แชร์ประสบการณ์ลดความอ้วน ฟิตหุ่นสวยสุขภาพดีเพราะเห็นคุณค่าในตัวเอง

          รีวิวลดน้ำหนักฉบับสาวเคยอ้วน แรงบันดาลใจดี ๆ จากการเห็นคุณค่าในตัวเองจึงตัดสินใจลดน้ำหนัก จนมีหุ่นสวย สุขภาพดี ชีวิตแฮปปี้กว่าเดิม

          "อย่าให้ใครมาจำกัดขีดจำกัดของเราด้วยคำว่าทำไม่ได้หรอก"...เป็นประโยคที่คุณกานต์ KanKan92~สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นว่า ใคร ๆ ก็สามารถลดน้ำหนักได้เหมือนกับตัวเธอเองที่ใครจะเชื่อว่าก่อนหน้านี้เคยอ้วนมาก่อน ถึงขนาดที่รู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า แต่ด้วยความมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่าการลดน้ำหนักจะช่วยเรียกความเชื่อมั่นและคุณค่าในตัวเองกลับคืนมา เธอจึงเดินหน้าออกกำลังกายพร้อม ๆ กับควบคุมอาหาร จนวันนี้มีหุ่นสวย สุขภาพดีได้อย่างที่เห็น และมาพร้อมกับความภาคภูมิใจในตัวเองด้วยนะคะ ลองมาดูวิธีลดน้ำหนักของเธอ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลาย ๆ คนที่กำลังตั้งใจจะลดความอ้วนกันค่ะ

 

          สวัสดีค่ะ วันนี้เราขอมาแบ่งปันประสบการณ์การลดความอ้วนของเราให้ทุกคนได้อ่านกันนะคะ
          มีหลาย ๆ คนที่เพิ่งมาเจอเราตอนที่เราผอมแล้วก็มักจะบอกว่าตั้งแต่เกิดมานี่ไม่เคยอ้วนเลยใช่มั้ย ?
 

          XXXX แอ่ดแอดดดด ผิดถนัดเลยค่ะ ก่อนจะผอมเราก็อ้วนมาก่อนเหมือนกันค่ะ !
 

          ตั้งแต่จำความได้เราก็เป็นเด็กสมบูรณ์มาตลอด อาจไม่ได้อ้วนจ้ำม่ำ แต่มันคือผู้หญิงร่างสูงใหญ่ นั่นคือภาพจำของทุกคนที่มีต่อเรา เราคิดว่าอย่างนั้น
 

          รูปซ้ายนี้เป็นตอนปี 4 ก็ประมาณเกือบสี่ปีที่แล้ว จำได้ว่าตอนนั้นไม่ได้ชั่งน้ำหนักเลย แต่เดา ๆ ว่าน่าจะมีแตะ 63 ตอนนั้นไม่เคยมีใครทักเลยนะว่าอ้วน อาจเป็นเพราะว่าเราตัวสูง เวลาอ้วนมันก็จะแค่บึบบับ หลาย ๆ คนจะบอกว่ามันลดไม่ได้แล้วเพราะแกตัวใหญ่ ร่างใหญ่ แต่ก็มีคนคนนึงเคยทักนั่นแหละว่าอ้วน ตอนนั้นก็ไม่เชื่อเขาจริง ๆ นะ (มาเห็นรูปตอนนี้ก็เชื่อละว่าตอนนั้นก็อ้วนจริง ดูแก้มและยิ้มตาปิดนั่นสิ ก็ขอบคุณที่ทักในสิ่งที่คนอื่นไม่ทักละกันนะ 55555)
 

          EDIT ขออนุญาตแก้ไขกระทู้เพิ่มเติมนะคะ มีเพื่อนสมาชิกอยากดูรูป Before เพิ่มเติมเราเลยไปขุด ๆ หาในเฟซมาค่ะ ขออนุญาตไล่ตามช่วงเวลาเท่าที่ไล่ได้เลยแล้วกันนะคะ

          อันนี้เป็นสมัย ม.6 ค่ะ ชุดนักเรียนแบบนี้มันควรจะใส่เอวสูงแล้วน่ารัก ๆ แบบเก้า ฮอร์โมน ใช่มั้ยคะ นี่ก็อยากใส่ให้ออกมาเป็นแบบนั้นนะ แต่ใส่ไม่ได้ค่าาา ไม่ได้เป็นสาวห้าวที่ชอบใส่กระโปรงโหลดด้วยนะ คือเราอ้วนค่ะ เอวใหญ่ ใส่ไม่ได้ 55555

          ถ้าเป็นตอนนี้ละก็ แนนโน๊ะก็แนนโน๊ะเถอะ *เต้นรอบเสาธงแป๊บ*

อันนี้เป็นตอน ปี 1 ค่ะ สมัยนั้นเสื้อนี่ต้องใส่เบอร์ L เท่านั้นนะ ไม่งั้นใส่ไม่ได้อะ

         ปี 2 อันนี้ไปขุดเจอตอนรับน้องพอดี อื้อหือ หลังนี้... มีคนเคยบอกว่าหลังเราเหมือนผู้ชายด้วย เพราะมันใหญ่และกว้าง ตอนนั้นก็เสียเซลฟ์ไปเลยแหละ เพราะคิดว่าเราเป็นคนร่างใหญ่ คงไปแก้อะไรไม่ได้

ปี 3 ช่วงฝึกงาน แถวนั้นของกินอร่อย พี่ ๆ ก็น่ารักเลี้ยงข้าวเกือบทุกวันเลย

          อันนี้เป็นตอนปี 4 ช่วงที่กินขนมปังแถวใหญ่หมดได้ภายใน 1 วันทั้ง ๆ ที่กินข้าวด้วย แต่กินขนมปังเป็นของกินเล่นระหว่างวัน

ไหนใครบอกว่าแขนไม่ใหญ่ พูด !

เอ๊ะ..นี่เรายิ้มไม่ค่อยขึ้นเลย ตาก็ปิด 5555

กับเพื่อนตัวกระจึ๋ที่น่ารัก

อันนี้เป็นช่วงปี 4 ที่เริ่มเฮิร์ตและเรียนหนัก น้ำหนักก็ลงไม่รู้ตัวค่ะ

ช่วงเรียนจบใหม่ ๆ รอทำงานเลยมีเวลาไปโยคะทุกวัน ๆ

อันนี้เป็นภาพล่าสุดค่ะ ถ่ายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ถ้าจะบอกว่าไม้เสียบผีอันนี้ก็ยอมรับ ไม่ปฏิเสธค่ะ ฮิฮิ

Have a nice day

เพราะอะไรเราถึงอ้วนขนาดนั้น

          สมัยนั้นเราก็เข้าข้างตัวเองว่าฉันก็ไม่ได้กินอะไรเยอะนี่ ทำไมฉันถึงอ้วน พอย้อนกลับไปได้ก็อ๋อ... ก็เพราะแกเป็นแบบนั้นไง แกจะกินเลย์ห่อใหญ่หมดในมื้อเดียวไม่ได้นะ แกจะกินขนมปังโฮลวีตหมดแถวภายในหนึ่งวันไม่ได้นะ แกจะกินยำมาม่าพิเศษไม่ได้นะ แกจะกินบุฟเฟ่ต์เติมสองสามรอบแบบนี้ไม่ได้ แกจะ....โอ๊ยยย เยอะ ที่ทำมาคืออ้วนหมดเลย 555555


แรงจูงใจในการลดความอ้วนของเราคืออะไร

          ถ้าถามแรงจูงใจในการลดน้ำหนัก แรกเริ่มมันเกิดจากการที่เราเครียดจากการทำวิจัยจบและวิชาอื่น ๆ จำนวนมากที่รายล้อมและเฮิร์ตเมื่อตอนปี 4 เหมือนจะกินน้อย นอนน้อย น้ำหนักมันก็ลงไปเอง รู้ตัวอีกทีก็ว่าทำไมเสื้อผ้ามันหลวม ๆ พอไปชั่งก็ไม่เชื่อสายตาว่ามันลงไปเยอะอะไรขนาดนั้น เหตุการณ์นั้นก็ตระหนักละว่าเออ เราก็ผอมลงได้อีกนี่หว่า หลังจากนั้นพอเรียนจบมาก็อยู่ในช่วงว่างงาน ตอนนั้นอยู่บ้านรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่าเลย หางานก็ไม่ได้งาน เราเลยคิดว่าลดน้ำหนักนี่แหละน่าจะช่วยทำให้เรามีคุณค่ามากขึ้น เพราะปัจจัยในการลดมันอยู่ในขอบเขตที่เราครอบคลุมได้ทั้งหมดเลย แค่เราตั้งใจคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอยังไงมันก็ลงแน่ ๆ ต่างจากการสมัครงานที่มันยังมีอีกหลายปัจจัยนอกเหนือการควบคุมของเรา


วิธีการลดความอ้วนในแบบฉบับของเรา

          วิธีการลดของเราก็เบสิกทั่วไปเลย กินเท่าไหร่ก็เอาออกเท่านั้น (เอาออกในที่นี้คือการออกกำลังกายนะ ไม่ใช่ล้วงคอออก 555)

          การคุมอาหารเราก็เปลี่ยนมากินคลีน ปรุงอาหารจากน้ำมันมะกอก กินข้าวกล้อง ข้าวไรซ์ ไม่กินของมันของทอด ของหวานกินเดือนละครั้ง สองเดือนครั้ง กินแต่นมจืด อาหารก็เน้นเป็นพวกต้ม ๆ แกงจืด ส้มตำ ไก่ย่าง พอรับพลังงานแล้วเราก็ต้องเผาผลาญออก ถ้านอนว่างงานอยู่บ้านมันคงไม่เผาผลาญเท่าไหร่ก็เลยไปลงคอร์สโยคะ สมัครเป็นแบบรายเดือน ก็เล่นคุ้มเลย ไปเช้าสองคลาส เย็นสองคลาส ฮาร์ดคอร์มาก เราก็ไปเล่นตลอด เสาร์-อาทิตย์ก็ไป ผ่านไปประมาณสองเดือนน้ำหนักมันก็ลงไปอีก
 

          ตัดมาที่ช่วงทำงานเราก็ยังลดความอ้วนอย่างต่อเนื่อง มาทำงานเวลาเราลดน้อยลงแต่เราก็ไปโยคะทุกวันตั้งแต่วันจันทร์-ศุกร์ โชคดีว่าแถวที่ทำงานมีสตูดิโอโยคะพอดี ก็ไปทุกวันจน พนง.แลกบัตรจำหน้าและชื่อได้ 55555 การกินก็คุมเหมือนเดิม ช่วงนึงกำลังใจดีก็ทำอาหารคลีนมากินนาจา แต่ตอนนี้ก็แค่คุม ๆ อาหาร กินเกาเหลา ยำ ไม่เค็ม ไม่หวาน ไม่ชูรส บางวันก็อกไก่ ไข่ต้ม ข้าวไรซ์, หมูปิ้ง ไข่ต้ม ข้าวไรซ์ บ่าย ๆ หิว ๆ ก็กินคอร์นเฟล็ก กินผลไม้ โยเกิร์ต ตกเย็นกินแกงจืด กินกราโนล่า ผลไม้
 

          ช่วงไหนหลุด ๆ ไปบ้าง เช่น ไม่ได้ออกกำลังกายหรือไม่ได้คุมอาหาร มันก็ไม่ได้กลับมาอ้วนเท่าเดิมนะ แต่รู้สึกไม่สบายตัว

เด็กอ้วนในวันนั้นกลายเป็นสาวในวันนี้...

 

ออกกำลังกายด้วยโยคะ 3-5 วัน / สัปดาห์ช่วงไหนฟิต ๆ ก็ 5 วันเลยจ้า

 

วันนึงก็เล่น 2 คลาส ถ้าเหนื่อย ๆ ก็คลาสเดียวพอจ้า เดี๋ยวจะทำงานไม่ไหว

 

ช่วงไหนไปติด ๆ กันหน้าท้องแบนราบเรียบเลยแหละ มันคุ้มค่าจริง ๆ นะ <3

 

บางช่วงเบื่อโยคะก็มีไปต่อยมวยเหมือนกันนะ 5555

 

ผลที่ได้คือช่วงนั้นลอน 11 มาเลยจ้าาา

ล่าสุดก็ไปสมัครฟิตเนสแถวที่ทำงาน ก็มีคลาสหลากหลายให้เล่น สนุกดีค่ะ

เล่นไปเล่นมาลอนกล้ามก็โผล่มาให้เห็นอีกครั้ง

วัตถุดิบช่วงที่ทำอาหารกินเอง

ถ้าไม่ได้ทำเองก็โชคดีว่าที่บ้านเป็นสายเขียวอยู่แล้ว ตอนเย็นก็กินผักเบา ๆ

เราเป็นคนกินง่าย แค่เอาผักมาผัด ๆ รวมกับน้ำมันมะกอกปรุงรสอีกนิดก็พอแล้ว 555

 

อยากกินกะเพราก็ทำกินได้โดยที่ไม่อ้วนด้วยน้า แค่ใส่น้ำมันน้อย ๆ และใส่ผักเยอะ ๆ

 

"วินัย" คือหัวใจหลักของการลดความอ้วน

          จริง ๆ ไม่ว่าจะประสบความสำเร็จในด้านอะไรก็ตาม วินัย เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะมันคือการทำอย่างต่อเนื่อง สำหรับเราปัจจุบันก็ยังคงคุมอาหาร ไม่หวาน ไม่มัน ไม่เค็มจนเกินไป ไม่กินมากจนเกินไป ไม่กินตามใจปาก ถ้ารู้สึกว่ากินเยอะไปก็ต้องออกกำลังกาย นอกจากมันจะทำให้เราไม่อ้วนแล้วยังทำให้เราสุขภาพดีอีกด้วยนะ
 

ตึงไปก็ไม่ดี หย่อนไปก็ไม่ดี

          แม้ว่าจะกลัวอ้วนแค่ไหน แต่ชีวิตก็ยังต้องการความหวาน เราชอบกินของหวานมากกก

          เราก็ยังคงกินอยู่ไม่ถึงกับตัดขาด แค่ลดความถี่ในการกินและปริมาณลง อย่างน้ำหวานเราก็จะสั่งความหวาน 25-50% วิปครีม ไข่มุกก็กินปกติ เพราะถือว่านาน ๆ กินที จะผอมอย่างเดียวไม่ได้  เราต้องมีความสุขด้วย

 

กินได้ แต่สั่งหวานน้อย 25-50% ก็เพียงพอแล้ววว

 

บลูเบอร์รีชีสเค้กแสนอร่อยก็ทานได้ แต่นาน ๆ ที ไม่ใช่ทานมันทุกวัน

 

ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะสวยดูดีในแบบที่เราอยากจะเป็น
อย่าให้ใครมาจำกัดขีดจำกัดของเรา ด้วยคำว่าทำไม่ได้หรอก

ลดความอ้วนได้แล้วมันดีกับเรายังไง

          สุดท้ายเราสามารถลดน้ำหนักลงมาได้เกือบ 10 โล น้ำหนักที่น้อยที่สุดคือ 53 กิโลกรัม แต่ช่วงนี้ก็จะทรง ๆ อยู่ที่ 55-56 กก. ซึ่งเรื่องดี ๆ มันก็มีดังต่อไปนี้
 

          ใส่เสื้อผ้าสวย หาเสื้อผ้าใส่ง่าย : เมื่อผอมก็ใส่เสื้อผ้าได้หลากหลายแบบมากขึ้น เมื่อก่อนไม่สามารถใส่เสื้อผ้าตามตลาดนัดได้เลย มันตัวเล็กไปมากกก เดี๋ยวนี้สามารถซื้อได้โดยที่ไม่ต้องลังเลเลย ใส่ได้หมดเลย พวกกางเกง กระโปรงก็สามารถใส่ไซส์ S ได้ (น่าเหลือเชื่อจริง ๆ ไม่คิดไม่ฝันเลย 5555) ไม่ต้องกังวลว่าแขนใหญ่ขาใหญ่ อ๊ะตัวไม่หนาแล้ว ใส่อะไรก็ได้ ไม่ต้องกลัวไม่สวยอีกต่อไป รักตัวเองมากขึ้นไปอีก
 

          มีสุขภาพที่ดี : เมื่อเราออกกำลังกายเป็นประจำ และกินแต่อาหารดี ๆ มีประโยชน์ ไม่กินอะไรที่หวาน เค็ม มันจนสุดโต่ง แน่นอนว่าสุขภาพดีตามมาแน่นอน
 

          สิ่งที่สำคัญกว่าความสวยงามคือความภาคภูมิใจในตัวเอง : การที่เราผอมได้เท่ากับว่าความพยายามทั้งหมดที่ทำมามันไม่สูญเปล่า ก็จะมีกำลังใจในการทำสิ่งอื่น ๆ ที่ยิ่งใหญ่ต่อไปอีก ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะสวยดูดีในแบบที่เราอยากจะเป็น อย่าให้ใครมาจำกัดขีดจำกัดของเราด้วยคำว่าทำไม่ได้หรอก 
 

          สำหรับการแชร์ประสบการณ์ลดน้ำหนักของเราก็จบแต่เพียงเท่านี้

          หวังว่าจะเป็นอีกหนึ่งในแรงบันดาลใจให้เพื่อน ๆ ที่กำลังจะลดน้ำหนักนะคะ กานต์ทำได้ทุกคนก็ทำได้แน่นอนนน เชื่อเรา

          EDIT : ขอแก้ไขเพิ่มเติมนะคะ ก่อนหน้านี้เราไม่คิดเลยว่ากระทู้เราจะได้รับความสนใจมากขนาดนี้จนมีคนเข้ามาให้ความเห็นกันเยอะมาก ขอบคุณทุกคนมาก ๆ เลยค่ะ หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจ และเพิ่มกำลังใจให้กับทุกคนที่กำลังจะลดน้ำหนักอยู่นะคะ

          เราอาจอธิบายไม่ชัดเจนถึงเรื่องส่วนสูงเราในตอนแรก เห็นแค่รูปอาจทำให้คนตีความกันไป เราสูง 172 ค่ะ แล้วน้ำหนักที่มากที่สุดของเราคือ 63 กก. สำหรับเราเราคิดว่าตอนนั้นเราก็ดูไม่ได้อ้วนนะ แต่มันบึบบับ ร่างใหญ่ ใหญ่ไปหมดซึ่งได้กล่าวไปตั้งแต่ตอนต้นแล้ว  

          วัตถุประสงค์หลักของการตั้งกระทู้นี้คือการมาบอกเล่าว่าเราก็เป็นคนนึงที่สามารถลดน้ำหนักได้เกือบ 10 โล และสามารถเป็นคนที่ดูดีขึ้นได้อีก ขอแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมีวินัยกับตัวเองค่ะ

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก
คุณ KanKan92~สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
แชร์ประสบการณ์ลดความอ้วน ฟิตหุ่นสวยสุขภาพดีเพราะเห็นคุณค่าในตัวเอง โพสต์เมื่อ 24 กันยายน 2561 เวลา 16:43:10 17,852 อ่าน
TOP