีอาการจำเพาะของแต่ละโรคร่วมกับภาวะน้ำหนักลดฮวบ อาทิ

          • ผู้ที่เป็นโรคเอดส์จะมีอาการอ่อนเพลีย น้ำหนักลดฮวบ ไข้เรื้อรัง ท้องเดินเรื้อรัง
          • ผู้ที่เป็นวัณโรคจะมีอาการอ่อนเพลีย น้ำหนักลดฮวบ ไข้เรื้อรัง ไอเรื้อรัง อาจไอออกเป็นเลือด
          • ผู้ที่เป็นเบาหวานจะมีอาการอ่อนเพลีย น้ำหนักลดฮวบ ปัสสาวะมากและบ่อย กระหายน้ำบ่อย หิวข้าวบ่อย

          กรณีศึกษาที่ 1

          ชายอายุ 55 ปี มีนิสัยชอบดื่มเหล้า ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย มีน้ำหนักตัวเกิน (80 กิโลกรัม) จึงลงมือออกกำลังกายมากขึ้น สามารถลดน้ำหนักไปได้ 5 กิโลกรัม ในเวลา 1 เดือน แต่ต่อมารู้สึกมีอาการอ่อนเปลี้ยเพลียแรงผิดปกติ เบื่ออาหาร ท้องอืดแน่นทุกวัน

          เมื่อไปปรึกษาแพทย์ด้วยความสงสัย ก็ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งตับระยะสุดท้าย
          • ผู้ที่เป็นคอพอกเป็นพิษจะมีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย น้ำหนักลดฮวบใจสั่น มือสั่น เหงื่อออก คอโต
          • ผู้ที่เป็นมะเร็งระยะท้าย ๆ จะมีอาการอ่อนเพลีย น้ำหนักลด และอาการเรื้อรังอื่น ๆ ตามอวัยวะที่เป็น เช่น

          - มะเร็งกระเพาะอาหารจะมีอาการจุกแน่นใต้ลินปี่คล้ายโรคกระเพาะอาหาร

          - มะเร็งลำไส้ใหญ่จะมีอาการท้องเดิน หรือท้องผูก หรือท้องเดินสลับท้องผูกเรื้อรัง หรืออาจถ่ายอุจจาระเป็นเลือดเรื้อรัง

          - มะเร็งตับจะมีอาการปวด หรือจุกแน่นชายโครงข้างขวา ท้องบวม ตาเหลือง

          - มะเร็งปากมดลูกจะมีอาการเลือดออกทางช่องคลอดเรื้อรังเป็นแรมเดือน (มะเร็งชนิดนี้ แพทย์มีวิธีตรวจพบตั้งแต่ระยะแรก ดังที่เรียกว่า "แปปสเมียร์" ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตรวจมะเร็งปากมดลูกตั้งแต่ยังไม่มีอาการ ซึ่งสามารถรักษาให้หายได้)

          กรณีศึกษาที่ 2

          หญิงอายุ 60 ปี หนัก 55 กิโลกรัม มีอาการท้องผูกสลับกับท้องเสียมานาน 2 เดือน ร่วมกับมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหารและน้ำหนักลดไป 4 กิโลกรัม
เมื่อไปปรึกษาแพทย์ ก็ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะท้าย

          กรณีศึกษาที่ 3

          หญิงอายุ 30 ปี หนัก 48 กิโลกรัม จู่ ๆ มีอาการเหนื่อยง่าย ใจสั่น ขี้ร้อน เหงื่อออกมาก กินจุขึ้นกว่าเดิม แต่น้ำหนักกลับลดไป 3 กิโลกรัมในเวลา 1 เดือน มีคนทักว่าคอโตกว่าปกติ จึงไปปรึกษาแพทย์ แพทย์ตรวจพบว่าเป็นโรคคอพอกเป็นพิษ

          น้ำหนักลดจากการตั้งใจลดน้ำหนักต่างจากการมีสาเหตุจากโรคอย่างไร 

          อาจมีคนสงสัยแบบนี้



          คำตอบก็คือ คนที่เป็นโรคร้ายแรง มักจะมีอาการผิดปกติต่าง ๆ ร่วมกับอาการอ่อนเปลี้ยเพลียแรงและอาจมีอาการเบื่ออาหาร (ยกเว้นคนที่เป็นเบาหวานหรือคอพอกเป็นพิษ อาจมีอากรหิวบ่อยหรือกินจุขึ้น)

          ส่วนคนที่ตั้งใจลดน้ำหนัก มักจะรู้สึกแข็งแรง สบายดี ไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ

          อย่างไรก็ตาม ก็เคยพบเหตุบังเอิญ ขณะเริ่มต้นลดน้ำหนัก ก็มีโรคร้ายแรง (เช่น มะเร็ง) แสดงอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร และอาการผิดปกติอื่น ๆ ตามมา อาจทำให้หลงผิดคิดว่าน้ำหนักลดเพราะตั้งใจที่จะลด ทำให้เกิดความล่าช้าในการไปพบแพทย์

          ดังนั้น ถ้าหากตั้งใจลดน้ำหนัก แล้วพบว่ามีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหารผิดไปจากปกติ หรือเมื่อหยุดพฤติกรรมลดน้ำหนักแล้ว น้ำหนักตัวยังลดต่อไปเรื่อย ๆ ก็ควรจะรีบไปปรึกษาแพทย์








ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ปีที่ 36 ฉบับที่ 427 พฤศจิกายน 2557










เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
น้ำหนักลดฮวบ สัญญาณเตือนว่าต้องรีบไปหาหมอ โพสต์เมื่อ 11 ธันวาคม 2557 เวลา 10:24:05 189,087 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP