x close

กัญชา กับสรรพคุณทางยาและประโยชน์ในการรักษาโรค


          ทำไมกัญชาถึงได้รับการปลดล็อก หลายคนก็อยากจะรู้ว่าสรรพคุณของกัญชาด้านประโยชน์ทางการแพทย์ดียังไง กัญชาช่วยรักษาโรคอะไรได้บ้าง

กัญชา

          ยืดเยื้อกันมาพักใหญ่ ในที่สุดเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2563 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ปลดล็อก "กัญชา" ออกจากยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 จึงสามารถนำบางส่วนไปใช้ประโยชน์ได้โดยไม่จัดเป็นยาเสพติด เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ทางการแพทย์ได้ศึกษาถึงสรรพคุณของกัญชาในการรักษาอาการเจ็บป่วย และเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้ป่วยให้ดีขึ้น

          ประเด็นนี้ถือเป็นประเด็นที่น่าสนใจมาก ๆ และหลายคนคงอยากทราบสรรพคุณของกัญชา ว่ามีประโยชน์ในทางการแพทย์อย่างไรแล้วใช่ไหม งั้นตามมาอ่านกัน

รู้จักกัญชา ว่าที่พืชเศรษฐกิจไทย

          กัญชาจัดเป็นพืชดอกในตระกูล Cannabaceae มีต้นกำเนิดในแถบเอเชียกลาง แต่ในปัจจุบันมีการปลูกในหลายพื้นที่ หลายประเทศ โดยกัญชาภาษาอังกฤษเรียกว่า cannabis, Marijuana, Ganja, Hemp เป็นต้น

กัญชา
 
          กัญชา มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L. subs indica เป็นพืชที่มีต้นตัวผู้และต้นตัวเมียแยกกัน โดยสารสำคัญในกัญชาคือสารแคนนาบิไดออล (Cannabidiol-CBD) ซึ่งมีมากกว่า 100 ตัว อีกทั้งยังมีสารเตตร้าไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinol-THC) อยู่มากในส่วนของยอดช่อดอกกัญชา เป็นสารสำคัญที่พบว่ามีประโยชน์ทางการแพทย์ แต่ก็มีผลกระตุ้นระบบประสาท ดังนั้นกัญชาจึงเป็นพืชที่ควรใช้อย่างระมัดระวัง

        ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย วิเคราะห์ว่า มูลค่าตลาดกัญชาทั่วโลกจะมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยมีการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ ประมาณ 60% และปัจจุบันเริ่มมีบริษัทในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มระดับโลกสนใจใช้สารสกัดจากกัญชาเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์บ้างแล้ว จึงคาดว่าในอนาคต มูลค่าตลาดกัญชาโลกจะเติบโตและกระจายไปในหลายธุรกิจมากขึ้น ขณะที่ประเทศไทยก็นับเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่อนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างถูกกฎหมาย

ปลดล็อกกัญชาพ้นยาเสพติด = ใช้ได้ถูกกฎหมายจริงหรือ

          ต้องอธิบายก่อนว่า การปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 หมายถึง ปลดล็อกเรื่องสารสกัด คือ กฎหมายกำหนดว่าสารที่ไม่ถูกควบคุมเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ได้แก่ สาร CBD บริสุทธิ์ (มากกว่า หรือเท่ากับ 99% ที่มี THC เจือปนไม่เกิน 0.01%) เท่านั้น และสารสกัดกัญชาหรือกัญชงที่มี CBD เป็นหลัก และมี THC ไม่เกิน 0.2% ถูกจัดเป็นยา หรือผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีการควบคุมตามที่กฎหมายกำหนด

          ดังนั้น ไม่ใช่ปลดล็อกการปลูกได้อย่างเสรี ผู้ที่ต้องการปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์ต้องศึกษาเงื่อนไขทางกฎหมาย นอกจากนี้ การใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ยังเป็นการอนุญาตให้ใช้ได้เพียงบางส่วนเท่านั้น เนื่องจากตามอนุสัญญายาเสพติดระหว่างประเทศยังควบคุมกัญชาให้เป็นยาเสพติด โดยส่วนที่ใช้ได้ และใช้ไม่ได้ ประกอบด้วย

          ส่วนของกัญชาที่ถือว่าเป็นยาเสพติด
          - เมล็ดกัญชา
          - ช่อดอกกัญชา

          ส่วนของกัญชาที่ไม่ใช่ยาเสพติด
          - ใบจริง / ใบพัด ซึ่งไม่มียอดหรือช่อดอกติดมาด้วย
          - สารสกัดที่มีสาร CBD เป็นส่วนประกอบ และมีสาร THC ไม่เกิน 2%
          - เปลือก ลำต้น เส้นใย
          - ราก
          - กิ่ง ก้าน
          - กากจากการสกัด ต้องมี THC ไม่เกิน 0.2%

          ทั้งนี้ ส่วนของกัญชาที่ไม่จัดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 สามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ การศึกษาวิจัย ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ประกอบอาหาร ทำยารักษาโรคตามวิถีพื้นบ้านได้ แต่ห้ามใช้เพื่อการสันทนาการ

          นอกจากนี้ กัญชาที่นำมาใช้ต้องมาจากสถานที่ปลูกหรือผลิตในประเทศที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น กรณีนำเข้ากัญชา สามารถนำเข้าได้เฉพาะเปลือกแห้ง แกนลำต้นแห้ง และเส้นใยแห้ง ส่วนอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้ สามารถนำเข้าได้โดยขออนุญาตเป็นยาเสพติด

กัญชา

ปลูกกัญชา ผิดกฎหมายไหม ใครขอปลูกกัญชาได้บ้าง

           เนื่องจากกัญชามีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาท แม้จะมีการปลดล็อกให้นำบางส่วนของกัญชามาใช้อย่างถูกกฎหมายได้แล้ว แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะปลูกกัญชาหรือมีไว้ในครอบครองได้ เพราะการปลูก สกัด ผลิต ยังต้องขออนุญาต ดังนั้นประชาชนทั่วไปไม่สามารถปลูกเองได้ โดยจะให้สิทธิปลูกกัญชาได้เฉพาะกลุ่มต่อไปนี้เท่านั้น

          1. หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ศึกษาวิจัยหรือการเรียนการสอนวิชาด้านการแพทย์, เภสัชศาสตร์, วิทยาศาสตร์ หรือเกษตรศาสตร์ หรือมีหน้าที่ให้บริการทางการแพทย์

          2. สถาบันอุดมศึกษาที่ศึกษาและวิจัย และเรียนด้านการแพทย์ หรือเภสัชศาสตร์ โดยต้องดำเนินการร่วมกับหน่วยงานของรัฐ

          3. ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม เภสัชกรรม ทันตกรรม สัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง แพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ และหมอพื้นบ้านตามเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด โดยต้องดำเนินการร่วมกับหน่วยงานของรัฐ

          4. ผู้ประกอบอาชีพเกษตรที่รวมตัวเป็นวิสาหกิจชุมชนซึ่งจดทะเบียนตามกฎหมาย เช่น สหกรณ์การเกษตร, วิสาหกิจชุมชน, วิสาหกิจสังคม โดยร่วมผลิตและพัฒนาสูตรตำรับยากับหน่วยงานรัฐ หรือสถาบันอุดมศึกษาที่วิจัยด้านการแพทย์

          ทั้งนี้ ระยะ 5 ปีแรก การขออนุญาตปลูกเพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ ผู้ขออนุญาตกลุ่ม 3, 4 ต้องดำเนินการร่วมกับผู้ขออนุญาตกลุ่ม 1 หรือ 2

กัญชา

ลงทะเบียนปลูกกัญชาได้ที่ไหน อย่างไร

          ผู้ขออนุญาตที่อยู่ใน 4 กลุ่มดังที่กล่าวไป สามารถขออนุญาตปลูกกัญชาได้ที่ อย. กระทรวงสาธารณสุข โดยมีขั้นตอนดังนี้

          1. ผู้ขออนุญาตต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด เช่น สัญชาติไทย มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ต้องไม่เคยมีประวัติการถูกดำเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

          2. เตรียมสถานที่ปลูกให้เหมาะสม เช่น มีเลขที่ตั้งชัดเจน มีระบบและมาตรการรักษาความปลอดภัย พื้นที่เพาะปลูกใช้วัสดุในการสร้างที่มีความมั่นคงแข็งแรงและปิดกั้นเพื่อป้องกันการเข้าถึงจากบุคคลภายนอก (ต้องแสดงหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองของสถานที่ปลูก หรือหนังสือให้ความยินยอมจากผู้ให้เช่า หรือผู้ให้ใช้ที่ดิน ในกรณีขอเช่าหรือขอใช้ที่ดินของบุคคลอื่นในการเพาะปลูก)

          3. ยื่นคำขอพร้อมด้วยเอกสารตามที่กฎหมายกำหนด เช่น แผนการปลูก แผนการผลิต แผนการจำหน่าย และแผนการใช้ประโยชน์ โดยยื่นคำขอที่สำนักงาน อย. กระทรวงสาธารณสุข

          4. เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา พิจารณาอนุญาตให้ปลูกกัญชาโดยความเห็นชอบของกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ

ปลูกกัญชา


ประชาชนทั่วไปสามารถปลูกกัญชาตามบ้านได้หรือไม่ 


          หลายคนสงสัยว่าเราสามารถปลูกกัญชาเองที่บ้านได้หรือไม่ เนื่องจากมีข่าวปลดล็อกให้ปลูกกัญชาได้ 6 ต้นต่อครัวเรือน แต่จริง ๆ แล้ว ผู้ที่จะสามารถปลูกกัญชาได้บ้านละ 6 ต้น ต้องเป็นเกษตรกรที่รวมตัวกัน 7 คนขึ้นไปเป็นวิสาหกิจชุมชน วิสาหกิจเพื่อสังคม หรือสหกรณ์การเกษตร ที่ทำสัญญาร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) หรือหน่วยงานภาครัฐ หรือหน่วยงานสาธารณสุข เท่านั้น ไม่ใช่บ้านไหนก็ปลูกเองได้

ปลูกกัญชาเองที่บ้านมีโทษอย่างไร

          เนื่องจากกัญชายังคงจัดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 แต่สามารถนำไปศึกษาวิจัยเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ได้ หากไม่ได้รับอนุญาตให้ปลูก หรือมีกัญชาไว้ครอบครอง จะมีโทษดังนี้

          - ปลูกกัญชาโดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 500,000 บาท

          - ปลูกเพื่อจำหน่าย หรือมีไว้จำหน่าย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 15 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000-1,500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

          - มีกัญชาในครอบครอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

          - เสพกัญชา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

โทษปลูกกัญชา
กัญชา รักษาโรคอะไรได้บ้าง

          สารสกัดกัญชาที่ใช้ทางการแพทย์ แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม ดังนี้ 

1. กลุ่มที่มีข้อมูลวิชาการสนับสนุนชัดเจนว่าได้ประโยชน์ในการรักษา ได้แก่

         * ลดอาการคลื่นไส้-อาเจียนในผู้ป่วยที่รับเคมีบำบัด

          ภญ. ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า ประโยชน์ของกัญชามีฤทธิ์ต้านอาเจียน ช่วยในการทำงานของระบบทางเดินอาหาร

          ทั้งนี้ ยังมีหลักฐานทางวิชาการที่สนับสนุนอย่างชัดเจนว่า กัญชามีประโยชน์ในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัดแล้วคลื่นไส้-อาเจียน

         * รักษาโรคลมชัก

          มีงานวิจัยที่ระบุว่า กัญชามีสรรพคุณรักษาโรคลมชักในเด็กที่รักษายาก หรือในผู้ป่วยเด็กโรคลมชักที่ดื้อต่อการรักษาด้วยวิธีต่าง ๆ

         * รักษาภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็ง ในผู้ป่วยโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง

          ในงานวิจัยมีการระบุสรรพคุณของกัญชาที่ช่วยรักษาผู้ป่วยโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งที่มีภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็ง หรือโรคเอ็มเอส

         * ภาวะปวดประสาทที่ใช้วิธีการรักษาอื่น ๆ แล้วไม่ได้ผล

          โดยผู้ป่วยที่มีอาการปวดเส้นประสาทที่รักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล ก็มีงานวิจัยที่ระบุว่า สารสกัดจากกัญชาอาจช่วยบรรเทาอาการปวดของผู้ป่วยได้ ซึ่งข้อมูลจากวารสารเภสัชศาสตร์อีสานระบุว่า สาร THC ในกัญชามีฤทธิ์เป็นยาแก้ปวด ยาลดการอักเสบ และยาต้านออกซิเดชั่น

         * ภาวะเบื่ออาหารในผู้ป่วยโรคเอดส์ที่มีน้ำหนักน้อย

         * การเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลแบบประคับประคอง หรือผู้ป่วยระยะสุดท้ายของชีวิต



2. กลุ่มที่น่าจะได้ประโยชน์ในการควบคุมอาการ ซึ่งควรมีข้อมูลวิชาการสนับสนุนหรือวิจัยเพิ่มเติมในประเด็นความปลอดภัยและประสิทธิผล ได้แก่

          * โรคพาร์กินสัน
          * โรคอัลไซเมอร์
          * โรควิตกกังวล ซึ่งพบว่า ในตำรับยาแพทย์แผนไทย มีการนำกัญชามาเป็นยาอยู่หลายตำรับ โดยเฉพาะยานอนหลับที่ช่วยให้ผ่อนคลาย
          * โรคปลอกประสาทอักเสบ
          * ผู้ป่วยที่ต้องดูแลแบบประคับประคอง
          * ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย
          * โรคอื่น ๆ ที่มีข้อมูลสนับสนุนทางวิชาการว่าน่าจะได้ประโยชน์


3. กลุ่มที่อาจมีประโยชน์ทางการรักษา แต่ยังขาดข้อมูลงานวิจัยชัดเจน ซึ่งต้องศึกษาวิจัยต่อไป ได้แก่ การรักษาโรคมะเร็งชนิดต่าง ๆ
 
          เช่น กรณีที่สถาบันวิจัยกัญชาเพื่อการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต ระบุว่า สารสกัดกัญชาอาจช่วยรักษามะเร็งปอดได้ เพราะงานวิจัยพบว่า สารในกัญชาส่งผลให้ก้อนมะเร็งปอดในตัวหนูทดลองเล็กลงได้ โดยในการศึกษาได้นำสาร THC และสาร CBN ซึ่งเป็นสารบริสุทธิ์ที่แยกได้จากกัญชา ฉีดลงไปที่เซลล์มะเร็งปอดของมนุษย์ในหนูทดลองทุกวัน เป็นเวลา 3 สัปดาห์ กระทั่งพบว่า หนูทดลองที่ได้รับสาร THC และสาร CBN มีขนาดของก้อนมะเร็งเล็กลง จึงสรุปได้ว่า สารทั้ง 2 ตัวมีฤทธิ์ต้านมะเร็งปอดของมนุษย์ในหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง (อ่านข่าว ม.รังสิต แถลงผลวิจัยครั้งยิ่งใหญ่ พบสารในกัญชา ช่วยให้ก้อนมะเร็งปอดลดลง)

          อย่างไรก็ตาม สรรพคุณของกัญชายังจำเป็นต้องมีการศึกษาถึงฤทธิ์ของกัญชาเพิ่มเติม ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยในการใช้กัญชาในทางการแพทย์ และเลี่ยงผลข้างเคียงของกัญชาที่อาจเกิดขึ้นได้ 

กัญชา

กัญชา ในตำรับยาแพทย์แผนไทย

          จากข้อมูลในตำราพระโอสถพระนารายณ์ และตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ พบข้อมูลตำรับยาไทยที่เข้ากัญชาอยู่หลายตำรับ ซึ่งรวบรวมมาจากพระคัมภีร์หลายฉบับ แสดงให้เห็นว่า มีการใช้กัญชาประกอบเป็นตัวยาเพื่อบำบัดรักษาอาการป่วยต่าง ๆ มานานหลายร้อยปีแล้ว

          ทั้งนี้ นพ.ขวัญชัย วิศิษฐานนท์ ผอ.สถาบันการแพทย์แผนไทย ได้ยกตัวอย่างสรรพคุณตำรับยาไทยที่มีกัญชาเป็นส่วนประกอบ เช่น

          - ตำรับศุขไสยาศน์ มีสรรพคุณช่วยให้นอนหลับสบาย แก้ปวด เจริญอาหาร ซึ่งนำมาใช้ทดแทนหรือเสริมกับยาแผนปัจจุบันในกลุ่มยานอนหลับ ยาคลายเครียด

          - ตำรับทำลายพระสุเมรุ มีฤทธิ์ช่วยแก้อาการแข็งเกร็งจากอัมพฤกษ์ อัมพาตได้

          - ตำรับน้ำมันสนั่นไตรภพ ช่วยเรื่องท้องมาน ท้องบวม คลายลมในท้อง ท้องอืดจากโรคมะเร็งตับ ใช้ทาบริเวณท้อง

          - ตำรับทัพยาธิคุณ ช่วยเรื่องโรคเบาหวาน ลดน้ำตาล
        
          นอกจากนี้ยังมีตำรับยาแผนแพทย์แผนไทยอีกหลายชนิดที่มีกัญชาเป็นส่วนประกอบ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

สรรพคุณกัญชา

น้ำมันกัญชาที่ได้รับการรับรองแล้ว มีอะไรบ้าง 

         สำหรับน้ำมันกัญชา หรือตำรับยาที่มีกัญชาปรุงผสม และได้รับการรับรองแล้ว อาทิ

         1. น้ำมันกัญชา โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี โดยมีหลายตำรับ เช่น น้ำมันกัญชาหยอดใต้ลิ้น, น้ำมันกัญชาทั้ง 5 (สูตรรับประทาน) อภัยภูเบศร, ศุขไสยาศน์ (แคปซูล) กัญชา เป็นต้น

         2. น้ำมันกัญชา อ.เดชา หรือ น้ำมันกัญชาสูตรนายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ เป็นตำรับยาพื้นบ้านที่ได้รับอนุญาตให้ผลิตในประเทศภายใต้การรักษาโรค กรณีจำเป็นสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย

โรงพยาบาลรัฐแห่งไหนให้บริการน้ำมันกัญชาบ้าง

          โรงพยาบาลที่ได้รับสารสกัดน้ำมันกัญชาชนิด THC สูง จากองค์การเภสัชกรรม ประกอบด้วย
           - โรงพยาบาลศูนย์ (รพศ.) 12 แห่ง เขตสุขภาพละ 1 แห่ง ได้แก่ รพ.ลำปาง, รพ.พุทธชินราช จ.พิษณุโลก, รพ.สวรรค์ประชารักษ์ จ.นครสวรรค์, รพ.สระบุรี, รพ.ราชบุรี, รพ.ระยอง, รพ.ขอนแก่น, รพ.อุดรธานี, รพ.บุรีรัมย์, รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี, รพ.สุราษฎร์ธานี และ รพ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

          โรงพยาบาลที่ได้รับน้ำมันกัญชาสูตรตำรับแพทย์แผนไทย มีทั้งหมด 7 แห่ง ครอบคลุมทุกภาค ได้แก่
          - ภาคเหนือ : รพ.สมเด็จพระยุพราช เด่นชัย จ.แพร่ และ รพ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี
          - ภาคกลาง : รพ.ดอนตูม จ.นครปฐม และ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี
          - ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : รพ.พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร จ.สกลนคร และ รพ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์
          - ภาคใต้ : รพ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี

          ทั้งนี้ แพทย์จะไม่ได้ใช้สารสกัดกัญชาเป็นการรักษาขั้นต้น แต่อาจใช้ในการรักษาทางเลือกสำหรับผู้ป่วยบางกรณี โดยคำนึงถึงประสิทธิผลและความปลอดภัยเป็นสำคัญ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับประโยชน์สูงสุด

อาการข้างเคียงที่พบจากการใช้สารสกัดกัญชา

          1. หากพบอาการเหล่านี้ควรลดขนาดการใช้ : มึน/เวียนศีรษะ, ร่างกายเสียความสมดุล, หัวใจเต้นเร็วขึ้น/ช้าลง, ความดันโลหิตสูงหรือต่ำกว่าปกติ

          2. หากพบอาการเหล่านี้ควรหยุดใช้ : สับสน, กระวนกระวาย, วิตกกังวล, ประสาทหลอน, โรคจิต

ใครไม่ควรใช้ยากัญชารักษาโรค

          - หญิงกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากมีรายงานการศึกษาพบว่ามีทารกคลอดก่อนกำหนด ทารกน้ำหนักตัวน้อย รวมถึงพบสาร cannabinoids ในน้ำนมแม่ได้
          - ผู้มีความเสี่ยงสูงในการทำร้ายตนเอง
          - ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า โรคอารมณ์สองขั้ว โรคจิตจากสารเสพติด โรคจิตเภท หรือมีอาการของโรคอารมณ์แปรปรวน โรควิตกกังวล เพราะสาร THC จะออกฤทธิ์ต่อจิตและระบบประสาท
          - ผู้ที่รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด
          - ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคตับ โรคไต ที่มีอาการรุนแรง
          - มีประวัติแพ้สารสกัดกัญชา ซึ่งอาจเกิดจากส่วนประกอบอื่น ๆ และ/หรือสารที่เป็นตัวทำละลายที่ใช้ในการสกัด

ใช้ยากัญชารักษาโรคเองได้หรือไม่

          ไม่ควรใช้กัญชารักษาโรคเอง เพราะไม่สามารถกำหนดความเข้มข้นของปริมาณสารกัญชาที่ใช้ได้ เสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียง เช่น ง่วงซึม เวียนศีรษะ มองเห็นสีผิดปกติ คลื่นไส้ ความจำลดลง ความดันโลหิตต่ำ ปากแห้ง เกิดความผิดปกติทางจิต เช่น ซึมเศร้า สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ต้องกินยาตลอด ห้ามหยุดยา แล้วหันมาใช้ยากัญชาในการรักษา เพราะจะทำให้เกิดอันตรายจนเสียชีวิต

โทษของกัญชากับเรื่องสุขภาพที่ต้องระวัง

          กัญชาถูกควบคุมให้อยู่ภายใต้กฎหมาย เนื่องจากกัญชาถือเป็นสารเสพติดที่ออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท กดประสาท และหลอนประสาท ในกรณีที่ใช้เกินกำหนดและไม่ถูกวิธี เพราะสาร THC ในกัญชาสามารถออกฤทธิ์ต่อจิตและระบบประสาท โดยสารดังกล่าวจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและสมองอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจทำให้เกิดโทษและอาการข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้ เช่น ทำให้ผู้เสพรู้สึกตื่นเต้น ช่างพูด กระสับกระส่าย และหัวเราะตลอดเวลา ก่อนจะกดประสาททำให้มีอาการซึมเศร้า ง่วงนอน เวียนศีรษะ ปากแห้ง ตอบสนองช้าลง หากเสพเข้าไปในปริมาณมาก ๆ จะหลอนประสาท ทำให้เห็นภาพลวงตา หูแว่ว ความคิดสับสน ควบคุมตนเองไม่ได้
        
          นอกจากนี้ นพ.สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) ก็ได้เผยผลการสำรวจที่พบว่า ผู้ป่วยเสพติดกัญชามีการเกิดโรคจิตเวชสูงถึงร้อยละ 72.3 รวมไปถึงความเสี่ยงโรคจิต อารมณ์แปรปรวน และโรควิตกกังวล ก็สูงขึ้นด้วย

กัญชา

          สรุปได้ว่า แม้จะมีการปลดล็อกกัญชาออกจากการเป็นยาเสพติดประเภท 5 เพื่อนำไปศึกษาวิจัยเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์แล้ว แต่หากเป็นคนกลุ่มอื่นที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ปลูกก็ยังมีโทษอยู่

          สำหรับการนำกัญชาไปใช้จะต้องได้มาจากผู้รับอนุญาตที่ถูกกฎหมาย โดยตรวจสอบได้จากเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โทร. 1556 กด 3


บทความเรื่องกัญชา-กัญชงที่เกี่ยวข้อง

          - หมอธีระวัฒน์ เผยวิจัย ใช้กัญชา - กัญชง รักษาโควิด 19 ลดความเสียหายในปอดได้หรือไม่

          - สายเขียวเฮ ! ปลดล็อกปลูกกัญชาได้บ้านละ 6 ต้น เน้นสร้างอาชีพ - ห้ามเสพ !

          - ใครอยากปลูกกัญชง เช็กก่อน ! 10 ข้อควรรู้ ขออนุญาตปลูกแบบถูกกฎหมาย

          - ข่าวดี ! คกก.คุมยาเสพติด มีมติปลดล็อก กัญชา - กัญชง พ้นบัญชียาเสพติด


* หมายเหตุ : อัปเดตข้อมูลล่าสุดวันที่ 10 มีนาคม 2564


ขอบคุณข้อมูลจาก
ราชกิจจานุเบกษา,ราชกิจจานุเบกษา, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา, ศูนย์วิจัยกสิกรไทย, voice tv, ไทยพีบีเอส, คมชัดลึก, ไทยโพสต์, วารสารเภสัชศาสตร์อีสาน, องค์การเภสัชกรรม, เฟซบุ๊ก กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา, คณะกรรมการขับเคลื่อนประชาสัมพันธ์การใช้กัญชาเพื่อการแพทย์, คณะกรรมการขับเคลื่อนประชาสัมพันธ์การใช้กัญชาเพื่อการแพทย์, กลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา, กองควบคุมวัตถุเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา, สำนักงาน ป.ป.ส.      

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
กัญชา กับสรรพคุณทางยาและประโยชน์ในการรักษาโรค อัปเดตล่าสุด 12 มีนาคม 2564 เวลา 13:48:12 310,521 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP