x close

กินทุเรียนเยอะเกินไป อันตรายไหม แก้ร้อนในอย่างไรดี ?


          กินทุเรียนมากไป ผลเสียต่อสุขภาพถามหาแน่ ๆ ว่าแต่มีปัญหาอะไรบ้างที่คนชอบกินทุเรียนต้องรู้ ?

กินทุเรียนมากไป

          อดใจไม่ไหว ห้ามใจไม่อยู่ทุกทีเมื่อกลิ่นทุเรียนลอยมาเตะจมูก จากที่ตั้งใจจะกินแค่ 1 พู แต่ความอร่อยก็เชิญชวนให้เผลอตัว เผลอใจกินไปเกือบหมดลูก แหม...แต่ถ้าเผลอกินทุเรียนมากไป หรือกินทุกวันจนเพลินใจ เพลินพุงแบบนี้ ก็ชักหวั่นว่าจะมีผลกระทบกับสุขภาพอยู่เหมือนกันนะเนี่ย กระปุกดอทคอม เลยต้องขอเตือนสาวกทุเรียนให้ยั้งใจไว้หน่อย เพราะกินบ่อย ๆ อาจเจอปัญหาตามนี้

น้ำหนักขึ้น

          ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมทุเรียนถึงไม่เป็นมิตรกับคนที่กำลังลดความอ้วนซะเลย เพราะราชาแห่งผลไม้ชนิดนี้ให้พลังงานสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ไหนก็มีน้ำตาลและกรดไขมันไม่อิ่มตัวในปริมาณสูง โดยข้อมูลจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ทุเรียน 1 เม็ดขนาดกลาง (40 กรัม) ให้น้ำตาล 18 กรัม ให้พลังงานประมาณ 60 กิโลแคลอรี เทียบได้กับข้าวสวยเกือบทัพพี (ข้าว 1 ทัพพี = 80 กิโลแคลอรี) ดังนั้น หากกินครั้งละ 3 เม็ด จะรับพลังงานไปถึง 180 กิโลแคลอรี หรือกินข้าว 2 ทัพพีกว่า ๆ เลย แต่ถ้าเผลอกินครั้งละ 4-6 เม็ด ก็รับพลังงานไปเกือบ ๆ 400 กิโลแคลอรี เทียบเท่ากับดื่มน้ำอัดลม 2 กระป๋อง หรือกินข้าวถึง 5 ทัพพี !

          - เช็กแคลอรีในทุเรียนพันธุ์ฮิต แต่ละชนิดให้พลังงานเท่าไร กินยังไงไม่อ้วน ! 

          ดังนั้น คนรักทุเรียนที่กลัวอ้วนจึงไม่ควรกินทุเรียนเกินวันละ 2 เม็ด แต่ถ้าใครมีโรคประจำตัว อย่างโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และหลอดเลือดหัวใจตีบ กินแค่ 1 เม็ดต่อวันก็พอ ส่วนใครมีปัญหาที่ไต ให้เลี่ยงทุเรียนไปเลยจะดีกว่า เพราะไม่สามารถขับโพแทสเซียมส่วนเกินได้เท่าคนปกติ ส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

          อ้อ ! แล้วหลังจากกินทุเรียนแล้ว ก็ควรงดหรือลดอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต น้ำตาล อาหารพลังงานสูงในมื้ออื่น ๆ ลงหน่อยนะคะ รวมทั้งผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงอย่าง ขนุน ลำไย มะม่วงสุก ก็ไม่ควรกินร่วมกับทุเรียนด้วยเช่นกัน และถ้าจะให้ดี ควรกินทุเรียนเป็นอาหารว่างจะดีกว่าการกินหลังอาหารมื้อหลัก เพราะจะยิ่งไปเพิ่มพลังงานมากขึ้น หรือลองอ่านวิธีกินทุเรียนแบบไม่ต้องกลัวอ้วนตามลิงก์นี้เลยค่ะ

          - กินทุเรียนแบบนี้ไม่ต้องกลัวอ้วน  

กินทุเรียนมากไป

ท้องอืด แน่นท้อง

          ปกติเวลาเรากินอาหารอะไรก็ตาม ถ้าอิ่มเกินไปก็มักรู้สึกอึดอัดแน่นท้องเป็นของธรรมดา แล้วยิ่งทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีแป้งและน้ำตาลสูง หากกินเยอะก็จะเกิดแก๊สในกระเพาะในปริมาณมาก ทำให้ท้องอืด ย่อยยาก ดังนั้นจึงไม่ควรกินทุเรียนในปริมาณที่มากจนเกินไปในคราวเดียว นอกจากนี้ก็คือ อิ่มแล้วไม่ควรล้มตัวลงนอนทันที เพราะจะยิ่งทำให้เกิดอาการแน่นท้อง และอาจเสี่ยงต่อการหายใจไม่ออกได้เลย

กินทุเรียนมากไป

เจ็บคอ ร้อนใน

          ทุเรียนจัดเป็นอาหารธาตุร้อน เพราะมีกรดซัลเฟอร์ไดออกไซด์ หรือกำมะถันสูง หากกินเข้าไปมาก ๆ จะทำให้อาการร้อนในมาเยือน ยิ่งถ้าใครเป็นคนธาตุร้อนด้วยแล้วเผลอไปกินทุเรียนมาก ๆ ท่ามกลางอากาศร้อน อาจทำให้ร้อนในจนไม่สบายได้เลย ซึ่งสัญญาณของอาการร้อนในมีทั้งเจ็บคอ เป็นแผลในปาก บางคนอาจมีอาการไอ เป็นไข้ ตัวร้อน ปวดศีรษะ มีขี้ตามาก รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว อึดอัด หน้าแดง ลิ้นแดง ฯลฯ

          ทั้งนี้ วิธีจะแก้อาการร้อนในก็ต้องกินอาหารธาตุเย็นลงไปเพื่อขับซัลเฟอร์ออก จะได้ช่วยปรับสมดุลในร่างกาย เช่น

          - ดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ หรือดื่มน้ำผสมเกลือครึ่งช้อนชาดื่มสักแก้ว เพื่อขับสารซัลเฟอร์และช่วยลดอาการร้อนในได้

          - กินผักสดให้มากขึ้น

          - กินผลไม้ที่มีน้ำเยอะ เช่น แตงโม แตงล้าน หรือผลไม้รสเปรี้ยว หรือหวานอมเปรี้ยว เช่น ส้ม สับปะรด มะนาว มังคุด

          - กินอาหารที่มีรสจืดหรือขม เช่น มะระ สะเดา บวบ รากบัว

          - ดื่มน้ำสมุนไพรที่มีฤทธิ์ช่วยแก้ร้อนใน เช่น น้ำเก๊กฮวย น้ำหล่อฮั่งก้วย น้ำรากบัว น้ำมะนาว น้ำใบบัวบก น้ำใบเตย เฉาก๊วย

          อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ใช่ว่าจะกินทุเรียนเข้าไปมาก ๆ แล้วค่อยไปกินอาหารธาตุเย็นชดเชยเอาทีหลัง เพราะถ้าบริโภคอะไรเกินพอดี ความอ้วนและอาการอื่น ๆ ก็ยังถามหาอยู่ดีนะคะ และข้อห้ามสำคัญก็คือ ห้ามกินทุเรียนร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เด็ดขาด เพราะจะทำให้ร่างกายเกิดความร้อนสูงมากกว่าปกติ จนร่างกายทนไม่ได้ นำมาซึ่งเกิดอาการหน้าแดง ชา วิงเวียน อาเจียน หัวใจทำงานหนักถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย

          รู้นะว่าทุเรียนอร่อย แต่ห้ามใจไว้หน่อยดีกว่านะคะ โดยเราควรกินทุเรียนในปริมาณที่เหมาะสมและถูกวิธี จะได้กินทุเรียนได้อย่างสบายใจไปตลอดหน้าทุเรียนนี้เลย


***หมายเหตุ : อัปเดตข้อมูลล่าสุดวันที่ 10 พฤษภาคม 2561

ขอบคุณข้อมูลจาก
- เฟซบุ๊ก กรมอนามัย
 

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
กินทุเรียนเยอะเกินไป อันตรายไหม แก้ร้อนในอย่างไรดี ? อัปเดตล่าสุด 18 พฤษภาคม 2564 เวลา 07:30:01 127,643 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP