เช็กสาเหตุไอเป็นเลือด ป่วยโรคอื่นอยู่หรือแพ้ฝุ่นพิษ !?

          จากอาการที่หลายคนไอ-จามเป็นเลือด และมีผู้ต้องสงสัยเป็นฝุ่นพิษ PM2.5 เราลองมาดูกันว่า ไอเป็นเลือดเกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง

ไอเป็นเลือด

          หากปกติไม่เคยเจ็บป่วยรุนแรงอะไร ไอ จาม บ้างเป็นธรรมดา แต่ช่วงนี้เกิดไอหนัก และ ไอเป็นเลือดขึ้นมาอีก ใครเจอแบบนี้คงตกใจและเป็นกังวลอยู่ไม่น้อย ทว่าก่อนจะคิดไปไกลเรามาดูสาเหตุของอาการไอเป็นเลือดให้ชัด ๆ กันดีกว่า

ไอเป็นเลือด สาเหตุเกิดจากอะไร

          อาการไอเป็นเลือดบอกถึงปัญหาภายในร่างกายได้หลายอย่าง ดังนี้

1. ติดเชื้อในปอด

          หรือที่เรียกว่าปอดติดเชื้อ เป็นภาวะติดเชื้อเฉียบพลันทางระบบทางเดินหายใจ หรือภาวะติดเชื้อที่เนื้อปอด ก่อให้เกิดอาการปอดบวมและมีหนองขัง มีสาเหตุจากเชื้อไวรัส เช่น ไข้หวัดใหญ่ หัด อีสุกอีใส ซาร์ส เชื้อไข้หวัดนก หรือเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย รวมไปถึงเชื้อรา

          ทั้งนี้การติดเชื้อในปอดอาจเกิดขึ้นได้โดยการสูดหายใจนำเชื้อโรคเข้าสู่ปอดโดยตรง หรืออาจเกิดจากการสำลักเอาเศษอาหารปนเปื้อนเชื้อโรคเข้าไปในปอด หรือเกิดจากการลุกลามของภาวะติดเชื้อที่อวัยวะข้างเคียงปอด เช่น ฝีในตับแตกและหนองไหลเข้าสู่ปอด เป็นต้น

          อย่างไรก็ตามการติดเชื้อในปอดอาจทำให้มีอาการไอแบบมีเสมหะปนเลือด และมีไข้สูง หนาวสั่น หายใจหอบเร็ว และรู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอกเวลาหายใจ

          - ปอดติดเชื้อ ภาวะอันตราย รู้ตัวสายไปอาจถึงชีวิต !

ไอเป็นเลือด

2. โรคเกี่ยวกับปอด

          หากมีอาการไอแบบมีเสมหะ ลักษณะเสมหะเป็นฟอง มีสีแดงสดหรือสีชมพู หรือเป็นก้อนเลือด ร่วมกับมีอาการหอบเหนื่อย หายใจลำบากร่วมด้วย อาจบ่งชี้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับปอดของเราแล้วล่ะค่ะ ยังไงรีบไปตรวจเช็กสุขภาพกับแพทย์เฉพาะทางจะดีกว่า

3. โรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลัน

          โรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลันและเรื้อรัง เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีอาการไอปนเลือด มีเสมหะ โดยเลือดจะออกมาปนกับเสมหะแต่ไม่ได้รวมเป็นเนื้อเดียวกัน ซึ่งหากไอเป็นเลือดติดกันหลาย ๆ ครั้ง ไม่ยอมหาย ควรรีบพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุอีกที

4. ฝีในปอด

          โรคฝีในปอดก็เกิดจากการอักเสบภายในเนื้อปอด โดยสาเหตุคือการติดเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อรา โดยหากมีฝีในปอด ก็จะมีอาการไอปนเลือดได้เหมือนกัน

ไอเป็นเลือด

5. วัณโรค

          วัณโรคก็เป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ซึ่งมักจะเข้าสู่ร่างกายคนโดยการหายใจเอาเชื้อนี้เข้าไป แต่ก็อาจเข้าร่างกายได้ทางบาดแผลเช่นกัน โดยปกติแล้วร่างกายจะมีภูมิคุ้มกันที่ปราบเชื้อวัณโรคได้ แต่สำหรับคนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น เด็กเล็ก ผู้ป่วยโรคเบาหวาน คนที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน หรือผู้ป่วยโรคเอดส์ อาจติดเชื้อวัณโรคได้ง่ายกว่าปกติ

          ทั้งนี้อาการของวัณโรคที่สังเกตได้จะมีไข้เรื้อรัง น้ำหนักลด เหนื่อยง่าย และคนที่เป็นนาน ๆ อาจไอมีเลือดปนได้

6. โรคหัวใจ

          โรคหัวใจชนิดเขียว อาจมีอาการไอเป็นเลือดได้เหมือนกัน โดยลักษณะจะเป็นไอแบบมีเสมหะและมีเลือดปน ซึ่งเกิดจากหลอดเลือดแดงที่ปอดพยายามจะขยายตัวให้พองใหญ่ เพื่อเพิ่มปริมาณเลือดให้ไปฟอกปอดได้อย่างเพียงพอ ส่งผลให้เส้นเลือดขนาดใหญ่ขึ้นในขณะที่ผนังหลอดเลือดบางลงจนอาจจะปริแตก ทำให้เวลาไอหรือจามจะมีเลือดปนออกไปด้วย

ไอเป็นเลือด

7. มีรอยโรคทางจมูก

          หรือเป็นโรคเรื้อรังที่ทำให้มีอาการเลือดออกทางจมูกบ่อยครั้ง โดยเฉพาะคนที่มีเลือดกำเดาไหลบ่อย ๆ แบบเป็น ๆ หาย ๆ เวลาไอ-จาม แรง ๆ อาจทำให้มีเลือดออกมาได้ โดยอาจไม่มีอาการเจ็บป่วยอื่น ๆ ร่วมด้วย

8. การไอหรือจามแรง ๆ

          พฤติกรรมไอหรือจามแรง ๆ จากการสูดเอาฝุ่นหรือควันที่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองเข้าไป อาจส่งผลให้เส้นเลือดฝอยบริเวณจมูกแตก ก่อให้เกิดอาการเลือดออกตอนไอได้เช่นกัน แต่ทั้งนี้อาการไอเป็นเลือดมักจะเป็นไม่บ่อย และไม่มีอาการเจ็บป่วยอื่น ๆ ร่วมด้วย

ไอเป็นเลือด

ฝุ่น PM2.5 ทำให้ไอเป็นเลือดหรือไม่ ?

          ณ ตอนนี้เราอาจยังฟันธงไม่ได้ชัด ๆ ว่า ฝุ่นพิษ PM2.5 เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการไอเป็นเลือดหรือเปล่า แต่ทั้งนี้ นพ.ฉันชาย สิทธิพันธ์ุ อายุรแพทย์ระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ อธิบายว่า ฝุ่นพิษ PM2.5 อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่กระตุ้นให้เกิดอาการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ ส่งผลให้เกิดอาการคัดจมูก ไอ หรือจาม ขึ้นได้ และหากมีอาการไอแรง ๆ หรือจามแรง ๆ ก็เป็นไปได้ที่เส้นเลือดฝอยในจมูกอาจแตก ทำให้ไอเป็นเลือดหรือจามเป็นเลือด ทว่าก็ต้องประเมินอาการของตัวเองด้วยว่ามีอาการป่วยอื่นร่วมด้วยไหม เช่น มีอาการไอเป็นเลือดอย่างต่อเนื่อง มีไข้ เจ็บคอมาก แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก น้ำหนักลด เบื่ออาหาร เป็นต้น

          อย่างที่บอกไปนะคะว่า เมื่อมีอาการไอเป็นเลือด หรือไอหนัก ๆ แน่นหน้าอก หรือไม่สบายตัวอื่น ๆ พร้อม ๆ กัน ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุของอาการไอเป็นเลือดที่ชัดเจน จะได้รีบรักษาให้ถูกทาง ส่วนกลุ่มเสี่ยงที่มีอาการป่วย เช่น โรคปอด โรคหอบหืด โรคหัวใจและหลอดเลือด หากจะออกไปข้างนอกที่มีฝุ่นละอองระดับสูง ควรหาอุปกรณ์ป้องกันไปด้วย หรือควรหลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านในช่วงเวลานั้นเพื่อไม่ให้ฝุ่นเข้าไปกระตุ้นอาการป่วยให้กำเริบมากขึ้น

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
 
สถาบันโรคทรวงอก
โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน
มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ
เครือข่ายกาญจนาภิเษก

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เช็กสาเหตุไอเป็นเลือด ป่วยโรคอื่นอยู่หรือแพ้ฝุ่นพิษ !? โพสต์เมื่อ 29 มกราคม 2562 เวลา 11:14:06 5,406 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP