ครีมทาแผล ยาทาแผลสด ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ตัวช่วยดูแลแผลให้แห้งไว มีติดบ้านไว้ไม่เสียหาย !

          ครีมทาแผล ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 แนะนำไอเทมช่วยดูแลแผลสดและแผลถลอกจากอุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ผิวสมานตัวได้ดี ลดโอกาสเกิดรอยแผลเป็น
ครีมทาแผลสด

          เพราะบาดแผลเล็ก ๆ อย่างแผลถลอก ของมีคมบาด หรือรอยข่วน หากดูแลไม่ถูกวิธีอาจทิ้งรอยกวนใจไว้ได้ ดังนั้นจึงควรมี ครีมทาแผล หรือ ยาทาแผลสด ติดบ้านไว้ เพื่อช่วยปฐมพยาบาล เบื้องต้น แต่สำหรับใครที่ลังเลว่าควรเลือกซื้อ ครีมทาแผล ยี่ห้อไหนดี หรือต้องใช้ยาทาแผลแบบไหน เรามีรีวิวตัวเลือกที่น่าสนใจมาฝากกัน

แผลสด มีอะไรบ้าง

แผลสดใช้ยาอะไร

          เราสามารถจำแนกแผลสดที่พบบ่อยในชีวิตประจำวันออกเป็นกลุ่มหลัก ๆ ได้คือ
  • แผลถลอก : เกิดจากการครูดหรือเสียดสีกับพื้นผิวขรุขระ เช่น หกล้มเข่าถลอก แผลประเภทนี้มักไม่ลึก แต่จะมีเลือดซึมและแสบมาก เพราะเส้นประสาทที่ผิวชั้นนอกถูกเปิดออก

  • แผลถูกของมีคมบาด : เกิดจากวัตถุมีคม เช่น มีดบาด กระดาษบาด หรือเศษแก้วบาด แผลมักมีขอบเรียบ ความลึกขึ้นอยู่กับแรงกด หากแผลไม่ลึกมากสามารถดูแลเองได้ด้วยครีมทาแผลสด แต่ถ้าแผลลึกมากอาจต้องเย็บแผล

  • แผลฉีกขาด : คล้ายแผลบาด แต่ขอบแผลจะรุ่งริ่งหรือไม่เรียบ มักเกิดจากอุบัติเหตุที่มีแรงกระแทกหรือของมีคมที่ไม่เรียบ เช่น ตะปูเกี่ยว หรืออุบัติเหตุจากเครื่องจักร

  • แผลถูกทิ่มตำ : เกิดจากของแหลมเล็กทิ่มลงไป เช่น ตะปูตำ เข็มทิ่ม หนามเกี่ยว แผลประเภทนี้ภายนอกดูเล็ก แต่อาจลึกและเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียใต้ผิวหนังได้ง่าย

  • แผลพองจากความร้อน : เช่น แผลจากน้ำร้อนลวก ถูกไอน้ำ หรือน้ำมันร้อน ๆ แต่ผิวหนังยังไม่หลุดลอกจนเป็นแผลลึก มักมีอาการแดงและแสบร้อน หากเป็นรุนแรงอาจมีตุ่มน้ำพองร่วมด้วย 

  • แผลจากรอยสัตว์ข่วนหรือกัด : เช่น แมวข่วน หรือสุนัขกัด มักเป็นแผลตื้น ๆ แต่มีความเสี่ยงเรื่องเชื้อโรคจากน้ำลายสัตว์ จึงต้องทำความสะอาดอย่างเคร่งครัด และควรพบแพทย์ เพื่อฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักหรือพิษสุนัขบ้า

  • แผลแมลงกัดต่อย : เช่น มดกัด ยุงกัด ส่วนใหญ่จะมีอาการบวม แดง คัน แต่หายเองได้ภายในไม่กี่วันหากไม่มีอาการแพ้

วิธีรักษาแผลสดให้หายไว

วิธีรักษาแผลสด

          การดูแลแผลสดอย่างถูกวิธีเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้แผลหายเร็วและลดโอกาสติดเชื้อ ซึ่งทำได้ดังนี้

  1. ก่อนสัมผัสแผลทุกครั้ง ต้องล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาดเพื่อป้องกันเชื้อโรคจากมือเข้าสู่แผล

  2. หากมีเลือดออกต้องห้ามเลือดก่อน โดยใช้ผ้าสะอาดหรือผ้าก๊อซกดลงบนแผล ประมาณ 5-10 นาทีจนกว่าเลือดจะหยุดไหล

  3. ใช้น้ำสะอาดหรือน้ำเกลือ (Normal Saline) ล้างสิ่งสกปรกออกจากแผล

  4. หากต้องการใช้แอลกอฮอล์ ให้เช็ดเฉพาะผิวหนังรอบ ๆ แผลเท่านั้น ห้ามราดบนแผลโดยตรง เพราะแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ทำลายเนื้อเยื่อ จะยิ่งทำให้แผลแสบและหายช้าลง  

  5. ใส่ยาและทาครีมบำรุง เช่น ยาฆ่าเชื้อ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ หรือใช้ครีมทาแผลสด เพื่อรักษาความชุ่มชื้น ซึ่งจะช่วยให้เซลล์ผิวหนังขยับตัวมาสมานแผลได้ง่ายขึ้น

  6. หากแผลอยู่ในจุดที่โดนฝุ่นหรือเสียดสีกับเสื้อผ้าได้ง่าย ให้ปิดแผลด้วยพลาสเตอร์หรือผ้าก๊อซที่ระบายอากาศได้ดี เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกและลดการระคายเคือง และหมั่นเปลี่ยนผ้าปิดแผลทุกวัน หรือเปลี่ยนทันทีเมื่อผ้าปิดแผลชื้น

  7. พยายามไม่ให้แผลโดนน้ำ ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรีย อีกทั้งอาจทำให้แผลแฉะจนเนื้อเยื่อเปื่อยได้

  8. อย่าปล่อยให้แผลแห้งตึงจนเป็นสะเก็ดหนา และอย่าแกะ เกาแผลเด็ดขาด เพราะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดรอยแผลเป็น

  9. สังเกตอาการติดเชื้อ หากแผลบวม แดง ร้อน ปวดมากขึ้น หรือมีหนอง ควรรีบไปพบแพทย์

ยาทาแผลสด vs ยาทาแผลเป็น 
ต่างกันอย่างไร

ครีมทาแผลเป็น

          ก่อนเลือกซื้อยา สิ่งสำคัญคือต้องแยกแยะระหว่างยาทาแผลสด และยาทาแผลเป็น ให้ชัดเจน เพราะการใช้ยาผิดจังหวะอาจส่งผลให้แผลหายช้าลงหรือเกิดการระคายเคืองได้  

  • ยาทาแผลสด (สำหรับแผลเปิด/แผลใหม่) : ใช้ทันทีที่เกิดบาดแผลเพื่อทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค ช่วยลดโอกาสการอักเสบและช่วยให้เนื้อเยื่อสมานตัวได้ดีขึ้น ตัวยามักมีส่วนผสมของสารฆ่าเชื้อ หรือสารสกัดที่ช่วยรักษาความชุ่มชื้นเพื่อให้ผิวฟื้นฟูตามธรรมชาติได้ดียิ่งขึ้น

  • ยาทาแผลเป็น (สำหรับแผลที่ปิดสนิทแล้ว) : เริ่มใช้ได้เมื่อแผลแห้งสนิท ไม่มีเลือด ไม่มีน้ำเหลือง หรือสะเก็ดหลุดออกหมดแล้วเท่านั้น เพื่อช่วยปรับสภาพผิวให้นุ่มนวล ลดความหมองคล้ำ และช่วยให้รอยแผลดูจางลง มักมีส่วนประกอบของซิลิโคนเจล วิตามินอี หรือสารสกัดจากธรรมชาติ ข้อควรระวังคือห้ามทาลงบนแผลสดโดยตรง เพราะอาจทำให้แผลแฉะ ระคายเคือง และเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้

          ดังนั้น เมื่อเกิดบาดแผล ให้เริ่มต้นด้วยการใช้ครีมทาแผลสด เพื่อดูแลแผลให้สมานตัวจนแห้งสนิทเสียก่อน หลังจากนั้นจึงค่อยเริ่มใช้ครีมทาแผลเป็น เพื่อฟื้นฟูผิวและลดเลือนรอยแผลเป็นในขั้นตอนต่อไป 

วิธีเลือกซื้อครีมทาแผลสด

ครีมทาแผลแบบไหนดี

          การเลือกครีมทาแผลไม่ใช่แค่ยี่ห้อไหนก็ได้ แต่ควรดูที่ลักษณะของแผลและส่วนประกอบสำคัญเป็นหลัก ตามนี้

  • เลือกตามประเภทของตัวยา (ส่วนประกอบสำคัญ)

    • แผลสกปรกหรือกังวลเรื่องการติดเชื้อ เช่น หกล้มไถลกับพื้นดิน ทราย ถูกของมีคมที่ขึ้นสนิม แผลในบริเวณที่ต้องสัมผัสสิ่งสกปรกตลอดเวลา : ควรเลือกกลุ่มที่มียาฆ่าเชื้อ (Antiseptics) หรือยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) เพื่อช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อ เช่น

      • โพรวิโดน-ไอโอดีน (Povidone-Iodine) มีสีน้ำตาล หมาะกับแผลสดทั่วไป เช่น แผลเปิด แผลถลอก มีดบาด แผลมีเลือดซึม หรือแผลผ่าตัด แต่ไม่ควรใช้กับแผลที่ลึกหรือกว้างมาก และห้ามใช้ในคนที่แพ้ไอโอดีน

      • คลอร์เฮกซิดีน (Chlorhexidine) ใช้กับแผลสดทั่วไปที่ต้องการความสะอาดสูง นิยมใช้เช็ดรอบแผลเพื่อฆ่าเชื้อ  

      • กรดไฮโปคลอรัส (Hypochlorous acid) ช่วยฆ่าเชื้อได้กว้างและรวดเร็ว และมีค่า pH ใกล้เคียงกับผิวหนังมนุษย์ จึงอ่อนโยน ไม่แสบ ไม่ทำลายเนื้อเยื่อที่ดี ใช้ได้กับแผลสด แผลถลอก แผลพุพอง แผลเรื้อรัง แผลกดทับ แผลผ่าตัด รวมทั้งแผลในบริเวณบอบบาง

      • มิวไพโรซีน (Mupirocin) เป็นยาปฏิชีวนะที่เหมาะกับแผลติดเชื้อแบคทีเรีย หรือแผลที่หายช้า ช่วยลดการเกิดหนองและทำให้แผลสะอาดจากภายใน

    • เน้นเรื่องแผลสมาน-ฟื้นฟูผิว : ควรเลือกสูตรที่มีสารช่วยกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ เช่น โปรวิตามิน บี 5 (Dexpanthenol), สารสกัดใบบัวบก, ไกลโคโปรตีน หรือเซราไมด์ สารกลุ่มนี้จะช่วยเร่งให้ผิวสร้างเซลล์ใหม่มาปิดแผล ทำให้แผลเรียบขึ้น ลดโอกาสเกิดรอยแผลเป็น

    • เน้นเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว : กรณีแผลแห้งตึง แสบ ระคายเคืองมาก ควรเลือกสูตรที่มีส่วนผสมของไฮโดรเจล วิตามินอี กลีเซอรีน น้ำมันมิเนอรัล หรือว่านหางจระเข้ เพื่อป้องกันไม่ให้แผลแห้งจนปริแตก ซึ่งจะทำให้เจ็บและหายช้า

  • เลือกให้เหมาะกับเนื้อสัมผัส

    • แบบน้ำ : ลักษณะเป็นน้ำใสหรือสีน้ำตาล เช่น โพวิโดน-ไอโอดีน ใช้สำหรับชะล้างและฆ่าเชื้อในขั้นตอนแรก เพื่อทำความสะอาดแผลที่ปนเปื้อน อย่างแผลจากการหกล้ม มีดบาด แผลฉีกขาด แต่มักไม่ช่วยฟื้นฟูผิวหรือป้องกันรอยแผลเป็น

    • แบบขี้ผึ้ง : เนื้อเข้มข้น เคลือบแผลได้นาน เหมาะกับแผลที่ค่อนข้างแห้ง แผลไม่ลึกมาก แผลบริเวณกว้าง หรือแผลที่ต้องปิดพลาสเตอร์ทับ เพื่อป้องกันผ้าก๊อซติดแผล

    • แบบครีม : เนื้อซึมซาบไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ เหมาะกับแผลถลอกทั่วไป หรือแผลที่เริ่มตกสะเก็ดหรือใกล้แห้งแล้ว แต่ไม่เหมาะกับแผลขนาดใหญ่เพราะเกลี่ยยากกว่าแบบน้ำ

    • แบบเจล : เนื้อบางใส เย็นสบายผิว ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้แผล เหมาะกับแผลสดที่เริ่มแห้ง หรือแผลพองน้ำร้อนลวก เพราะจะช่วยลดอุณหภูมิผิวและป้องกันไม่ให้สะเก็ดแผลแข็งเกินไปจนรั้งผิว

    • แบบฟิล์มใสเคลือบแผล : เป็นของเหลวใส เมื่อแห้งแล้วจะกลายเป็นแผ่นฟิล์มบาง ๆ เคลือบผิวไว้ ฟิล์มจะยืดหยุ่นไปกับผิวหนัง ช่วยป้องกันสิ่งสกปรกเข้าแผลได้ดี กันน้ำได้ จึงเหมาะสำหรับแผลถูกบาดเล็กน้อย แผลที่ข้อนิ้ว แผลรองเท้ากัด หรือจุดที่ปิดพลาสเตอร์ยาก อย่างไรก็ตาม อาจจะรู้สึกแสบเล็กน้อยตอนทาครั้งแรก

    • แบบสเปรย์ : แห้งไว ใช้งานง่าย เพราะไม่ต้องใช้นิ้วสัมผัสแผลโดยตรง จึงช่วยลดการปนเปื้อนเชื้อโรค เหมาะกับแผลตื้น ๆ หรือแผลที่อยู่บริเวณกว้าง

  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่ทาแล้วไม่รู้สึกแสบ และไม่เหนียวเหนอะหนะ 

  • เลือกสูตรที่ไม่มีน้ำหอม ไม่มีสเตียรอยด์ ไม่มีพาราเบน หรือไม่มีแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันอาการแสบ ระคายเคือง หรือผื่นแพ้ ซึ่งจะทำให้แผลอักเสบหนักกว่าเดิม

  • ตรวจสอบเลขที่จดแจ้ง/เลขทะเบียนตำรับยา และวันหมดอายุบนบรรจุภัณฑ์เสมอ เพราะยาที่หมดอายุแล้วนอกจากจะรักษาไม่ได้ผล ยังอาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค

  • เลือกขนาดให้เหมาะกับการใช้งาน ถ้าเน้นพกพาควรเลือกขนาดเล็ก หากใช้ที่บ้านสามารถเลือกขนาดใหญ่ ซึ่งประหยัดและใช้ได้นานกว่า

  • อ่านคำเตือนและข้อบ่งใช้บนฉลากผลิตภัณฑ์ทุกครั้งก่อนซื้อยา 

  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคเบาหวาน หรือมีแผลเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อนใช้

  • ควรซื้อจากร้านขายยาที่มีเภสัชกรให้คำแนะนำ

          เมื่อเข้าใจความแตกต่างของตัวยาแต่ละชนิดแล้ว ก็ถึงเวลาเลือกไอเทมดูแลแผลมาติดบ้านกัน โดยเรารวบรวมทั้งแบบน้ำ, ครีม, เจล, ขี้ผึ้ง หรือนวัตกรรมใหม่อย่างแบบฟิล์มและสเปรย์มาให้พิจารณากันแล้ว

ครีมทาแผล ยาทาแผลสด
ยี่ห้อไหนดี

1. ยาทาแผล เพียวริดีน (Puridine)

ยาทาแผล เพียวริดีน Puridine

ภาพจาก : siribuncha.com

          เพียวริดีน ศิริบัญชา ยาใส่แผลขวดสีเหลือง เป็นยาสามัญประจำบ้านที่หลายคนคุ้นเคย มีตัวยาสำคัญคือ โพวิโดน-ไอโอดีน 10% ใช้สำหรับทาแผลสด เช่น แผลถลอก แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก รวมถึงแผลทั่วไปต่าง ๆ ช่วยฆ่าเชื้อโรคบนผิวหนัง สามารถใช้ทาแผลก่อนและหลังการผ่าตัดได้ โดยไม่ก่อให้เกิดอาการแสบแผล เด็กก็สามารถใช้ได้

  • วิธีใช้ : ใช้สำลีสะอาดชุบยาแล้วทาที่แผล

  • ราคาปกติ : ขนาด 15 มิลลิลิตร 20 บาท / ขนาด 30 มิลลิลิตร 30 บาท

2. ครีมทาแผล โลบีเนต อินวิโกเรต สกิน (Lobenate Invigorate Skin)

ครีมทาแผล Lobenate Invigorate Skin

ภาพจาก : Fascino Official Shop

          Lobenate Invigorate Skin ครีมทาแผลในรูปแบบขี้ผึ้ง ที่หลายคนคุ้นเคยกันในชื่อเดิมว่า Fullext Ointment มีส่วนผสมของสารที่ช่วยดูแลแผลและผิวหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นคลอร์เฮกซิดีนไดกลูโคเนต ที่ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย, ไกลโคโปรตีน ช่วยเสริมการสมานแผล, สารสกัดว่านหางจระเข้ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว และสารสกัดใบบัวบก ที่ช่วยให้แผลฟื้นตัวได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมี ไบโอฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยเสริมการฟื้นฟูผิว สูตรนี้จึงช่วยได้ทั้งฆ่าเชื้อและสมานแผล พร้อมลดโอกาสเกิดรอยแผลเป็น เหมาะสำหรับใช้กับแผลสด แผลกดทับ แผลเบาหวาน หรือแผลเรื้อรัง

  • วิธีใช้ : ล้างแผลแล้วทาครีมในบริเวณที่ต้องการ

  • ราคาปกติ : ขนาด 20 กรัม 195 บาท

3. ครีมทาแผล บีแพนเธน เฟิร์สเอด ครีม (Bepanthen First Aid Cream)

ครีมทาแผล Bepanthen บีแพนเธน

ภาพจาก : bepanthen.co.th

          ครีมทาแผล บีแพนเธน เฟิร์สเอด มีตัวยาแอนตี้เซปติก ช่วยดูแลแผลอย่างอ่อนโยน ด้วยส่วนผสมของคลอเฮกซิดีนไดไฮโดรคลอไรด์ 0.5% ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียบริเวณบาดแผล พร้อมด้วยโปรวิตามินบี 5 (เด็กซ์แพนธีนอล 5%) ที่ซึมเข้าสู่ผิว ช่วยกระตุ้นการสมานแผลตามธรรมชาติ ใช้ทาแผลทั่วไป เช่น แผลจากของมีคมบาด แผลถลอก แผลไฟไหม้ หรือน้ำร้อนลวก เนื้อครีมไม่มัน ไม่เหนียวเหนอะหนะ แต่ไม่แนะนำให้ใช้กับผิวหนังที่อักเสบจากการระคายเคืองซึ่งไม่มีการติดเชื้อ เช่น อาการแพ้แดดนะคะ 

  • วิธีใช้ : ล้างแผลให้สะอาด แล้วทาครีมบริเวณที่มีอาการวันละครั้งหรือหลายครั้ง จนกระทั่งแผลหาย  

  • ราคาประมาณ : ขนาด 30 กรัม 180 บาท

4. ฟิล์มเคลือบปิดแผล Smooth E New Skin Liquid Plaster

ครีมทาแผล Smooth E New Skin Liquid Plaster

ภาพจาก : smooth-e.com

          Smooth E New Skin Liquid Plaster พลาสเตอร์เจลแบบเหลว ใช้ง่าย แค่ทาลงบนแผล เจลจะกลายเป็นฟิล์มบาง ๆ เคลือบแผลไว้ ช่วยกันน้ำ ลดการเสียดสี และป้องกันฝุ่นหรือสิ่งสกปรกไม่ให้เข้าแผล โดยไม่ต้องทายาใส่แผลเพิ่ม จึงช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น ใช้แทนพลาสเตอร์ยาได้สบาย ๆ เหมาะกับแผลบาด แผลถลอก แผลเปิด แผลจากการแกะเกา เล็บฉีก หรือหนังลอก ตัวฟิล์มยืดหยุ่น ติดแน่น ไม่หลุดง่าย ไม่ต้องแกะออก เพราะฟิล์มจะค่อย ๆ หลุดเองภายในประมาณ 5-7 วัน

  • วิธีใช้ : ทำความสะอาดเเผลเเละทิ้งไว้ให้เเผลเเห้ง เเล้วจึงป้าย Smooth E New Skin Liquid Plaster ทิ้งไว้ 1-3 นาทีจะเกิดเป็นฟิล์มบาง ๆ เคลือบเเผลไว้    

  • ราคาปกติ : ขนาด 4 มิลลิลิตร 120 บาท

5. ยาทาแผล เบตาดีน ออยเมนท์ (Betadine Ointment)

ยาทาแผล เบตาดีน Betadine Ointment

ภาพจาก : betadine.global

          ใครที่ชอบยาทาแผลเนื้อขี้ผึ้ง ลองดู เบตาดีน ออยเมนท์ ขี้ผึ้งใส่แผลที่มีตัวยาโพวิโดน-ไอโอดีน 10% ช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา ลดความเสี่ยงแผลลุกลามตั้งแต่ระยะแรก เนื้อขี้ผึ้งจะช่วยคงความชุ่มชื้นให้แผล ด้วยชั้นฟิล์มเคลือบผิว ไม่ทำให้แผลแห้งตึง พร้อมดูแลผิวบริเวณแผลให้ฟื้นตัวได้อย่างเหมาะสม สามารถใช้กับแผลติดเชื้อ แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก และแผลพุพอง ที่สำคัญก็คือ ปราศจากแอลกอฮอล์ ไม่แสบขณะใช้ ล้างออกง่าย และไม่ทิ้งคราบเปื้อนเสื้อผ้าด้วยนะ

  • วิธีใช้ :  ทำความสะอาดแผลด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำยาทำความสะอาดแผล จากนั้นทาเบตาดีน ออยเมนท์ บริเวณแผล หรือใช้ผ้าก๊อซชุบยาปิดบนบาดแผล วันละ 2 ครั้ง

  • ราคาประมาณ : ขนาด 50 กรัม 200 บาท

6. ดอกเตอร์พงศ์ 3 เอส ฟิล์ม ฟอร์มมิ่ง สการ์ เจล (Dr.PONG 3S film forming scar gel)

ครีมทาแผล Dr.PONG 3S film forming scar gel

ภาพจาก : Dr. Pong shop

          Dr.PONG 3S film forming scar gel เจลซิลิโคนทางการแพทย์จากซิลิโคน 3 ชนิด ที่ช่วยสร้างฟิล์มบาง ๆ เคลือบผิว เพื่อปกป้องแผลใหม่จากสิ่งสกปรกและแบคทีเรีย ไม่ให้มารบกวนการสมานแผล จึงช่วยให้รอยแผลดูเรียบเนียนขึ้น และลดโอกาสเกิดรอยแผลเป็น ข้อดีก็คือ เนื้อเจลบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ ปราศจากแอลกอฮอล์ พาราเบน และน้ำหอม จึงสามารถใช้ได้แม้บริเวณใบหน้า

  • วิธีใช้ : ล้างแผล แล้วทาเจลลงบนรอยแผลบาง ๆ เป็นประจำทุกวัน เช้า-เย็น อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 14-30 วัน ผลลัพธ์ขึ้นกับแต่ละบุคคล 

  • ราคาปกติ : ขนาด 10 กรัม 199 บาท

7. ครีมทาแผล แบคเท็กซ์ (Bactex)

ครีมทาแผล bactex

ภาพจาก : Bactex Thailand

          Bactex ขี้ผึ้งรักษาแผลหลอดสีส้ม มีตัวยามิวไพโรซิน ช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง ทำให้แผลสมานได้ไวขึ้น เพื่อลดโอกาสเกิดแผลเป็น เหมาะสำหรับแผลสด แผลมีดบาด แผลถลอก แผลอักเสบ แผลติดเชื้อ แผลมีหนอง แผลน้ำร้อนลวก และยังมีตัวยาที่ช่วยให้ความชุ่มชื้นกับผิวหนัง ลดการเกิดแผลแตกแห้งเป็นสะเก็ด ใช้แล้วไม่แสบ ทาได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เลย

  • วิธีใช้ : ล้างแผลให้สะอาดแล้วทาขี้ผึ้งลงบนแผล

  • ราคาประมาณ : ขนาด 5 กรัม 70-80 บาท / ขนาด 15 กรัม 180-200 บาท 

8. เดอร์โมดาซิน วูนด์ แคร์ สเปรย์ (Dermodacyn Wound Care Spray)

ครีมทาแผล Dermodacyn Wound Care Spray

ภาพจาก : vetsynova.com

          Dermodacyn Wound Care Spray ขวดนี้เป็นยาใส่แผลในรูปแบบสเปรย์ ที่มีส่วนประกอบของกรดไฮโปคลอรัส ช่วยฆ่าเชื้อโรค พร้อมเพิ่มความชุ่มชื้นให้เนื้อเยื่อที่ตาย และส่งเสริมการสมานแผลให้หายเร็วขึ้น สามารถใช้ได้กับแผลหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นแผลสด แผลเรื้อรัง แผลเบาหวาน แผลมีดบาด แผลไฟไหม้ แผลถลอก แผลติดเชื้อ แผลกดทับ หรือแผลผ่าตัด อีกทั้งยังปราศจากสเตียรอยด์ ยาปฏิชีวนะ และแอลกอฮอล์ มีค่า pH เป็นกลาง จึงอ่อนโยน ไม่ระคายเคืองต่อผิวหนังและดวงตา

  • วิธีใช้ : เขย่าขวดก่อนใช้งาน กรณีแผลสดให้ฉีดพ่น 3-4 ครั้งต่อวัน หากเป็นแผลเรื้อรัง ควรฉีดพ่นหรือแช่น้ำยา นาน 10-15 นาที วันละ 1 ครั้ง

  • ราคาปกติ : ขนาด 60 มิลลิลิตร 495 บาท

ข้อควรระวังในการใช้ยาทาแผลสด

ยาใส่แผล

          เพื่อให้แผลหายดีและลดความเสี่ยงการติดเชื้อ ควรคำนึงถึงข้อควรระวังต่อไปนี้ 

  • ครีมหรือยาใส่แผลใช้สำหรับผิวหนังภายนอกเท่านั้น ห้ามรับประทาน

  • ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือก่อนทุกครั้ง เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกและลดการติดเชื้อ ก่อนทายารักษาแผลทุกครั้ง

  • ทายาเพียงบาง ๆ ให้ทั่วบริเวณแผล ไม่จำเป็นต้องทาหนาหรือบ่อยเกินไป เพื่อป้องกันการระคายเคือง

  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาทาแผลลึก แผลรุนแรง แผลขนาดใหญ่ แผลที่มีการสัมผัสเชื้อมาก หรือแผลที่มีเลือดออกมาก ซึ่งแผลเหล่านี้ต้องการการดูแลรักษาโดยแพทย์

  • ไม่ควรใช้ยาติดต่อกันเป็นนานเกินไป หากแผลไม่ดีขึ้นภายใน 3-5 วัน หรือมีอาการแย่ลง ควรหยุดใช้และปรึกษาแพทย์

  • เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนซื้อยามาใช้เอง

  • หากกำลังรับประทานยาหรือใช้ยาทาประเภทอื่นอยู่ ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อป้องกันปฏิกิริยาระหว่างยา

  • ห้ามใช้ในผู้ที่แพ้ยาหรือส่วนประกอบตัวใดตัวหนึ่งของยา จึงควรตรวจสอบส่วนประกอบบนฉลากก่อนใช้

  • หากมีอาการคัน ผื่นแดง หรือบวมผิดปกติ ให้หยุดใช้ยาและล้างออกทันที

  • หากแผลมีหนอง บวมแดง ปวดตุบ ๆ หรือมีไข้ร่วมด้วย เป็นสัญญาณของการติดเชื้อ ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน

          เพราะอุบัติเหตุเป็นเรื่องที่คาดเดาไม่ได้ การมีครีมทาแผลสดที่มีคุณภาพติดกล่องยาไว้ จึงเป็นหัวใจสำคัญของการปฐมพยาบาลในยามฉุกเฉิน สิ่งสำคัญคือการเลือกใช้ยาให้เหมาะสมกับประเภทของบาดแผล ควบคู่ไปกับการรักษาความสะอาดอย่างถูกวิธี เพื่อช่วยให้กระบวนการฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้แผลสมานตัวได้ดี และลดโอกาสการทิ้งรอยกวนใจในอนาคต

บทความที่เกี่ยวข้องกับบาดแผล

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ครีมทาแผล ยาทาแผลสด ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ตัวช่วยดูแลแผลให้แห้งไว มีติดบ้านไว้ไม่เสียหาย ! โพสต์เมื่อ 20 มกราคม 2569 เวลา 15:40:21 1,689 อ่าน
TOP
x close