ปัญหาสายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง ทำให้หลายคนใช้ชีวิตไม่สะดวก แม้จะใส่แว่นหรือคอนแทคเลนส์ก็ยังมีข้อจำกัดในการทำกิจกรรมบางอย่างที่ไม่สามารถใส่ได้ตลอดเวลา ดังนั้น การแก้ไขค่าสายตาด้วยเลสิกจึงเป็นทางเลือกที่คนยุคนี้ให้ความสนใจมากขึ้นค่ะ เพราะช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุด ทำให้การมองเห็นกลับมาคมชัดและใช้ชีวิตได้คล่องตัวกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเทคโนโลยีเลสิกมีหลายวิธี แต่ละแบบก็มีข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน แล้วเราควรเลือกแบบไหน หรือทำเลสิกที่ไหนดี ราคาโดยประมาณเท่าไหร่ มาดูข้อมูลประกอบการตัดสินใจกันก่อนเลย
เลสิก คืออะไร
เลสิก มีกี่แบบ
1. PRK (Photorefractive Keratectomy)
เป็นเทคโนโลยีรักษาสายตาผิดปกติแบบดั้งเดิมที่ยังได้รับความนิยม โดยแพทย์จะใช้สารละลายลอกผิวกระจกตาชั้นบนสุดออก แล้วใช้เลเซอร์ยิงปรับความโค้งกระจกตาโดยตรง ไม่มีการแยกชั้นเปิดฝากระจกตา
เหมาะกับใคร
-
คนที่มีกระจกตาบางหรือผิดรูป ซึ่งไม่สามารถใช้การรักษาแบบแยกชั้นกระจกตาได้
-
คนที่มีสายตาสั้นและเอียงไม่มาก
-
คนที่มีอาการตาแห้งเรื้อรัง
-
คนที่ทำกิจกรรมหรือมีอาชีพที่มีความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ เช่น นักมวย นักกีฬาผาดโผน ตำรวจ ทหาร ที่เสี่ยงต่อการที่ฝากระจกตาจะเคลื่อนหรือหลุดได้หากทำแบบ LASIK
ข้อดี
-
สามารถรักษาได้ทั้งสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียง
-
เป็นทางเลือกการรักษาสำหรับคนที่มีกระจกตาบาง
-
ไม่ต้องฉีดยาชา ไม่ต้องเย็บแผล
-
ไม่มีความเสี่ยงเรื่องฝากระจกตาเคลื่อนในอนาคต
-
เกิดปัญหาตาแห้งน้อยกว่าวิธีเลสิกแบบมาตรฐาน
-
ราคาย่อมเยาที่สุดในบรรดาการทำเลเซอร์สายตา
ข้อจำกัด
-
ใช้เวลาฟื้นตัวช้ากว่าเลสิกแบบอื่น (ประมาณ 1-4 สัปดาห์ กว่าจะคมชัดเต็มที่)
-
มักมีอาการระคายเคือง แสบตา น้ำตาไหล และเจ็บตาในช่วง 3-5 วันแรก
-
มีความเสี่ยงติดเชื้อในช่วงที่กระจกตายังเป็นแผล
-
มีโอกาสเกิดฝ้าขาวที่กระจกตาหากถูกแสงแดด
ราคาโดยประมาณ : 30,000-60,000 บาท (สำหรับ 2 ตา)
2. Trans-PRK (Transepithelial PRK)
เป็นเทคนิคที่พัฒนามาจาก PRK โดยใช้เลเซอร์ลอกผิวกระจกตาและปรับค่าสายตาในขั้นตอนเดียว แบบ No-Touch โดยไม่มีอุปกรณ์ใด ๆ สัมผัสลูกตาเหมือนกับ PRK
เหมาะกับใคร
-
คนที่กังวลเรื่องเครื่องมือแพทย์สัมผัสดวงตา
-
คนที่มีค่าสายตาสั้นหรือเอียงไม่สูงมากนัก
-
คนที่มีกระจกตาบาง ไม่เอื้อต่อการแยกชั้นกระจกตา
-
คนที่มีปัญหาตาแห้งมาก
-
คนที่ต้องการความปลอดภัยแบบ PRK แต่ต้องการความสบายตาที่มากกว่า
ข้อดี
-
แผลเรียบเนียนและมีขนาดเล็กกว่า PRK แบบดั้งเดิม ทำให้แผลสมานตัวไวขึ้น
-
เจ็บและระคายเคืองน้อยกว่าแบบ PRK
-
มีความแม่นยำสูง เนื่องจากควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์และเลเซอร์ทั้งหมด
ข้อจำกัด
-
ยังคงใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าวิธีรักษาด้วยเทคนิคใหม่ ๆ เช่น Femto-LASIK, ReLEx SMILE
-
มีโอกาสเกิดอาการตาแห้งชั่วคราวได้ในช่วงแรก
-
มีโอกาสเกิดฝ้าขาวที่กระจกตาได้หากไม่หลบเลี่ยงแสงแดด
-
ราคาสูงกว่า PRK แบบดั้งเดิม
ราคาโดยประมาณ : 45,000-65,000 บาท (สำหรับ 2 ตา)
3. Standard LASIK (Blade Lasik)
เป็นเลสิกแบบมาตรฐานที่ใช้ใบมีดขนาดเล็ก (microkeratome) เปิดชั้นกระจกตา เพื่อทำฝา แล้วยิงเลเซอร์ปรับค่าสายตาด้านในก่อนปิดฝากลับ
เหมาะกับใคร
-
คนที่มีกระจกตาหนาเพียงพอ
-
ค่าสายตาสั้นหรือเอียงไม่สูงมาก (ทั่วไปไม่เกินประมาณ 600 ขึ้นกับดุลยพินิจแพทย์)
-
คนที่ไม่เป็นโรคตา หรือโรคที่เกี่ยวข้องกับกระจกตา เช่น ตาแห้งรุนแรง
ข้อดี
-
ไม่ต้องฉีดยาชา ไม่ต้องเย็บแผล
-
ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 15-20 นาที
-
พักฟื้นไม่นาน แผลสมานตัวเร็ว เพราะระคายเคืองน้อยกว่าการรักษาด้วยเทคนิค PRK และมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อยกว่า
-
มองเห็นภาพชัดค่อนข้างไว (ประมาณ 2-3 วัน)
-
ค่าใช้จ่ายย่อมเยากว่าเลสิกแบบไร้ใบมีด
ข้อจำกัด
-
มีโอกาสเกิดภาวะตาแห้งมากกว่าวิธีเลสิกแบบ PRK
-
ไม่เหมาะกับคนที่มีกระจกตาบาง กระจกตาโค้งหรือแบนมากกว่าปกติ หรือมีดวงตาเล็ก
-
มีความเสี่ยงเรื่องฝาปิดกระจกตาเคลื่อนหรือบาง หากถูกกระทบกระแทกอย่างรุนแรง
-
เนื้อเยื่อตามีความแข็งแรงลดลง
ราคาโดยประมาณ : 35,000-50,000 บาท (สำหรับ 2 ตา)
นอกจากนี้ปัจจุบันยังมีเทคนิคย่อย เช่น SBK LASIK (Thin Flap LASIK) ซึ่งเปิดฝากระจกตาบางกว่าปกติ เพื่อลดการรบกวนเนื้อกระจกตา
4. Femto-LASIK (Femtosecond LASIK)
เฟมโตเลสิก คือ การผ่าตัดเลสิกแบบไร้ใบมีด โดยจะใช้เลเซอร์ Femtosecond เปิดชั้นกระจกตาแทนใบมีด แล้วใช้เลเซอร์ยิงปรับความโค้งของกระจกตา
เหมาะกับใคร
- เป็นทางเลือกการรักษาในคนที่มีกระจกตาบาง กระจกตาโค้งหรือแบนมากกว่าปกติ รวมถึงคนที่มีดวงตาเล็ก
ข้อดี
-
มีความแม่นยำ ขอบกระจกตาเรียบเนียนมากกว่าเลสิกแบบใช้ใบมีด
-
ลดความเสี่ยงจากการใช้ใบมีด
-
ไม่ต้องฉีดยาชา ไม่ต้องผ่าตัด
-
ฝากระจกตาสมานตัวเร็ว มองเห็นชัดภายใน 24 ชั่วโมง
ข้อจำกัด
-
อาจมีความเสี่ยงเรื่องฝาปิดกระจกตาเคลื่อนหรือบาง หากถูกกระทบกระแทกอย่างรุนแรงหลังการรักษา
-
อาจเกิดรอยแผลบริเวณกระจกตา และมีอาการตาแห้งได้
-
ราคาสูงกว่าแบบเลสิกที่ใช้ใบมีด
ราคาโดยประมาณ : 45,000-100,000 บาท (สำหรับ 2 ตา)
5. ReLEx SMILE
เป็นเทคโนโลยีที่ใช้เลเซอร์สร้างชิ้นเนื้อกระจกตาเป็นรูปเลนส์ (lenticule) อยู่ภายใน แล้วดึงออกผ่านแผลเล็ก 2-4 มม. โดยไม่ต้องเปิดฝากระจกตา ใช้เวลารักษาสั้นแค่ประมาณ 30 วินาทีต่อข้าง
เหมาะกับใคร
-
คนที่มีปัญหาสายตาสั้นและสายตาเอียง
-
คนที่มีภาวะตาแห้งง่าย
-
คนที่ชอบออกกำลังกาย ทำกิจกรรมผาดโผน หรือมีอาชีพเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ เช่น นักกีฬา ตำรวจ ทหาร ซึ่งต้องการความแข็งแรงของกระจกตาหลังทำ
ข้อดี
-
แผลเล็กมาก ใช้เวลาฟื้นตัวไม่นาน
-
ไม่ค่อยรู้สึกปวดตาหรือระคายเคือง
-
ลดความเสี่ยงตาแห้งและปัญหาฝากระจกตาเคลื่อน
ข้อจำกัด
-
ใช้รักษาได้เฉพาะคนที่มีสายตาสั้นและเอียงเท่านั้น ยังไม่เหมาะกับสายตายาว
-
ราคาสูงกว่าเลสิกแบบอื่น
ราคาโดยประมาณ : 70,000-120,000 บาท (สำหรับ 2 ตา)
6. SMILE Pro
เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาต่อมาจาก ReLEx SMILE ด้วยการใช้เครื่องรุ่นใหม่ที่ยิงเลเซอร์ได้เร็วขึ้น (ประมาณ 8-10 วินาทีต่อข้าง) เพื่อสร้างชิ้นเนื้อเล็ก ๆ แล้วดึงออกผ่านแผลเล็ก 2-4 มม. ถือเป็นเทคนิคการรักษาที่รบกวนกระจกตาน้อยที่สุดในปัจจุบัน
เหมาะกับใคร
- คนที่มีปัญหาสายตาสั้นหรือสายตาเอียง
- คนที่มีปัญหาตาแห้ง
- คนที่ชอบออกกำลังกาย เล่นกีฬา หรือทำกิจกรรมที่ต้องปะทะ
- คนที่กังวลเรื่องการรักษาหรือผ่าตัดนาน ๆ
ข้อดี
- ระยะเวลาผ่าตัดสั้นกว่าวิธีอื่น ๆ แต่มีความแม่นยำสูง เพราะใช้เซ็นเซอร์ดิจิทัลช่วยกำหนดจุดกึ่งกลางในการยิงเลเซอร์
- แผลเล็กมาก ระยะเวลาพักฟื้นสั้น
- ลดระยะเวลาที่เลเซอร์สัมผัสตา
- ลดความเสี่ยงการกลอกตาขณะทำ
- ลดโอกาสเกิดภาวะตาแห้ง
ข้อจำกัด
- ไม่สามารถรักษาสายตายาวได้
- ไม่เหมาะกับคนที่มีกระจกตาบาง มีแผลบนกระจกตา หรือภาวะกระจกตาโป่ง
- ราคาสูงที่สุดในกลุ่มเลเซอร์สายตา
ราคาโดยประมาณ : 90,000-140,000 บาท (สำหรับ 2 ตา)
7. PresbyLASIK
เทคนิคสำหรับแก้สายตายาวตามอายุ (Presbyopia) โดยปรับกระจกตาให้มีหลายโฟกัส (Multifocal) หรือทำแบบ Monovision คือ ตาข้างหนึ่งมองไกล อีกข้างหนึ่งมองใกล้ เพื่อให้สามารถมองเห็นได้ชัดเจนทั้งระยะใกล้ (อ่านหนังสือ) และระยะไกล
เหมาะกับใคร
- คนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ที่เริ่มมีปัญหาสายตายาวตามอายุ ทำให้อ่านหนังสือไม่ชัด
- คนที่ไม่อยากพกแว่นสายตาหลายอัน หรือไม่อยากใส่แว่นอ่านหนังสือ
ข้อดี
- ฟื้นตัวเร็ว กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ภายใน 1-2 วัน
- เป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดสำหรับคนวัยทำงานที่ต้องใช้สายตาทุกระยะ ทั้งระยะใกล้ กลาง และไกล
- ช่วยให้ใช้ชีวิตประจำวันได้ ทั้งการขับรถและการเล่นโทรศัพท์ โดยแทบไม่ต้องพึ่งแว่นตา
ข้อจำกัด
- ต้องใช้เวลาปรับตัวในการรับภาพระยะใกล้และไกลพร้อมกัน (ประมาณ 1-3 เดือน)
- อาจเห็นแสงกระจาย (Glare/Halo) ได้มากกว่าปกติในตอนกลางคืน
- หากค่าสายตายาวมีแนวโน้มเพิ่มทุกปี อาจไม่สามารถแก้ปัญหาการมองเห็นระยะใกล้ได้ถาวร
- เมื่ออายุมากขึ้นและเริ่มเป็นต้อกระจก ผลการรักษาอาจเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติของดวงตา
ราคาโดยประมาณ : 80,000-150,000 บาท (ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้ร่วมด้วย เช่น Femto-Presby)
ทำเลสิกที่ไหนดี ปี 2569
1. โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์
ภาพจาก : โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์
ศูนย์รักษาภาวะสายตาผิดปกติด้วยเลเซอร์ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ให้บริการดูแลและแก้ไขปัญหาสายตาผิดปกติโดยทีมจักษุแพทย์เฉพาะทาง พร้อมเทคโนโลยีการรักษาที่หลากหลาย เช่น PRK, Femto LASIK และ ReLEx SMILE Pro โดยแพทย์จะตรวจประเมินสภาพดวงตาอย่างละเอียด และให้คำแนะนำการดูแลก่อน-หลังการรักษาอย่างครบถ้วน
นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ที่ปรึกษาส่วนตัวคอยอำนวยความสะดวก ให้ข้อมูล และดูแลตลอดกระบวนการรักษา รวมถึงสามารถติดต่อสอบถามหรือรับคำปรึกษาในวันเข้ารับบริการได้ทั้งทางโทรศัพท์และ LINE ด้วยนะ
ราคาทำเลสิก (ตา 2 ข้าง)
-
PRK 60,000 บาท
-
FEMTO LASIK 80,000 บาท
-
ReLex PRO (SMILE PRO) 100,000 บาท
* ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามโปรโมชั่นในแต่ละช่วงเวลา
ช่องทางติดต่อ
-
วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน 07.00-21.00 น.
-
โทรศัพท์ : 0 2419 2483
ข้อมูลเพิ่มเติม : The Sight by Siph, โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์
2. โรงพยาบาลกลาง
ภาพจาก : เฟซบุ๊ก ศูนย์เลสิก รพ.กลาง Klanglasik
โรงพยาบาลกลาง เป็นโรงพยาบาลรัฐที่มีชื่อเสียงด้านการทำเลสิก ซึ่งให้การรักษาสายตาสั้น สายตาเอียง และสายตายาวตั้งแต่กำเนิดด้วยเลเซอร์ ทั้งแบบ TransPRK, LASIK และ Femto-LASIK รวมถึงการใส่เลนส์เสริม ICL สำหรับคนที่ผ่าตัดด้วยการยิงเลเซอร์ไม่ได้ อัตราค่าบริการจะถูกกว่าโรงพยาบาลเอกชนทั่วไป ทำให้มีคนไข้ค่อนข้างมาก ดังนั้น ต้องนัดวันล่วงหน้าก่อนมารับบริการค่ะ
ราคาทำเลสิก (ตา 2 ข้าง)
-
Trans PRK 28,000 บาท
-
FEMTO LASIK 45,000 บาท
* ราคายังไม่รวมค่าตรวจประเมินสภาพสายตาและค่ายา
** ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามโปรโมชั่นในแต่ละช่วงเวลา
ช่องทางติดต่อ
-
วัน-เวลาทำการ :
-
วัน-เวลาราชการ เวลา 08.00-16.00 น.
-
นอกเวลาราชการ วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 16.00-20.00 น. และวันเสาร์ เวลา 08.00-12.00 น.
-
-
โทรศัพท์ : 0 2220 8000 ต่อ 11641-2 หรือ 08 5808 8831
ข้อมูลเพิ่มเติม : ศูนย์เลสิก รพ.กลาง Klanglasik
3. โรงพยาบาลยันฮี
ภาพจาก : ศูนย์เลสิคและจักษุ โรงพยาบาลยันฮี
โรงพยาบาลยันฮี นอกจากจะเป็นที่รู้จักในด้านศัลยกรรมและความงามแล้ว ยังมีศูนย์เลสิกที่ได้มาตรฐาน พร้อมเทคโนโลยีการรักษาหลากหลายแบบ จุดเด่นของที่นี่ก็คือ สามารถเข้ารับการปรึกษา ตรวจประเมิน และผ่าตัด ได้ภายในวันเดียว (กรณีผลตรวจผ่านเกณฑ์) นอกจากนี้ยังมีแพ็กเกจรวมห้องพักผู้ป่วย 1 คืน ให้เลือก เหมาะสำหรับคนที่อยากพักผ่อนหลังทำเลสิกอย่างสบาย ๆ และยังมีบริการผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 10 เดือน กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการอีกด้วยนะคะ
ราคาทำเลสิก (ตา 2 ข้าง)
-
SBK LASIK 38,500 บาท
-
Femto LASIK 59,500 บาท
-
SMILE Pro 120,000 บาท
* ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามโปรโมชั่นในแต่ละช่วงเวลา
ช่องทางติดต่อ
-
วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน 06.00-15.00 น.
-
โทรศัพท์ : 1723 กด 2
ข้อมูลเพิ่มเติม : ศูนย์เลสิคและจักษุ โรงพยาบาลยันฮี, โรงพยาบาลยันฮี
4. โรงพยาบาลไทยนครินทร์
ภาพจาก : โรงพยาบาลไทยนครินทร์
ใครอยู่โซนตะวันออกของกรุงเทพฯ แล้วกำลังมองหาที่ทำเลสิก ศูนย์เลสิกไทยนครินทร์ก็ถือว่าสะดวกเลยค่ะ เพราะเป็นโรงพยาบาลเอกชนย่านบางนา-ตราด ที่ให้บริการแก้ไขสายตาด้วยเทคนิค PRK และ LASIK ในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น แถมยังมีตัวเลือกผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 10 เดือน กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย
ราคาทำเลสิก (ตา 2 ข้าง)
-
PRK 33,000 บาท
-
Trans PRK 37,000 บาท
-
SBK LASIK 37,000 บาท
-
Femto LASIK 53,500 บาท
ช่องทางติดต่อ
-
วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน 08.00-17.00 น.
-
โทรศัพท์ : 09 2249 8139
ข้อมูลเพิ่มเติม : เฟซบุ๊ก เลสิกไทยนครินทร์ - Lasikthainakarin
5. ศูนย์เลสิครัตนิน-กิมเบล
ภาพจาก : ศูนย์เลสิครัตนิน-กิมเบล
ศูนย์เลสิกรัตนิน-กิมเบล (Rutnin-Gimbel) เป็นศูนย์เลสิกในเครือโรงพยาบาลจักษุรัตนิน โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านดวงตาที่หลายคนคุ้นชื่อกันดี โดยที่นี่เน้นการแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์เป็นหลัก พร้อมเทคนิคการรักษาที่หลากหลาย หนึ่งในเทคโนโลยีเด่นคือ SMILE Pro 2.0 ซึ่งมาพร้อมระบบติดตามตำแหน่งเลเซอร์แบบเรียลไทม์ ช่วยเพิ่มความแม่นยำและลดการรบกวนเนื้อกระจกตา ใช้เวลาเลเซอร์ต่อข้างไม่ถึง 10 วินาที ทำให้ขั้นตอนการรักษารวดเร็วและมีความสบายตามากขึ้น
ราคาทำเลสิก (ตา 2 ข้าง)
-
SMILE Pro 2.0 99,000 บาท
ช่องทางติดต่อ
-
วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน 08.00-18.00 น. (วันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดถึง 17.00 น.)
-
โทรศัพท์ : 0 2056 3355
ข้อมูลเพิ่มเติม : Rutnin-Gimbel LASIK Centre
6. ศูนย์เลสิกเมตตา โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง)
ภาพจาก : ศูนย์เลสิกเมตตา - Metta Lasik Center
โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) จังหวัดนครปฐม เป็นโรงพยาบาลของรัฐที่เน้นการรักษาด้านจักษุวิทยาโดยเฉพาะ จึงมีศูนย์ Metta Lasik Center ให้บริการแก้ไขสายตาผิดปกติด้วยเทคโนโลยีหลากหลาย ทั้ง PRK, Blade LASIK, Femto LASIK และ ReLEx SMILE ในราคาที่เข้าถึงได้มากกว่าโรงพยาบาลเอกชนทั่วไป อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีผู้ใช้บริการค่อนข้างเยอะ จึงควรนัดหมายคิวตรวจล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์นะคะ
ราคาทำเลสิก (ตา 2 ข้าง)
-
PRK 27,000 บาท
-
Blade LASIK 30,000 บาท
-
Femto LASIK 48,900 บาท
-
ReLEx SMILE ราคา 71,400 บาท
* ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามโปรโมชั่นในแต่ละช่วงเวลา
** ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายในการตรวจประเมิน ประมาณ 1,800-2,300 บาท
ช่องทางติดต่อ
-
วัน-เวลาทำการ :
-
วันจันทร์, พุธ, ศุกร์ เวลา 08.00-19.00 น.
-
วันอังคาร, พฤหัสบดี เวลา 08.00-16.00 น.
-
วันเสาร์ เวลา 08.00-12.00 น.
-
ปิดทำการวันอาทิตย์
-
-
โทรศัพท์ : 0 3438 8700 ต่อ 9236, 9985 และ 06 1413 8860 ในเวลาราชการ
ข้อมูลเพิ่มเติม : ศูนย์เลสิกเมตตา - Metta Lasik Center
7. โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
ภาพจาก : เลสิก ศูนย์การแพทย์ธรรมศาสตร์ - Lasik THAMC
โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เป็นอีกหนึ่งโรงพยาบาลของรัฐย่านรังสิต-ปทุมธานี ที่ให้บริการแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์หลากหลายเทคนิค ทั้ง PRK, Trans PRK, LASIK และ Femto LASIK จุดเด่นคือเป็นโรงพยาบาลรัฐที่เปิดให้บริการทุกวัน เพิ่มความสะดวกสำหรับคนที่ต้องการนัดหมายตรวจหรือทำหัตถการ นอกจากนี้บางช่วงเวลายังมีโปรโมชั่นส่วนลดสำหรับนักศึกษา (ทุกสถาบัน) และสามารถผ่อนชำระ 0% กับบัตรเครดิตธนาคารที่ร่วมรายการได้อีกด้วย
ราคาทำเลสิก (ตา 2 ข้าง)
-
PRK 33,000 บาท
-
Tran PRK 36,000 บาท
-
LASIK 38,000 บาท
-
Femto LASIK 54,000 บาท
* ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามโปรโมชั่นในแต่ละช่วงเวลา
ช่องทางติดต่อ
-
วัน-เวลาทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ 08.00-17.00 น.
-
โทรศัพท์ : 08 4752 1313
ข้อมูลเพิ่มเติม : เลสิก ศูนย์การแพทย์ธรรมศาสตร์ - Lasik THAMC
8. ศูนย์เลสิกสุวรรณภูมิ โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 1
ภาพจาก : Suvarnabhum Lasik Center ศูนย์เลสิก สุวรรณภูมิ โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 1
ใครอยู่โซนบางนา หรือบางพลี จ.สมุทรปราการ แถวนี้ก็มีศูนย์เลสิกสุวรรณภูมิ โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 1 ที่เปิดให้บริการมานานกว่า 15 ปีค่ะ ดูแลแก้ไขสายตาด้วยเทคนิค PRK, SBK LASIK และ FEMTO LASIK ซึ่งสำหรับคนที่เลือกทำ SBK LASIK หรือ FEMTO LASIK จะมีแพ็กเกจพักฟื้นฟรี 1 คืน หลังทำ เพิ่มความสบายใจมากขึ้น และยังสามารถเลือกผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการได้ด้วย ส่วนใครสะดวกจ่ายเงินสดก็มีโปรโมชั่นส่วนลดเพิ่มเติมให้อีก
ราคาทำเลสิก (ตา 2 ข้าง)
-
PRK 32,500 บาท (เงินสด) / 33,500 บาท (ผ่อนบัตรเครดิต)
-
SBK LASIK 35,500 บาท (เงินสด) / 37,500 บาท (ผ่อนบัตรเครดิต)
-
Femto LASIK 53,000 บาท (เงินสด) / 55,900 บาท (ผ่อนบัตรเครดิต)
* ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามโปรโมชั่นในแต่ละช่วงเวลา
ช่องทางติดต่อ
-
วัน-เวลาทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ 09.00-20.00 น.
-
โทรศัพท์ : 09 7242 0295, 0 2316 5033
ข้อมูลเพิ่มเติม : Suvarnabhum Lasik Center ศูนย์เลสิก สุวรรณภูมิ โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 1
9. TRSC International LASIK Center
ภาพจาก : trsclasik.com
คลินิกเฉพาะทางด้านจักษุวิทยาที่เปิดให้บริการมากว่า 20 ปี พร้อมคลินิกเลสิกที่ดูแลแก้ไขปัญหาสายตาสั้น สายตาเอียง และสายตายาว ด้วยเทคโนโลยีที่หลากหลาย นอกจากนี้ยังมีบริการที่ปรึกษาส่วนตัวดูแลคนไข้แต่ละรายตลอด 24 ชั่วโมง โดยราคาแพ็กเกจจะครอบคลุมทั้งค่ารักษาและค่าตรวจติดตามผลหลังทำ ปัจจุบันมีให้บริการ 2 สาขา ได้แก่ อาคารอื้อจือเหลียง ย่านพระราม 4 และศูนย์การค้าเมกาบางนา
ราคาทำเลสิก (ตา 2 ข้าง)
-
PRK 89,000-119,000 บาท
-
LASIK 89,000-119,000 บาท
-
Femto LASIK 109,000-129,000 บาท
-
ReLex SMILE 99,000-129,000 บาท
-
SMILE PRO 149,000-169,000 บาท
-
PresbyVision 109,000-169,000 บาท
* ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามโปรโมชั่นในแต่ละช่วงเวลา
ช่องทางติดต่อ
-
วัน-เวลาทำการ :
-
วันจันทร์-เสาร์ 08.00-20.00 น.
-
วันอาทิตย์ 08.00-17.30 น.
-
-
โทรศัพท์ : 0 2632 4500
ข้อมูลเพิ่มเติม : TRSC INTERNATIONAL EYE AND VISION CENTER
วิธีเลือกสถานพยาบาลทำเลสิก
การทำเลสิกเป็นหัตถการที่เกี่ยวข้องกับดวงตาโดยตรง เพราะฉะนั้นการเลือกสถานพยาบาลจึงสำคัญมาก ลองเช็กลิสต์ตามนี้ก่อนตัดสินใจค่ะ
-
ความน่าเชื่อถือของสถานพยาบาล : ควรเลือกโรงพยาบาลหรือคลินิกที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้อง ได้มาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุข หรือผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากล เพื่อความมั่นใจในความปลอดภัย
-
ความเชี่ยวชาญของแพทย์ : การทำเลสิกควรดูแลโดยจักษุแพทย์เฉพาะทาง โดยเฉพาะแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านกระจกตาและการผ่าตัดเลสิกโดยตรง มีใบประกอบวิชาชีพที่ถูกต้อง สามารถอธิบายข้อดี-ข้อจำกัดของแต่ละเทคนิคได้อย่างชัดเจน และแนะนำวิธีที่เหมาะกับดวงตาของเราได้จริง
-
การตรวจประเมินอย่างละเอียดก่อนทำ : สถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานควรมีการตรวจหลายขั้นตอน เช่น วัดความหนากระจกตา สแกนรูปร่างกระจกตา ตรวจภาวะตาแห้ง และประเมินจอประสาทตา ไม่ใช่เพียงตรวจค่าสายตาเบื้องต้นแล้วนัดทำทันที
-
มีเทคโนโลยีหลากหลายให้เลือก : ศูนย์เลสิกควรมีเทคนิคหลายแบบ เช่น PRK, LASIK, Femto-LASIK, SMILE ฯลฯ เพราะแต่ละคนมีสภาพตาไม่เหมือนกัน การมีตัวเลือกหลายวิธีช่วยให้แพทย์เลือกแนวทางที่ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุดกับกระจกตาของเรา
-
มีระบบดูแลหลังผ่าตัดชัดเจน : ควรถามรายละเอียดเรื่องการนัดติดตามผล จำนวนครั้งที่ต้องมาตรวจ รวมถึงกรณีต้องแก้ไขซ้ำว่ามีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือไม่
-
เปรียบเทียบโรงพยาบาลรัฐและเอกชน
-
โรงพยาบาลรัฐ : ราคามักย่อมเยากว่า แต่อาจต้องจองคิวล่วงหน้านาน และส่วนใหญ่ให้บริการเฉพาะในวัน-เวลาราชการ
-
โรงพยาบาลเอกชนหรือศูนย์เลสิกเฉพาะทาง : ราคาสูงกว่า แต่ขั้นตอนรวดเร็ว นัดคิวง่าย บางแห่งตรวจเช้า-ทำบ่ายได้เลย และมีบริการที่สะดวกสบายกว่า
-
-
พิจารณาราคาอย่างรอบคอบ : เลือกให้เหมาะกับงบประมาณ แต่ไม่ควรดูแค่ราคาถูกเพียงอย่างเดียว ควรสอบถามให้ชัดเจนว่าแพ็กเกจนั้นรวมค่าตรวจ ค่าแพทย์ ค่ายา และค่าติดตามผลแล้วหรือยัง หรือบางแห่งอาจมีห้องพักฟรี 1 คืนให้ด้วย บางครั้งราคากลาง ๆ แต่บริการครบ อาจคุ้มค่ากว่าในระยะยาว
-
พิจารณาโปรโมชั่นและสิทธิ์ส่วนลดเฉพาะกลุ่ม : หลายสถานพยาบาลมีโปรโมชั่นพิเศษ เช่น ผ่อน 0% ส่วนลดเงินสด หรือแพ็กเกจรวมค่ายา-ค่าตรวจ รวมถึงสิทธิ์ส่วนลดสำหรับนักศึกษา ทหาร นายร้อย ตำรวจ หรือบุคลากรบางหน่วยงาน ดังนั้น ก่อนตัดสินใจควรสอบถามรายละเอียดให้ชัดเจนว่าต้องใช้เอกสารอะไรยืนยันสิทธิ์ และส่วนลดครอบคลุมค่าใช้จ่ายใดบ้าง
-
เดินทางสะดวก : เลือกสถานพยาบาลที่ใกล้บ้าน ใกล้ที่ทำงาน หรือเดินทางง่าย เพราะหลังทำเลสิกอาจต้องนัดติดตามอาการหลายครั้ง ความสะดวกจึงช่วยให้ดูแลตัวเองได้ต่อเนื่อง
ใครไม่ควรทำเลสิก
กลุ่มต่อไปนี้ควรได้รับการประเมินอย่างละเอียด เพราะอาจไม่เหมาะกับการทำเลสิก
- ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี : เนื่องจากค่าสายตายังไม่คงที่ โดยทั่วไปแพทย์มักแนะนำให้คนทำเลสิกต้องมีค่าสายตาคงที่ต่อเนื่องอย่างน้อย 1 ปี
- สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร : ช่วงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ฮอร์โมนอาจส่งผลให้กระจกตาและค่าสายตาเปลี่ยนแปลงชั่วคราว จึงมักแนะนำให้รอหลังหยุดให้นม และฮอร์โมนกลับสู่ภาวะปกติก่อน
- ผู้ที่เป็นโรคตาบางชนิด : หรือมีประวัติเจ็บป่วยเกี่ยวกับดวงตา ต้องให้จักษุแพทย์ตรวจประเมินก่อนทุกครั้ง
- ผู้ป่วยโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง เช่น โรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) หรือข้ออักเสบรูมาตอยด์ กลุ่มนี้อาจมีปัญหาเรื่องการสมานแผลและการอักเสบของกระจกตา จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเป็นรายกรณี
- ผู้ป่วยเบาหวานที่คุมระดับน้ำตาลไม่ได้ : อาจกระทบต่อการสมานแผลและเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อ
- ผู้ที่มีภาวะทางจิตเวชที่ควบคุมอาการไม่ได้ : โดยเฉพาะผู้ที่มีความคาดหวังสูงเกินจริง หรือไม่สามารถทำความเข้าใจข้อจำกัดและผลข้างเคียงของการรักษา แพทย์อาจพิจารณาเลื่อนหรือไม่แนะนำให้ทำ
- ผู้ป่วยโรคร้ายแรงบางชนิด : เช่น โรคหัวใจ มะเร็ง หรือ HIV หากอยู่ในช่วงรักษา มีภูมิคุ้มกันต่ำ หรือร่างกายยังไม่พร้อม อาจต้องเลื่อนการทำเลสิกออกไปก่อน
ข้อจำกัดในการทำเลสิก
แม้เลสิกจะช่วยแก้ไขค่าสายตา ทำให้มองเห็นชัดขึ้นได้ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดบางประการที่ควรทำความเข้าใจก่อนเข้ารับการรักษา ดังนี้ค่ะ
-
ไม่สามารถป้องกันสายตายาวตามวัยได้ : เลสิกช่วยแก้ไขค่าสายตาในช่วงเวลาที่ทำเท่านั้น เมื่ออายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป อาจเกิดภาวะสายตายาวตามวัย (Presbyopia) ตามธรรมชาติ ทำให้ต้องใช้แว่นอ่านหนังสือในอนาคตได้
-
ไม่ได้ป้องกันโรคตาอื่น ๆ ในอนาคต : การทำเลสิกไม่ได้ช่วยป้องกันโรค เช่น ต้อกระจก ต้อหิน หรือจอประสาทตาเสื่อม หากมีปัจจัยเสี่ยงก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้ตามวัย
-
อาจมีอาการตาแห้งชั่วคราวหลังทำ : ภาวะตาแห้งเป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในช่วง 1-6 เดือนแรก เนื่องจากเส้นประสาทบริเวณผิวกระจกตาถูกรบกวน ทำให้การผลิตน้ำตาลดลงชั่วคราว จึงควรใช้น้ำตาเทียมตามคำแนะนำแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
-
ต้องปรับตัวกับการมองเห็นในที่มืดช่วงแรก : บางรายอาจเห็นแสงกระจาย (Starburst) หรือแสงฟุ้งรอบดวงไฟ (Halo) โดยเฉพาะเวลาขับรถกลางคืน แต่อาการมักค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อกระจกตาฟื้นตัวเต็มที่
-
มีความเสี่ยงเรื่องฝากระจกตา (ในบางเทคนิค) : วิธีที่มีการแยกชั้นกระจกตา เช่น LASIK หรือ Femto-LASIK ต้องระวังการกระแทกรุนแรงในช่วงแรกหลังทำ เพราะอาจกระทบต่อฝากระจกตา จึงอาจไม่เหมาะกับผู้ที่เล่นกีฬาปะทะหนัก
-
ต้องดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัดในช่วงฟื้นตัว : หลังทำควรหลีกเลี่ยงการแต่งหน้าบริเวณดวงตา งดว่ายน้ำ ดำน้ำ และกิจกรรมที่เสี่ยงกระแทก รวมถึงควรสวมแว่นกันแดดเพื่อป้องกันลมและรังสี UV ตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ
-
มีโอกาสที่ค่าสายตาจะเปลี่ยนแปลงอีกในอนาคต : แม้พบไม่บ่อย แต่ในผู้ที่มีสายตาสั้นมาก หรือมีปัจจัยอื่นร่วม ค่าสายตาอาจเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยภายหลัง ซึ่งบางรายอาจต้องพิจารณาทำซ้ำ (Enhancement) ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความหนากระจกตาที่เหลืออยู่และการประเมินของแพทย์
บทความที่เกี่ยวข้องกับดวงตา
- จอประสาทตาขาด กับ 4 อาการเตือนอันตราย ปล่อยไว้นาน อาจเสี่ยงถึงขั้นตาบอด !
- 50 แคปชั่นสายตาสั้นกวน ๆ ฮา ๆ แคปชั่นสายตายาวแบบอ่อย ๆ โพสต์เรียก Like ในโซเชียล !
- ปิดไฟ เล่นโทรศัพท์ เสียสายตาไหม ป้องกันยังไงดี ?
- อาการตาพร่ามัว สาเหตุเกิดจากอะไร ปัญหาสายตาที่ต้องใส่ใจและควรรู้วิธีแก้
- 10 วิตามินบำรุงสายตา ตาพร่า ตามัว ดูแลด้วยอาหารใกล้ตัวตามนี้ !
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ (1), (2), The Sight by Siph, ศูนย์เลสิก รพ.กลาง Klanglasik, ศูนย์เลสิคและจักษุ โรงพยาบาลยันฮี, โรงพยาบาลยันฮี, เฟซบุ๊ก เลสิกไทยนครินทร์ - Lasikthainakarin, Rutnin-Gimbel LASIK Centre, ศูนย์เลสิกเมตตา - Metta Lasik Center, เลสิก ศูนย์การแพทย์ธรรมศาสตร์ - Lasik THAMC, Suvarnabhum Lasik Center ศูนย์เลสิก สุวรรณภูมิ โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 1, TRSC INTERNATIONAL EYE AND VISION CENTER





