x close

ยาแก้ไอ ยาละลายเสมหะ ยาขับเสมหะ ไอแบบไหนควรใช้ยาอะไรบรรเทาอาการ

          ยาแก้ไอ ยาละลายเสมหะ ยาขับเสมหะ แต่ละตัวยาใช้ต่างกันยังไง ถ้าไอแห้ง หรือไอมีเสมหะ เลือกใช้ยาตัวไหนดี

          ยาแก้ไอ หรือยาละลายเสมหะที่เราเคยได้จากเภสัชกรหรือหมอ บางทีก็มาในรูปยาแก้ไอแบบเม็ด ยาน้ำ หรือยาละลายเสมหะเม็ดฟู่ ซึ่งก็อาจทำให้เกิดข้อสงสัยขึ้นมาว่า นี่เราต้องกินยาแก้ไอ ยาละลายเสมหะ หรือยาขับเสมหะทุกตัวเลยหรือเปล่า แล้วยาแต่ละตัวต่างกันยังไง ถ้าไอแห้งกินยาตัวไหน ไอแบบมีเสมหะต้องใช้ยาอะไร หรือเสมหะลงปอดไปแล้วอยากขับเสมหะ ใช้ยาตัวไหนดี เอาเป็นว่าวันนี้มาทำความเข้าใจกันหน่อย

ยาแก้ไอ ยาละลายเสมหะ ยาขับเสมหะ ต่างกันยังไง

ยาแก้ไอ

          ต้องบอกก่อนว่า ยาแก้ไอ ยาละลายเสมหะ และยาขับเสมหะ เป็นยาในกลุ่มยาบรรเทาอาการไอด้วยกันทั้งนั้น โดยแต่ละตัวก็จะมีสรรรพคุณที่ต่างกันออกไป ดังนี้

1. ยาแก้ไอที่ออกฤทธิ์ระงับหรือลดอาการไอ (Antitussive)

ยาแก้ไอ

           ยาแก้ไอที่นิยมใช้กันจะเป็นกลุ่มยาเดกซ์โทรเมทอร์แฟน (Dextromethorphan), โคเดอีน (Codeine) หรือ ไฮโดรโคโดน (Hydrocodone) ซึ่งเป็นยาที่ออกฤทธิ์กดศูนย์ควบคุมการไอที่สมอง ทำให้อาการไอลดลงได้ มีทั้งแบบยาเม็ด ยาน้ำเชื่อม ยาน้ำแขวนตะกอน

           โดยยาตัวนี้จะเหมาะกับผู้ที่มีอาการไอแห้ง ๆ ไม่มีเสมหะ ในกรณีที่มีอาการไอหนัก ๆ ไอบ่อย ไอแห้งเรื้อรัง ไอจนเจ็บหน้าอก หรือไอจนอาเจียน แต่ไม่สามารถใช้รักษาอาการไอจากการสูบบุหรี่ ไอจากโรคหืด ไอจากถุงลมโป่งพอง หรือผลข้างเคียงจากยารักษาความดันได้

           ในกรณีที่ไอไม่มาก แพทย์อาจจะไม่จ่ายยาแก้ไอให้ เพราะจริง ๆ แล้วการไอเป็นกลไกที่ช่วยกำจัดสิ่งแปลกปลอมในทางเดินหายใจ ทำให้หายใจได้เป็นปกติ อีกทั้งการใช้ยานี้อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ทำให้เสมหะเหนียวข้นขึ้นได้ด้วย

          ตัวอย่างยี่ห้อยาแก้ไอที่ออกฤทธิ์ลดอาการไอ เช่น  A-Tussin, Throatsil Dex, Icolid, Codepect, Levopront

ข้อควรระวัง :

  • ห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 4 ขวบ
  • ยาอาจทำให้เกิดอาการง่วงซึม จึงไม่ควรขับรถหรือทำงานที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักร
  • ระมัดระวังการใช้ยาแก้ไอร่วมกับยาที่กดระบบประสาทส่วนกลาง เช่น ยานอนหลับ ยาแก้แพ้แบบง่วง
  • การใช้ยาต่อเนื่องนาน ๆ อาจทำให้เสพติดได้
  • หากใช้ยาเกินขนาดจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ ง่วงซึม กล้ามเนื้อเกร็ง/กระตุก พูดไม่ชัด ม่านตาขยาย เคลิบเคลิ้ม หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง มึนงง กังวล หงุดหงิด ประสาทหลอน  กระวนกระวาย สั่น ชัก ปวดศีรษะ สูญเสียความทรงจำ หมดสติ กดการหายใจ และอาจถึงแก่ชีวิต

2. ยาขับเสมหะ (Expectorants)

ยาขับเสมหะ

           ยาขับเสมหะที่นิยมใช้กัน ได้แก่ ไกวเฟนิซิน (Guaifenesin) หรือกลีเซอริล ไกวอะคอเลต (Glyceryl Guaiacolate), เทอร์พีนไฮเดรต (Terpin hydrate), แอมโมเนียมคลอไรด์ (Ammonium Chloride) รวมทั้งสมุนไพรไทยอย่างมะขามป้อม หรือมะแว้ง เป็นยาที่เหมาะกับผู้ที่มีอาการไอแบบมีเสมหะ เช่น อาการไอแบบมีเสมหะจากโควิด 19 โรคหวัด หลอดลมอักเสบ หรือโรคภูมิแพ้ เป็นต้น

           โดยยากลุ่มนี้มีสรรพคุณกระตุ้นการทำงานของเยื่อบุในระบบทางเดินหายใจให้ขับสารเหลวออกมามากขึ้น พร้อมกับทำให้เสมหะมีความเหนียวน้อยลง เพื่อให้ไอเอาเสมหะออกมาได้ง่าย ดังนั้นในระยะแรก ๆ ที่ใช้ยา ผู้ป่วยก็จะรู้สึกว่ามีเสมหะเยอะ ไอมากขึ้นได้ จนกระทั่งร่างกายขับเสมหะออกมาจนหมด อาการไอก็จะบรรเทาลง และรู้สึกโล่งขึ้นกว่าเดิม

          ตัวอย่างยี่ห้อยาแก้ไอขับเสมหะ เช่น  Glycolate, Qualiton, SALMOL EXPECTORANT

ข้อควรระวัง : 

  • ผลข้างเคียงที่อาจพบได้ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน

3. ยาละลายเสมหะ (Mucolytics)

ยาละลายเสมหะ

           ยาละลายเสมหะที่นิยมใช้ ได้แก่ อะเซทิลซิสเทอีน (Acetylcysteine), คาร์บอกซีเมทิลซิสเทอีน (Carboxymethylcysteine) , คาร์โบซีสเทอีน (Carbocysteine), บรอมเฮกซีน (Bromhexine), แอมบรอกซอล (Ambroxol) เป็นต้น มีทั้งแบบเม็ด ยาละลายเสมหะเม็ดฟู่ ยาละลายเสมหะแบบชงกับน้ำ เป็นต้น

           ยาในกลุ่มนี้จะช่วยลดความเหนียวข้นของเสมหะ โดยไปทำลายโครงสร้างของเสมหะให้ลดความหนืดลง เพื่อให้ร่างกายกำจัดหรือขับเสมหะออกมาได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ได้เพิ่มปริมาณของเสมหะเหมือนยาในกลุ่มขับเสมหะ จึงเป็นยาที่เหมาะกับผู้ที่มีอาการไอแบบมีเสมหะ

          ตัวอย่างยี่ห้อยาแก้ไอละลายเสมหะ เช่น Bisolvon, Solmax, Nac long, Flemex, Mucolid, Mysoven, Amicof

ข้อควรระวัง :

  • ห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบ
  • ผลข้างเคียงพบได้น้อยมาก แต่ก็มีรายงานว่าเกิดอาการเลือดออกในกระเพาะอาหารของผู้ที่ใช้ยากลุ่มนี้ได้ ดังนั้นหากใช้ยาแล้วมีอุจจาระสีดำ ให้หยุดยาแล้วปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทันที

ไอมีเสมหะ กินยาระงับอาการไอได้ไหม ?

          หากใครมีอาการไอแบบมีเสมหะ ควรใช้ยาขับเสมหะ (Expectorants) หรือละลายเสมหะ (Mucolytics) เพื่อให้ร่างกายกำจัดเสมหะออกมา แต่ถ้าไปรับประทานยาประเภทกดอาการไอ (Antitussive) ยาจะออกฤทธิ์ทำให้อาการไอลดลง เสมหะจะยิ่งเหนียวข้น ถูกขับออกยากขึ้น และอาจมีอาการไอหนักขึ้นได้

        สรุปก็คือ คนที่มีอาการไอแห้ง ๆ แพทย์จะจ่ายยาที่ออกฤทธิ์ลดอาการไอให้ แต่หากไอมีเสมหะ จะต้องใช้ยาแก้ไอที่มีฤทธิ์ขับเสมหะหรือละลายเสมหะ ขึ้นอยู่กับอาการ

ยาแก้ไอ อันตรายไหม ?

          เรื่องนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ข้อมูลว่า การรับประทานยาแก้ไอประเภทเดกซ์โทรเมทอร์แฟน (Dextromethorphan) ในขนาดยาปกติ คือ 15-30 มิลลิกรัม ทุก 6-8 ชั่วโมง และไม่เกินวันละ 120 มิลลิกรัม ถือว่าไม่เป็นพิษ มีความปลอดภัยสูง แต่ในกรณีนำยาแก้ไอไปใช้ในทางที่ผิด โดยใช้ยาขนาดสูง เพื่อให้มีอาการเคลิ้มสุข หรือลดความเจ็บปวด อาจได้รับอันตรายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ 
           อย่างไรก็ตาม อาการไอเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งอาการไอที่เกิดจากเชื้อไวรัส โรคโควิด 19 ไข้หวัด ภูมิแพ้ หรือเป็นอาการข้างเคียงจากยาที่กิน เช่น ยาลดความดันโลหิตบางตัว หรืออาจมีอาการไอจากพฤติกรรมสูบบุหรี่ก็ได้ ดังนั้นเพื่อการใช้ยาแก้ไออย่างถูกต้องเหมาะสม ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้งนะคะ

บทความที่เกี่ยวข้องกับอาการไอ คันคอ ไอแบบมีเสมหะ

ขอบคุณข้อมูลจาก : คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (1), (2), โรงพยาบาลลานนา, หมอชาวบ้าน
 

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ยาแก้ไอ ยาละลายเสมหะ ยาขับเสมหะ ไอแบบไหนควรใช้ยาอะไรบรรเทาอาการ อัปเดตล่าสุด 18 เมษายน 2567 เวลา 16:17:38 341,357 อ่าน
TOP