กิงโกะ ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 เช็กลิสต์ 8 ใบแปะก๊วยสกัด สูตรไหนน่าสนใจบ้าง

          กิงโกะ ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 อาหารเสริมชนิดนี้เหมือนกับแปะก๊วยในเมนูอาหารทั่วไปหรือไม่ มาเช็กข้อมูลที่ควรรู้และควรระวังก่อนรับประทาน
กิงโกะ ใบแปะก๊วย

          หลายคนอาจเคยได้ยินว่า กิงโกะ หรือ สารสกัดจากใบแปะก๊วย ดีต่อสุขภาพ แล้วในความเป็นจริง กิงโกะ ช่วยเรื่องอะไร และเมล็ดแปะก๊วยที่เรานิยมนำมารับประทาน ใช่ชนิดเดียวกับกิงโกะในอาหารเสริมหรือเปล่า วันนี้เรารวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับใบแปะก๊วยสกัดมาให้ไว้ประกอบการตัดสินใจ สำหรับคนที่กำลังมองหา กิงโกะ ยี่ห้อไหนดี 

กิงโกะ คืออะไร 
เหมือนกับแปะก๊วยหรือไม่

          จริง ๆ แล้ว กิงโกะ (Ginkgo biloba) กับ แปะก๊วย ทั้งสองคำหมายถึงพืชชนิดเดียวกัน โดย "กิงโกะ" เป็นชื่อที่มาจากชื่อวิทยาศาสตร์ Ginkgo biloba ส่วน "แปะก๊วย" เป็นชื่อที่คนไทยใช้เรียกกันทั่วไป
          อย่างไรก็ตาม กิงโกะที่นิยมใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร คือสารสกัดจากใบแปะก๊วย (Ginkgo biloba Leaf Extract) ซึ่งแตกต่างจากเมล็ดแปะก๊วยที่นิยมนำมาประกอบอาหาร ทั้งสองชนิดจึงมีประโยชน์และลักษณะการใช้งานแตกต่างกัน

เมล็ดแปะก๊วย

          เป็นเมล็ดของต้นแปะก๊วย มีคาร์โบไฮเดรตเป็นองค์ประกอบหลัก นิยมนำมาใส่ในของหวานหรืออาหารจีนบางเมนู อย่างไรก็ตาม ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมและต้องปรุงให้สุกก่อนรับประทาน เพราะเมล็ดดิบมีสารบางชนิดที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย โดยเฉพาะเมื่อรับประทานในปริมาณมาก

กิงโกะ หรือ สารสกัดจากใบแปะก๊วย

          ได้มาจากการสกัดใบของต้นแปะก๊วยและผ่านกระบวนการผลิตที่ช่วยควบคุมคุณภาพของสารสำคัญให้มีความสม่ำเสมอ โดยสารสำคัญที่พบในใบแปะก๊วย ได้แก่ กิงโกะ ฟลาโวน กลัยโคไซด์ (Ginkgo Flavone Glycosides) และเทอร์ปีน แล็กโตน (Terpene Lactones) ซึ่งเป็นสารที่ได้รับความสนใจและมีการศึกษาในงานวิจัยหลายด้าน

กิงโกะ มีประโยชน์อย่างไรจากงานวิจัย

กิงโกะ ช่วยเรื่องอะไร

          กิงโกะ ช่วยเรื่องอะไร ? เป็นคำถามที่หลายคนสงสัย ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์มีการศึกษาถึงบทบาทของสารสำคัญในใบแปะก๊วยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Ginkgo Flavone Glycosides และ Terpene Lactones อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษายังไม่เป็นข้อสรุปเดียวกัน และยังจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม ดังนี้

1. อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ

          ใบแปะก๊วยอุดมไปด้วยสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) และเทอร์ปีนอยด์ (Terpenoids) ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระในระดับห้องปฏิบัติการ อย่างไรก็ตาม การศึกษาทางคลินิกในมนุษย์ยังมีข้อมูลจำกัด และจำเป็นต้องมีงานวิจัยเพิ่มเติมเพื่อยืนยันผลต่อสุขภาพในด้านต่าง ๆ

2. อาจมีบทบาทต่อการทำงานของสมองและความจำ

          กิงโกะเป็นสมุนไพรที่มีการศึกษาบ่อยในด้านการทำงานของสมอง ความจำ และภาวะสมองเสื่อม แต่ผลการศึกษายังไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยบางการศึกษาพบว่า การใช้สารสกัดจากใบแปะก๊วยอาจช่วยชะลอการเสื่อมถอยของการรับรู้ในผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมบางกลุ่มได้ ขณะที่งานวิจัยในปี 2018 ยังพบว่า การใช้สารสกัดจากใบแปะก๊วยต่อเนื่องเป็นเวลา 22-24 สัปดาห์ อาจช่วยลดอาการบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับภาวะสมองเสื่อมได้

          อย่างไรก็ตาม ศูนย์สุขภาพเสริมและบูรณาการแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (NCCIH) ระบุว่า ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนเพียงพอที่จะสรุปว่า กิงโกะสามารถป้องกันหรือชะลอภาวะสมองเสื่อมหรือการเสื่อมของการรับรู้ได้ แม้ว่าจะมีบางการศึกษาที่รายงานผลเชิงบวกในผู้ป่วยบางกลุ่มก็ตาม

3. อาจช่วยเรื่องการไหลเวียนโลหิต

          งานวิจัยบางส่วนพบว่า สารสกัดจากใบแปะก๊วยอาจมีผลต่อการขยายหลอดเลือดและการไหลเวียนของเลือดในบางเนื้อเยื่อ ตัวอย่างเช่น การศึกษาในปี 2008 พบว่า ผู้ป่วยโรคหัวใจที่ได้รับสารสกัดจากใบแปะก๊วยมีการไหลเวียนโลหิตไปยังอวัยวะส่วนต่าง ๆ เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันประโยชน์ของใบแปะก๊วยที่มีต่อการไหลเวียนโลหิตและสุขภาพหัวใจ

4. อาจช่วยเรื่องสภาพจิตใจและความวิตกกังวล

          มีการศึกษาในสัตว์ทดลองบางส่วน เช่น งานวิจัยในปี 2015 และ 2018 ที่พบว่า สารต้านอนุมูลอิสระในใบแปะก๊วยอาจมีความเกี่ยวข้องกับการลดพฤติกรรมที่สื่อถึงความวิตกกังวล นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาในผู้สูงอายุที่พบว่า การใช้สารสกัดจากใบแปะก๊วยร่วมกับยาต้านอาการซึมเศร้า อาจช่วยลดระดับอาการซึมเศร้าได้ในบางราย 

          อย่างไรก็ตาม โรคซึมเศร้าและภาวะวิตกกังวลเป็นภาวะที่มีหลายปัจจัยเกี่ยวข้อง จึงยังไม่สามารถสรุปได้อย่างชัดเจนว่าสารสกัดจากใบแปะก๊วยมีประสิทธิผลในด้านนี้มากน้อยเพียงใด และยังจำเป็นต้องมีการศึกษาทางคลินิกเพิ่มเติม

5. อาจมีบทบาทต่อสุขภาพดวงตา

          มีการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยต้อหินที่ได้รับสารสกัดแปะก๊วยมีเลือดไหลเวียนไปยังดวงตาเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าทำให้การมองเห็นดีขึ้นจริง ส่วนเรื่องจอประสาทตาเสื่อมตามวัย ผู้เข้าร่วมบางคนรายงานว่ามองเห็นดีขึ้น แต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติในภาพรวม 

วิธีเลือกซื้อกิงโกะ หรือสารสกัดใบแปะก๊วย

  • เลือกสารสกัดที่ได้มาตรฐาน : นอกจากดูปริมาณสารสกัดจากใบแปะก๊วยแล้ว หากผลิตภัณฑ์ระบุปริมาณสารจิงโกะ ฟลาโวน ไกลโคไซด์ (Ginkgo Flavone Glycosides) และสารเทอร์ปีน แล็กโตน (Terpene Lactones) ก็จะช่วยให้ทราบถึงมาตรฐานและความสม่ำเสมอของสารสกัดได้ดีกว่าการระบุเพียงจำนวนมิลลิกรัมของสารสกัดจากใบแปะก๊วยเท่านั้น
  • เลือกสูตรให้เหมาะกับความต้องการ : ปัจจุบันกิงโกะมีให้เลือกทั้งสูตรเดี่ยวและสูตรผสม โดยแต่ละแบบมีจุดเด่นแตกต่างกัน
    • สูตรเดี่ยว : มีส่วนประกอบหลักเป็นสารสกัดจากใบแปะก๊วย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสารสกัดจากใบแปะก๊วยเพียงอย่างเดียว
    • สูตรผสม : มีการเสริมวิตามินหรือสารอาหารอื่น ๆ เช่น วิตามินบีรวม โคเอนไซม์ คิวเท็น (Coenzyme Q10) แอล-ไทโรซีน (L-Tyrosine) หรือโสม เหมาะสำหรับคนที่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบหลากหลาย
  • เลือกรูปแบบที่รับประทานสะดวก : ผลิตภัณฑ์กิงโกะมีหลายรูปแบบ เช่น แบบเม็ด แบบแคปซูลจึงควรเลือกรูปแบบที่รับประทานได้สะดวกและเหมาะกับไลฟ์สไตล์ 
  • อ่านฉลากและข้อมูลผลิตภัณฑ์ให้ละเอียด : ตรวจสอบส่วนประกอบ วิธีรับประทาน คำเตือน และข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร โดยเฉพาะผู้ที่แพ้กลูเตน ถั่วเหลือง นม หรือแล็กโทส เพื่อหลีกเลี่ยงส่วนผสมที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้
  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน : ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเลขสารบบอาหาร (อย.) ฉลากภาษาไทยครบถ้วน และผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน รวมถึงเลือกแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ เพื่อเพิ่มความมั่นใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์
  • เลือกซื้อจากแหล่งจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ : ควรเลือกซื้อจากร้านขายยา ร้านค้าอย่างเป็นทางการของแบรนด์ หรือช่องทางออนไลน์ที่ได้รับการรับรอง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการได้รับสินค้าปลอมหรือสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน
          รู้วิธีเลือกซื้อกิงโกะกันแล้ว คราวนี้มาดูกันต่อว่า กิงโกะ ยี่ห้อไหนน่าสนใจ และแต่ละแบรนด์มีจุดเด่นแตกต่างกันอย่างไร

กิงโกะ ยี่ห้อไหนดี ปี 2026

1. Now Foods Double Strength Ginkgo Biloba 120 mg

Now Foods Ginkgo Biloba 120 mg

ภาพจาก : Now Foods Official Shop TH

          NOW Foods Double Strength Ginkgo Biloba ผลิตภัณฑ์จากแบรนด์อาหารเสริมชื่อดังของสหรัฐอเมริกา ให้สารสกัดจากใบแปะก๊วย 120 มก. ในรูปแบบ Double Strength พร้อมใช้สารสกัดมาตรฐานที่ให้สารจิงโกะ ฟลาโวน ไกลโคไซด์ (Ginkgo Flavone Glycosides) 28.8 มก. และสารเทอร์ปีน แล็กโตน (Terpene Lactones) 7.2 มก. 
          นอกจากนี้ ยังมีส่วนผสมของโสมไซบีเรีย และใช้แคปซูลจากพืช สายมังสวิรัติเลือกรับประทานได้เลย อีกทั้งยังไม่มีส่วนผสมของยีสต์ ข้าวสาลี กลูเตน ถั่วเหลือง นม ไข่ ปลา หอย และถั่วเปลือกแข็ง จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนที่ต้องการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ที่พบได้บ่อยในอาหาร
  • วิธีรับประทาน : วันละ 2 แคปซูล หลังมื้ออาหาร 
  • ราคาปกติ : 1 ขวด 30 แคปซูล 800 บาท

2. BDMS Gevity Cognatiq Ginkgo plus

BDMS Gevity Cognatiq Ginkgo plus

ภาพจาก : SAVE DRUG OFFICIAL STORE

          Gevity Cognatiq Ginkgo Plus เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากเครือ BDMS ที่โดดเด่นด้วยการใช้ Cognatiq สารสกัดจากเมล็ดกาแฟอาราบิก้าสีเขียว ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่ได้รับการพัฒนาจากงานวิจัยเฉพาะ ผสานกับสารสกัดจากใบแปะก๊วย 60 มก. ที่ให้กิงโกะ ฟลาโวน ไกลโคไซด์ (Ginkgo Flavone Glycosides) 14.4 มก. พร้อมเสริมด้วยวิตามินบี 12 น้ำมันจมูกข้าว และสารอาหารอื่น ๆ จึงเป็นอีกหนึ่งสูตรที่รวมทั้งสารสกัดจากพืชและสารอาหารหลากหลายชนิดไว้ในแคปซูลเดียว
  • วิธีรับประทาน : วันละ 2 แคปซูลพร้อมอาหาร
  • ราคาปกติ : 1 ขวด 30 แคปซูล 450 บาท

3. MaxxLife BIO GINKGO

MaxxLife BIO GINKGO

ภาพจาก : Maxxlife

          แม็กซ์ ไลฟ์ ไบโอ กิงโกะ เป็นอีกหนึ่งสูตรที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะมีสารสกัดจากใบแปะก๊วยแล้ว ยังเสริมด้วยซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์, โคลีน ไบทาร์เทรต และวิตามินบี 12 ซึ่งมีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาทและสมอง จึงเหมาะกับคนที่ใช้สมองเยอะ นอนไม่ค่อยหลับ และต้องการสูตรผสมที่มีสารอาหารหลายชนิดในเม็ดเดียว 
  • วิธีรับประทาน : ครั้งละ 1 เม็ด ก่อนหรือหลังอาหารในแต่ละมื้อ
  • ราคาปกติ : 1 ขวด 30 เม็ด 990 บาท

4. Blackmores Ginkgo

Blackmores-Ginkgo

ภาพจาก : Blackmores Official Shop

          แบลคมอร์ส กิงโกะ แบรนด์ดังจากออสเตรเลีย เป็นสูตรที่ให้สารสกัดจากใบแปะก๊วย 40 มก. โดยปรับมาตรฐานให้มีสารฟลาโวน กลัยโคไซด์ (Flavone Glycosides) 10.7 มก. และกิงโกไลด์ (Ginkgolides) กับบิโลบาไลด์ (Bilobalide) รวม 2.7 มก. ซึ่งเป็นสารสำคัญที่พบในสารสกัดจากใบแปะก๊วยและมีการนำไปใช้ในการศึกษาวิจัยหลายด้าน ถูกใจคนที่ต้องการเลือกกิงโกะสูตรเดี่ยว ไม่ได้เติมวิตามินหรือสารสกัดชนิดอื่นเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์มีส่วนผสมของถั่วเหลือง คนที่แพ้ถั่วเหลืองควรหลีกเลี่ยงการรับประทาน
  • วิธีรับประทาน : พร้อมอาหาร ครั้งละ 1 เม็ด วันละ 1-2 ครั้ง ทุกวัน
  • ราคาปกติ : 1 ขวด 30 เม็ด 680 บาท

5. Amsel Ginkgo Bioba Extract 120 mg

Amsel Ginkgo Bioba Extract 120 mg

ภาพจาก : Amsel_Official shop

          กิงโกะจากแบรนด์แอมเซล มีสารสกัดจากใบแปะก๊วย 120 มก. พร้อมเสริมด้วยวิตามินบี 1 วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 และแอล-ไทโรซีน จึงเป็นอีกหนึ่งสูตรที่รวมวิตามินบีกลุ่มสำคัญและกรดอะมิโนไว้ในเม็ดเดียวในราคาย่อมเยา อย่างไรก็ตาม คนที่มีภาวะความดันโลหิตต่ำ หรือกำลังรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือดอยู่ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล  
  • ราคาปกติ : 1 ขวด 45 แคปซูล 360 บาท

6. ขาวละออ บิโลบา ใบแปะก๊วยสกัดชนิดเม็ด

ใบแปะก๊วย ขาวละออ

ภาพจาก : KHAOLAOR OFFICIAL STORE

          สำหรับคนที่มองหากิงโกะสูตรเดี่ยว ขาวละออ บิโลบา ใบแปะก๊วยสกัดชนิดเม็ด เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยในแต่ละเม็ดให้สารสกัดจากใบแปะก๊วย 40 มก. พร้อมสารฟลาโวน ไกลโคไซด์ 9.60 มก. เหมาะกับคนที่ต้องการสารสกัดจากใบแปะก๊วยเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีวิตามินหรือสารอาหารอื่น ๆ ผสมเพิ่มเติม
  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 เม็ด พร้อมอาหาร
  • ราคาปกติ : 1 ขวด 30 เม็ด 270 บาท

7. HandyHerb ใบแปะก๊วยสกัด 60 มก. ผสมวิตามินบีรวม

HandyHerb ใบแปะก๊วยสกัด

ภาพจาก : HandyHerbOfficial

          HandyHerb ใบแปะก๊วยสกัด 60 มก. จาก SAND-M เป็นสูตรที่ผสานสารสกัดจากใบแปะก๊วยเข้ากับวิตามินบีรวม 4 ชนิด ได้แก่ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 6 และวิตามินบี 12 ซึ่งเป็นวิตามินที่มีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาทและสมอง มีให้เลือกทั้งแบบซองพกพา 2 เม็ด และแบบแผง 10 เม็ด จึงสะดวกสำหรับการพกติดตัวหรือรับประทานนอกบ้าน อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์มีส่วนผสมของแล็กโทส ใครมีอาการแพ้ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
  • วิธีรับประทาน : วันละ 2 แคปซูลหลังอาหาร
  • ราคาปกติ : 1 กล่อง มี 12 ซอง (ซองละ 2 แคปซูล) 240 บาท

8. Clover Plus Ginkgo Co-Q10

CLOVER PLUS Ginkgo Co-Q10

ภาพจาก : cloverplusthailand

          โคลเวอร์พลัส จิงโกะ โคคิวเท็น ใช้สารสกัดจากใบแปะก๊วยที่นำเข้าจากเบลเยียมและสหรัฐอเมริกา ให้ปริมาณ 110 มก. ต่อแคปซูล จุดเด่นคือมีการผสานโคเอนไซม์ คิวเท็น (Coenzyme Q10) ซึ่งเป็นสารอาหารที่ได้รับความสนใจในการศึกษาด้านสุขภาพหัวใจและการสร้างพลังงานของเซลล์ พร้อมเสริมด้วยสารอาหารอื่น ๆ เช่น โปรตีนสกัดจากถั่วเหลือง ซีลีเนียม กรดโฟลิก และวิตามินบีกลุ่มต่าง ๆ เหมาะกับคนที่มองหาผลิตภัณฑ์สูตรผสมที่มีสารอาหารหลากหลาย ทั้งวัยทำงานและผู้สูงอายุ
  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 แคปซูล หลังมื้ออาหาร
  • ราคาปกติ : 1 ขวด 30 แคปซูล 490 บาท

กิงโกะกินได้วันละเท่าไหร่

          งานวิจัยส่วนใหญ่มักใช้สารสกัดจากใบแปะก๊วยในช่วง 120-240 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งแบ่งรับประทานวันละ 1-2 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ปริมาณที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันไปตามชนิดของผลิตภัณฑ์และวัตถุประสงค์ของการศึกษา จึงแนะนำให้รับประทานตามปริมาณที่ระบุบนฉลาก ซึ่งแต่ละยี่ห้อจะมีคำแนะนำการรับประทานแตกต่างกัน

กิงโกะ กินตอนไหนดี

กิงโกะ กินตอนไหนดี

          แนะนำให้รับประทานพร้อมอาหารหรือหลังอาหาร เพื่อลดโอกาสเกิดการระคายเคืองกระเพาะอาหาร และให้ไขมันในอาหารช่วยเรื่องการดูดซึม ทั้งนี้ หากผลิตภัณฑ์มีคำแนะนำเฉพาะ ควรรับประทานตามฉลากของผู้ผลิตเป็นหลัก

ใครควรปรึกษาแพทย์
ก่อนรับประทานกิงโกะ

          แม้กิงโกะจะเป็นอาหารเสริม แต่สำหรับคนบางกลุ่มควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ เช่น
  • คนที่รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือยาต้านเกล็ดเลือด เช่น วาร์ฟาริน, แอสไพริน
  • คนที่กำลังจะเข้ารับการผ่าตัด
  • คนที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือใช้ยาเป็นประจำ
  • คนที่เป็นโรคลมชักหรือลมบ้าหมู
  • หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • คนที่เคยมีประวัติแพ้ผลิตภัณฑ์จากแปะก๊วย
  • คนที่รับประทานอาหารเสริมชนิดอื่นอยู่ เช่น น้ำมันกระเทียม น้ำมันปลา เป็นต้น

กิงโกะ มีผลข้างเคียงไหม 
เช็กข้อควรระวังก่อนกิน

กิงโกะ ผลข้างเคียง

          เพื่อความปลอดภัยในการรับประทานกิงโกะ ควรคำนึงถึงข้อควรระวังดังต่อไปนี้ด้วย

  • ไม่ควรรับประทานร่วมกับยาบางชนิด เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น วาร์ฟาริน และแอสไพริน) ยากันชัก ยาต้านอาการซึมเศร้าบางชนิด รวมถึงยาในกลุ่ม NSAIDs (เช่น ไอบูโพรเฟน และนาโพรเซน) เนื่องจากอาจเกิดปฏิกิริยาระหว่างยาได้
  • ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน หากกำลังใช้ยาประจำตัว อาหารเสริม หรือสมุนไพรชนิดอื่น เพราะสารสกัดจากใบแปะก๊วยอาจมีปฏิกิริยากับผลิตภัณฑ์เหล่านั้น
  • ควรรับประทานตามปริมาณที่แนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์ และไม่ควรเพิ่มปริมาณรับประทานเอง หากต้องการรับประทานในปริมาณที่แตกต่างจากคำแนะนำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
  • กิงโกะอาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ในบางราย เช่น ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ ปวดท้อง ระคายเคืองทางเดินอาหาร หรือผื่นคัน ดังนั้น หากมีอาการผิดปกติหลังรับประทาน ควรหยุดใช้และรีบปรึกษาแพทย์
  • ผู้ที่กำลังจะเข้ารับการผ่าตัด หรือทำหัตถการที่มีความเสี่ยงต่อการมีเลือดออก ควรแจ้งแพทย์ว่ากำลังรับประทานผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากใบแปะก๊วย และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • อาหารเสริมจากสารสกัดใบแปะก๊วยไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรรับประทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ เพื่อสุขภาพที่ดี
          กิงโกะ หรือ สารสกัดจากใบแปะก๊วย เป็นอาหารเสริมที่มีผลิตภัณฑ์ให้เลือกหลายรูปแบบ ก่อนเลือกซื้อจึงควรพิจารณาปริมาณสารสกัด มาตรฐานของผลิตภัณฑ์ และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ควบคู่กัน นอกจากนี้ ควรอ่านฉลากและรับประทานตามคำแนะนำ พร้อมปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือกำลังรับประทานยาประจำ เพื่อความปลอดภัย

บทความที่เกี่ยวข้องกับอาหารเสริม

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
กิงโกะ ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 เช็กลิสต์ 8 ใบแปะก๊วยสกัด สูตรไหนน่าสนใจบ้าง อัปเดตล่าสุด 24 กรกฎาคม 2569 เวลา 11:33:47
TOP
x close