วิตามิน D3 K2 ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 คู่หูดูแลกระดูกและฟันที่ต้องเลือกให้เป็น !

          วิตามิน D3 K2 ยี่ห้อไหนดี ทำไมควรกินคู่กัน ใครอยากดูแลสุขภาพของกระดูกและฟัน ต้องทำความเข้าใจก่อนเลือกซื้อ
วิตามิน D3 K2

          ในยุคที่คนส่วนใหญ่ทำงานในร่มและเลี่ยงแดด วิตามิน D3 เลยกลายเป็นอาหารเสริมยอดนิยมที่คนรักสุขภาพ มองหา เพราะเป็นสารอาหารที่ช่วยดูดซึมแคลเซียม แต่นอกจากวิตามิน D3 แล้ว อีกชนิดที่สำคัญกับกระดูกเช่นกันก็คือ วิตามิน K2 แล้ววิตามินทั้งสองชนิดทำงานร่วมกันอย่างไร พบในอาหารชนิดไหน หรือจะเลือกซื้ออาหารเสริมวิตามิน D3 K2 ยี่ห้อไหนดี มาเช็กข้อมูลให้ครบก่อนตัดสินใจช้อปค่ะ

วิตามิน D3 คืออะไร 
ช่วยอะไร หาได้จากไหน

วิตามิน D3 ช่วยอะไร หาจากไหน

          วิตามิน D3 (Vitamin D3) หรือโคลีแคลซิเฟอรอล (Cholecalciferol) เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินดีที่ร่างกายสามารถสร้างได้เมื่อผิวหนังได้รับแสงแดด นอกจากนี้ยังพบได้ในอาหารบางชนิด เช่น ปลาทะเลที่มีไขมันสูง ได้แก่ ปลาแซลมอน ปลาแมคเคอเรล และปลาทูน่า รวมถึงไข่แดง ตับวัว และอาหารที่มีการเสริมวิตามินดี เช่น นม

          ทั้งนี้ วิตามิน D3 มีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของร่างกายในหลายด้าน เช่น

  • ช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสจากทางเดินอาหาร และมีส่วนช่วยรักษาระดับแร่ธาตุทั้งสองให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • ช่วยคงสภาพปกติของกระดูกและฟัน รวมทั้งป้องกันโรคกระดูกพรุน
  • ช่วยในการทำงานตามปกติของกล้ามเนื้อ
  • ช่วยเสริมการทำงานของภูมิต้านทานในการต่อสู้กับเชื้อโรค
  • มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการแบ่งเซลล์ของร่างกาย
  • ช่วยควบคุมสารสื่อประสาท รวมทั้งเซโรโทนินและโดปานินซึ่งมีหน้าที่ควบคุมอารมณ์ โดยมีงานวิจัยพบว่า ระดับวิตามินดีต่ำเชื่อมโยงกับอาการซึมเศร้าและความวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้น

วิตามิน K2 คืออะไร 
ช่วยอะไร หาได้จากไหน

วิตามิน K2 ช่วยอะไร หาจากไหน

          วิตามิน K2 (Vitamin K2) เป็นวิตามินในกลุ่มวิตามินเค พบได้ในอาหารหมักบางชนิด เช่น นัตโตะ (ถั่วเหลืองหมักของญี่ปุ่น) รวมถึงผลิตภัณฑ์จากสัตว์บางประเภท เช่น ชีสบางชนิด ไข่แดง ตับห่าน ตับไก่ และนมบางชนิด โดยมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของร่างกาย เช่น
  • ช่วยให้เลือดแข็งตัวได้ตามปกติ
  • ช่วยกระตุ้นการทำงานของโปรตีนบางชนิดที่ทำหน้าที่จับแคลเซียมและนำไปสะสมในกระดูก จึงมีส่วนช่วยคงสภาพปกติของกระดูก โดยมีการศึกษาพบว่า ผู้ที่มีระดับวิตามินเคต่ำอาจมีความหนาแน่นของมวลกระดูกลดลง และมีความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหักเพิ่มขึ้น
  • อาจมีส่วนช่วยลดการสะสมของแคลเซียมในหลอดเลือด จึงเป็นสารอาหารที่ได้รับความสนใจในด้านการดูแลสุขภาพหัวใจ  
          ปัจจุบันวิตามิน K2 มีหลายรูปแบบ เรียกว่า เมนาควิโนน (Menaquinones) โดยใช้ชื่อ MK-4, MK-5, MK-6 ไปเรื่อย ๆ ซึ่งรูปแบบที่พบในผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและมีการศึกษามากที่สุด คือ MK-4 และ MK-7

ทำไมวิตามิน D3+K2 มักกินคู่กัน

          หลายคนอาจสงสัยที่มักพบวิตามิน D3 และวิตามิน K2 อยู่ในผลิตภัณฑ์อาหารเสริมชนิดเดียวกัน นั่นก็เพราะทั้งสองชนิดต่างก็มีบทบาทเกี่ยวข้องกับการใช้แคลเซียมของร่างกาย แต่ทำหน้าที่แตกต่างกัน
          หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพ วิตามิน D3 เปรียบเสมือนผู้เปิดประตูที่ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสจากอาหารเข้าสู่กระแสเลือดได้ดีขึ้น ในขณะที่วิตามิน K2 มีบทบาทในการกระตุ้นการทำงานของโปรตีนบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับการนำแคลเซียมไปใช้ในร่างกาย โดยเฉพาะในกระดูกและฟัน เท่ากับว่า วิตามิน K2 คือตัวช่วยพาแคลเซียมส่งต่อไปที่กระดูกนั่นเอง
          ดังนั้น จึงมีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจำนวนมากที่รวมวิตามิน D3 และวิตามิน K2 ไว้ในเม็ดเดียว เพื่อให้ได้รับสารอาหารทั้ง 2 ชนิดร่วมกันอย่างสะดวกค่ะ

วิตามิน D3 K2 เหมาะกับใคร

วิตามิน d3 คืออะไร

          วิตามิน D3 K2 เหมาะสำหรับคนที่ต้องการดูแลสุขภาพกระดูกและฟัน หรือได้รับวิตามินดีจากธรรมชาติไม่เพียงพอ โดยเฉพาะกลุ่มต่อไปนี้
  • คนที่ทำงานในอาคารเป็นส่วนใหญ่ หรือไม่ค่อยได้สัมผัสแสงแดด เช่น พนักงานออฟฟิศ รวมถึงคนที่ทาครีมกันแดดเป็นประจำ
  • ผู้สูงอายุ เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้น ผิวหนังจะสังเคราะห์วิตามินดีจากแสงแดดได้ลดลง อีกทั้งยังมีความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุนและกระดูกบางมากขึ้น
  • คนที่รับประทานอาหารไม่หลากหลาย โดยเฉพาะได้รับอาหารที่เป็นแหล่งของวิตามินดีไม่เพียงพอ 
  • คนที่ต้องการดูแลสุขภาพกระดูกและฟัน ซึ่งควรได้รับแคลเซียม วิตามินดี และสารอาหารที่จำเป็นอื่น ๆ อย่างเพียงพอ
  • ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน เนื่องจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง ส่งผลให้สูญเสียมวลกระดูกได้เร็วกว่าปกติ และมีความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนเพิ่มขึ้น
          อย่างไรก็ตาม หากมีโรคประจำตัว กำลังตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือรับประทานยาบางชนิด เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเลือกใช้อาหารเสริมวิตามิน D3 K2 

วิธีเลือกซื้อวิตามิน D3 K2

          สำหรับคนที่ได้รับวิตามินทั้งสองชนิดจากอาหารตามธรรมชาติไม่เพียงพอ และต้องการเลือกใช้อาหารเสริม ลองพิจารณาวิธีเลือกซื้อจากข้อมูลด้านล่างนี้ดูก่อนเลย
  • เลือกปริมาณวิตามิน D3 ให้เหมาะสม : วิตามิน D3 มีหลายระดับความเข้มข้น เช่น 200 IU, 400 IU, 1,000 IU หรือสูงกว่านั้น ควรเลือกให้เหมาะกับความต้องการของร่างกาย โดยปริมาณที่แนะนำสำหรับผู้ใหญ่ทั่วไปคือ 600 IU ต่อวัน และไม่ควรรับประทานในปริมาณสูงต่อเนื่องโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์
  • เลือกชนิดของวิตามิน K2 : ในอาหารเสริมมักพบ 2 รูปแบบ ได้แก่ MK-4 และ MK-7 ซึ่งมีคุณสมบัติแตกต่างกัน โดยทั่วไปมักนิยมเลือก MK-7 เนื่องจากมีความคงตัวและคงอยู่ในร่างกายได้นานกว่า
  • เลือกรูปแบบผลิตภัณฑ์ : ปัจจุบันวิตามิน D3 K2 มีให้เลือกหลายรูปแบบ เช่น แคปซูลนิ่ม แคปซูล เม็ด เม็ดฟู่ กัมมี่ และแบบหยด ควรเลือกที่เรารับประทานได้ง่ายและสะดวก
  • ตรวจสอบส่วนผสมอื่น ๆ : บางผลิตภัณฑ์อาจเสริมสารอาหารอื่นร่วมด้วย เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม สังกะสี หรือวิตามินอื่น ๆ ซึ่งควรพิจารณาว่าเหมาะกับความต้องการของร่างกายหรือไม่
  • อ่านฉลากผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด : เพื่อดูปริมาณวิตามิน วิธีรับประทาน รวมถึงข้อมูลสำหรับผู้ที่อาจมีอาการแพ้
  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน : ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเลขสารบบอาหาร (อย.) ระบุข้อมูลบนฉลากครบถ้วน ผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน และซื้อจากแหล่งจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ
  • กรณีมีโรคประจำตัวหรือกำลังใช้ยาอยู่ : ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทานอาหารเสริมวิตามิน D3 K2
          หลังจากทราบวิธีเลือกซื้อแล้ว มาดูกันต่อว่า วิตามิน D3 K2 ยี่ห้อไหนน่าสนใจใน พ.ศ. นี้บ้างค่ะ

วิตามิน D3 K2 ยี่ห้อไหนดี ปี 2026

1. Wellever D3K2 Mag

Wellever D3K2 Mag

ภาพจาก : VITA MARVEL SHOP

          เวลเลเวอร์ ดีสามเคสอง แมก (Wellever D3K2 Mag) เป็นผลิตภัณฑ์ที่รวมวิตามินและแร่ธาตุสำคัญ 3 ชนิดไว้ในเม็ดเดียว ได้แก่ วิตามิน D3 ปริมาณ 600 IU, วิตามิน K2 (MK-7) 80 ไมโครกรัม และแมกนีเซียมแอล-ทรีโอเนต 250 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีบทบาทในการดูแลสุขภาพกระดูกและการทำงานของกล้ามเนื้อ เหมาะสำหรับคนที่ได้รับแสงแดดน้อย หรือต้องการเสริมวิตามิน D3 และสารอาหารที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพกระดูก
  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล  
  • ราคาปกติ : 1 ขวด 60 แคปซูล 1,290 บาท

2. Amsel Vitamin K2+Vitamin D3

Amsel Vitamin K2+Vitamin D3

ภาพจาก : Amsel_Official shop

          วิตามิน D3 K2 จากแบรนด์แอมเซล (Amsel) เป็นสูตรเรียบง่าย เพื่อเสริมวิตามิน D3 และ K2 โดยเฉพาะ โดยไม่ต้องการสารอาหารชนิดอื่นเพิ่มเติม เพราะในแต่ละแคปซูลประกอบด้วยวิตามิน K2 (MK-7) ปริมาณ 75 ไมโครกรัม และวิตามิน D3 ปริมาณเทียบเท่า 200 IU ถูกใจคนที่ต้องการวิตามินในปริมาณไม่สูงมาก หรือเพิ่งเริ่มรับประทานค่ะ
  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล พร้อมมื้ออาหารหรือหลังอาหารมื้อใดก็ได้
  • ราคาปกติ : 1 ขวด 30 แคปซูล 690 บาท

3. Innobic Calcium, Vitamin D3 Plus Vitamin K2

Innobic Calcium Vitamin D3 Plus Vitamin K2

ภาพจาก : Innobic

          ใครต้องการสารอาหารที่ช่วยดูแลสุขภาพกระดูกแบบครบถ้วนในเม็ดเดียว "อินโนบิก แคลเซียม วิตามิน D3 พลัส วิตามิน K2" (Innobic Calcium, Vitamin D3 Plus Vitamin K2) ขวดนี้ก็น่าสนใจ เพราะนอกจากจะมีวิตามิน D3 และ K2 ที่เพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวันแล้ว ยังเสริมแร่ธาตุอื่น ๆ ที่มีบทบาทต่อสุขภาพกระดูก ได้แก่ ไตรแคลเซียมฟอสเฟต, ไดแคลเซียมฟอสเฟต, แมงกานีส, โบรอน และคอปเปอร์ ซึ่งสารอาหารเหล่านี้มีส่วนช่วยในการทำงานร่วมกันของกระบวนการสร้างและคงสภาพของกระดูกและฟัน
  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล พร้อมมื้ออาหาร
  • ราคาปกติ : 1 ขวด 30 แคปซูล 550 บาท

4. Benutra D3K2+

Benutra D3K2+

ภาพจาก : Benutra Thailand

          บีนูทร่า (BENUTRA) เป็นอาหารเสริม D3 K2 ที่เสริมวิตามินและสารอาหารอื่น ๆ ที่ช่วยดูแลสุขภาพผิวเข้าไว้ด้วยกัน ประกอบด้วยวิตามิน D3 ปริมาณ 600 IU, วิตามิน K2 (MK-7) 75 ไมโครกรัม วิตามินเอจากเบต้าแคโรทีน ซึ่งมีส่วนช่วยในการมองเห็น การทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และการคงสภาพปกติของผิวหนัง รวมถึงวิตามินอีและน้ำมันรำข้าวที่มีสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ แคปซูลมีขนาดเล็ก กลืนง่าย จึงรับประทานได้ไม่ยาก
  • วิธีรับประทาน : สูตรปกติ วันละ 1 เม็ด หลังอาหารเช้า / สูตรเข้มข้น หลังอาหารเช้า 1 เม็ด และหลังอาหารเย็น 1 เม็ด
  • ราคาปกติ : 1 ขวด 30 เม็ด 990 บาท

5. Plantae Essential Vitamins D3K2

Plantae Essential Vitamins D3K2

ภาพจาก : Plantae

          Plantae Essential Vitamins D3K2 เป็นอีกหนึ่งสูตรที่นอกจากจะมีวิตามิน D3 และวิตามิน K2 แล้ว ยังเพิ่มไตรแคลเซียมฟอสเฟตและสารสกัดจากพืชอีก 6 ชนิด ได้แก่ เอลเดอร์เบอร์รี เห็ดชิตาเกะ ฝรั่ง โสมไซบีเรีย มะรุม และเมล็ดงา พร้อมใช้เทคโนโลยี Microencapsulation ที่ทางแบรนด์ระบุว่าช่วยนำส่งวิตามินเข้าสู่ร่างกาย เหมาะสำหรับคนที่มองหาอาหารเสริมสูตรผสมที่มีทั้งวิตามิน แร่ธาตุ และสารสกัดจากพืชในเม็ดเดียว

  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล
  • ราคาปกติ : 1 ขวด 30 แคปซูล 700 บาท

6. Feruna D3 K2 + Polycan

Feruna D3 K2 + Polycan

ภาพจาก : Feruna Official.Store

          ฟีรูน่า วิตามินดี3 เค2 พลัส โพลีแคน (Feruna D3 K2+Polycan) เป็นอีกหนึ่งสูตรที่ผสานสารอาหารหลายชนิดไว้ในผลิตภัณฑ์เดียว ทั้งวิตามิน D3 วิตามิน K2 แคลเซียมจากสาหร่ายทะเลสีแดง และแคลเซียม แอล-ทรีโอเนต พร้อมเสริม Polycan สารสกัดเบต้ากลูแคนจากประเทศเกาหลี โดยเป็นสูตรที่เน้นการรวมสารอาหารและสารสกัดที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพกระดูกโดยเฉพาะ มาช่วยสนับสนุนการใช้แคลเซียมของร่างกายและการคงสภาพปกติของกระดูกค่ะ
  • วิธีรับประทาน : วันละ 2 แคปซูล หลังมื้ออาหาร 
  • ราคาปกติ : 1 ขวด 30 แคปซูล 800 บาท

7. Dr.PONG CALCIUM 500 PLUS D3 & K2

Dr.PONG CALCIUM 500 PLUS D3 & K2

ภาพจาก : Dr. Pong shop

          หากต้องการเสริมทั้งแคลเซียม วิตามิน D3 และวิตามิน K2 ขวดนี้ Dr.PONG CALCIUM 500 PLUS D3 & K2 จากแบรนด์ดอกเตอร์พงศ์ก็เป็นอีกตัวเลือกเช่นกัน โดยในแต่ละเม็ดประกอบด้วยแคลเซียมคาร์บอเนต 500 มิลลิกรัม วิตามิน D3 ปริมาณ 600 IU และวิตามิน K2 ปริมาณ 75 ไมโครกรัม จึงช่วยให้ได้รับสารอาหารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพกระดูกและฟันได้พร้อมกัน
  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร
  • ราคาปกติ : 1 ขวด 90 เม็ด 1,000 บาท

วิตามิน D3 K2 กินตอนไหนดี

วิตามิน D3 กินตอนไหนดี

          ทั้งวิตามิน D3 และวิตามิน K2 เป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน จึงแนะนำให้รับประทานพร้อมมื้ออาหารหรือหลังอาหาร โดยเฉพาะมื้อที่มีไขมันดี เช่น ไข่ ปลา อะโวคาโด หรือน้ำมันมะกอก เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินได้ดียิ่งขึ้น
          ทั้งนี้ เราสามารถรับประทานวิตามิน D3 K2 ช่วงมื้อเช้าหรือมื้อกลางวันก็ได้ค่ะ แต่ไม่ค่อยแนะนำช่วงเย็นหรือก่อนนอน เพราะมีข้อสังเกตว่าวิตามิน D อาจส่งผลต่อการนอนหลับในบางคน และเพื่อประสิทธิภาพที่ดี ควรรับประทานในเวลาใกล้เคียงกันทุกวันเพื่อสร้างความสม่ำเสมอ

วิตามิน D3 K2 มีผลข้างเคียงไหม 
และข้อควรระวังที่ควรรู้

          ก่อนรับประทานวิตามิน D3 K2 ควรพิจารณาข้อมูลต่อไปนี้ เพื่อความปลอดภัย

  • อ่านฉลากผลิตภัณฑ์และรับประทานตามปริมาณที่แนะนำ
  • ผู้ที่กำลังรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาร์ฟาริน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามิน K2 เนื่องจากอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคไต โรคตับ ภาวะแคลเซียมในเลือดสูง ภาวะวิตามินดีในเลือดสูง หรือกำลังรับประทานยาเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเลือกใช้อาหารเสริม
  • เด็ก สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร ควรตรวจสอบคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์ และปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
  • ไม่ควรรับประทานวิตามิน D ในปริมาณสูงเกินความจำเป็นติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้เกิดภาวะแคลเซียมในเลือดสูง ซึ่งอาจมีอาการ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน กระหายน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย หรืออ่อนเพลีย
  • หากรับประทานวิตามินหรืออาหารเสริมหลายชนิด ควรตรวจสอบว่ามีวิตามิน D3 หรือวิตามิน K2 เป็นส่วนประกอบอยู่แล้วหรือไม่ เพื่อหลีกเลี่ยงการได้รับซ้ำในปริมาณมากเกินความจำเป็น
  • หากมีอาการแพ้ เช่น ผื่นคัน ใบหน้าหรือริมฝีปากบวม หายใจลำบาก หรือมีอาการผิดปกติหลังรับประทาน ควรหยุดใช้และรีบพบแพทย์
  • อาหารเสริมวิตามิน D3 K2 ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรรับประทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ เพื่อสุขภาพที่ดี
          วิตามิน D3 และวิตามิน K2 เป็นสารอาหารที่มักถูกใช้ร่วมกันในการดูแลสุขภาพกระดูก อย่างไรก็ตาม การดูแลสุขภาพกระดูกที่ดีควรเริ่มจากพื้นฐานในชีวิตประจำวัน ทั้งการได้รับแสงแดดอย่างเหมาะสมในช่วงเช้า รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อกระดูก เช่น นม ไข่ ปลา และผักใบเขียว รวมถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและกล้ามเนื้อ และทำให้ร่างกายได้รับการดูแลอย่างสมดุลมากยิ่งขึ้น

บทความที่เกี่ยวข้องกับอาหารเสริม

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
วิตามิน D3 K2 ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 คู่หูดูแลกระดูกและฟันที่ต้องเลือกให้เป็น ! โพสต์เมื่อ 3 กรกฎาคม 2569 เวลา 11:30:38
TOP
x close