x close

วิตามินรวม ยี่ห้อไหนดี ปี 2023 ช่วยเสริมส่วนที่ขาด ครบจบในเม็ดเดียว

           วิตามินรวม ยี่ห้อไหนดี มาดูกันว่าวิตามินรวม ช่วยเรื่องอะไรบ้าง เหมาะกับใคร ไม่ควรกินเกินวันละเท่าไร แล้วถ้าจะซื้อควรเลือกยังไงดี
วิตามินรวม

         เนื่องจากทุกวันนี้หลายคนต้องทำงานแข่งกับเวลา จึงอาจกินอาหารไม่ครบหมู่ เลยต้องมองหาอาหารเสริมเพื่อบำรุงสุขภาพ ซึ่งคนที่ต้องการความสะดวกไม่อยากกินวิตามินหลายเม็ด อาจจะลองมองหาวิตามินรวม ที่กินแค่เม็ดเดียวก็สามารถชดเชยสิ่งที่ร่างกายขาดได้ วันนี้เราจึงมาแนะนำวิตามินรวม ยี่ห้อไหนดี พร้อมทริกในการเลือกซื้อวิตามินรวมมาให้ด้วย

วิตามินรวม คืออะไร

          วิตามินรวม (Multivitamin) คือ อาหารเสริมรูปแบบเม็ด ที่นอกจากจะมีส่วนผสมของวิตามินหลายชนิดแล้ว ยังมีแร่ธาตุ เกลือแร่ สารสกัด หรือสารอาหารอื่น ๆ รวมมาด้วยภายในเม็ดเดียว

วิตามินรวมช่วยอะไร มีประโยชน์ด้านไหน
และมีวิตามินอะไรบ้าง

วิตามินรวม

          วิตามินรวมใช้เพื่อเสริมวิตามินและแร่ธาตุจำเป็นให้กับร่างกาย ซึ่งอาจเกิดจากได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน ทำให้เกิดภาวะขาดวิตามิน หรือใช้เพื่อบำรุงร่างกายในคนที่อ่อนเพลียง่าย ป่วยง่าย เพื่อให้วิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ เข้าไปฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแรงขึ้น โดยวิตามินรวม 1 เม็ด ประกอบด้วยสารอาหารหลายชนิด แต่ส่วนใหญ่มักจะมีวิตามินและแร่ธาตุเหล่านี้เป็นส่วนผสมอยู่ด้วย

  • วิตามินเอ : สารอาหารที่จำเป็นต่อการมองเห็นและสุขภาพดวงตา ลดปัญหาตาไวต่อแสง ตาบอดกลางคืน อีกทั้งยังช่วยบำรุงผิวพรรณ ลดการอักเสบของผิวและสิว

  • วิตามินบีรวม : ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ประสาทและสมอง เพิ่มความกระปรี้เปร่า บำรุงผิวพรรณ เล็บ เส้นผม บำรุงสุขภาพดวงตา ป้องกันโรคปากนกกระจอก โรคเหน็บชา สร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง ช่วยลดการอักเสบของกระดูกและข้อ 

  • วิตามินซี : เป็นวิตามินที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ลดอาการภูมิแพ้ ช่วยสร้างคอลลาเจน จึงดีต่อผิวพรรณ ลดการเกิดริ้วรอยแห่งวัย

  • วิตามินดี : ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียม ป้องกันโรคกระดูกพรุน 

  • วิตามินอี : ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน เสริมการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ พร้อมดูแลผิวพรรณไปในตัว 

  • กรดโฟลิก หรือโฟเลต : เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อหญิงตั้งครรภ์ เพราะช่วยสร้างตัวอ่อนในครรภ์ สร้างเม็ดเลือดและไขกระดูก และผลิตน้ำนมหลังคลอดบุตร สำหรับคนทั่วไป การบริโภคโฟเลตยังช่วยลดอาการอ่อนเพลีย และลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจ

  • แคลเซียม : เสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและฟัน ป้องกันภาวะกระดูกพรุน ช่วยในการแข็งตัวของเลือด ควบคุมระบบเผาผลาญและระบบประสาทให้ทำงานปกติ 

  • แมกนีเซียม : เป็นแร่ธาตุที่ควบคุมความสมดุลของแคลเซียมและกระบวนการทำงานต่าง ๆ ภายในเซลล์ อีกทั้งยังมีส่วนสำคัญต่อกระบวนการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาท ควบคุมความดันโลหิต และรักษาสมดุลจังหวะการเต้นของหัวใจ

  • สังกะสี : มีส่วนสำคัญในกระบวนการสร้างเม็ดเลือดขาว จึงช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน พร้อมทั้งช่วยในกระบวนการสร้างเสริมเซลล์ผิวใหม่ ทำให้แผลหายเร็วขึ้น และบำรุงผิวพรรณ อีกทั้งยังเสริมความแข็งแรงให้เส้นผมและเล็บที่อ่อนแออีกด้วย 

  • กรดอะมิโน แอล-ไลซีน : เป็นกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ มีส่วนสำคัญในการสร้างโปรตีน ซ่อมแซมเนื้อเยื่อ จึงช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ กระดูก และเส้นเอ็น ให้แข็งแรง ช่วยให้เส้นเลือดยืดหดได้และสามารถไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ได้ดี

  • ไบโอติน : ช่วยบำรุงเส้นผมให้แข็งแรง ลดโอกาสเกิดผมหงอกก่อนวัย ช่วยทำให้เล็บไม่เปราะหักและฉีกขาดง่าย  

วิตามินรวม เหมาะกับใคร

          หากเรามีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และรับประทานอาหารครบหมู่อยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องกินวิตามินรวม เพราะวิตามินรวมมีประโยชน์ในด้านการรักษาภาวะขาดวิตามิน จึงเหมาะกับคนบางกลุ่มเท่านั้น เช่น

  • ผู้ที่เป็นโรคขาดสารอาหาร
  • ผู้สูงอายุที่ขาดวิตามินและเกลือแร่
  • คนที่มีปัญหาด้านการย่อยอาหาร
  • คนที่มีปัญหาทางเดินอาหารอักเสบ
  • ผู้ที่เคยผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดขนาด
  • คนที่นอนน้อย พักผ่อนไม่พอ อ่อนเพลียง่าย
  • คนที่ชอบรับประทานอาหารซ้ำ ๆ เดิม ๆ เป็นประจำ หรือกินอาหารไม่ครบหมู่ หรือมักกินแต่อาหารที่ไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ
  • ผู้ที่อดอาหารหรือควบคุมน้ำหนัก
  • ผู้ที่รับประทานอาหารเจ หรือมังสวิรัติ
  • ผู้ป่วยที่กำลังพักฟื้นหรือหลังผ่าตัด

          ทั้งนี้ วิตามินรวมแต่ละยี่ห้อก็จะมีส่วนผสมและประโยชน์ต่างกันไป ดังนั้นควรอ่านฉลากก่อนซื้อว่าตอบโจทย์เราหรือไม่

วิตามินรวมกินตอนไหนดี

วิตามินรวม

         ควรกินวิตามินรวมพร้อมกับมื้ออาหาร หรือหลังอาหารไม่นาน เพื่อลดการระคายเคืองในกระเพาะอาหาร นอกจากนี้อาหารที่เราเพิ่งรับประทานเข้าไปจะได้ไปช่วยดูดซึมสารอาหารในวิตามินรวมบางชนิดได้ดีขึ้น เช่น วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี วิตามินเค ที่ละลายในไขมัน

ข้อควรระวังเมื่อกินวิตามินรวม

  • วิตามินรวมช่วยทดแทนส่วนที่ขาดได้ก็จริง แต่สำหรับเด็กเล็ก สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร ควรต้องปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคตับ โรคไต ไม่ควรซื้อวิตามินมารับประทานเอง แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อน 

  • ผู้ป่วยที่กินยาละลายลิ่มเลือดไม่ควรรับประทานวิตามินรวมที่มีส่วนผสมที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา สารสกัดจากโสม สารสกัดจากขิง เป็นต้น และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

  • ผู้ที่กินยาลดความดันโลหิตสูงควรหลีกเลี่ยงวิตามินรวมที่มีสารสกัดจากโสม 

  • ไม่ควรกินวิตามินรวมคู่กับนม ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม แคลเซียมเสริม หรือยาลดกรดที่มีแคลเซียมเป็นส่วนผสม เนื่องจากแคลเซียมทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมส่วนผสมบางชนิดในวิตามินรวมได้

  • ไม่รับประทานเกินปริมาณที่กำหนด โดยควรรับประทานตามคำแนะนำบนฉลาก หรือตามแพทย์สั่ง

  • ไม่ควรกินวิตามินรวมเพื่อหวังผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และอ่านคำเตือนในฉลากทุกครั้งก่อนบริโภค

  • ควรสังเกตอาการตนเองว่าถ้ากินวิตามินรวมแล้วเกิดอาการข้างเคียง เช่น อาหารไม่ย่อย เป็นลมพิษ ปวดศีรษะ หายใจลำบาก เป็นต้น ควรรีบไปพบแพทย์

วิธีเลือกซื้อวิตามินรวม

วิตามินรวม

  • เลือกแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ มีการรับรองมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย.

  • เลือกตามส่วนผสมที่ต้องการ เช่น ถ้ามีภาวะขาดวิตามินบี หรือต้องการบำรุงระบบประสาทและสมอง ควรเลือกวิตามินรวมที่มีส่วนผสมของวิตามินบี กรณีต้องการบำรุงผิวพรรณ ควรเลือกแบรนด์ที่มีวิตามินซี วิตามินอี แต่ทั้งนี้อาจปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อจะได้ทราบว่าเราขาดวิตามินตัวไหนหรือไม่

  • พิจารณาส่วนผสมและปริมาณของวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายเป็นหลัก ส่วนสารอาหารอื่น ๆ เป็นเพียงตัวเสริมเท่านั้น จึงไม่จำเป็นต้องเลือกวิตามินที่มีปริมาณสารอาหารมากจนเกินไป เพราะอาจสะสมตกค้างในร่างกาย 

  • พิจารณาสัดส่วนของส่วนผสมแต่ละแบรนด์ด้วย เนื่องจากแม้จะมีชนิดของวิตามิน-แร่ธาตุเหมือนกัน แต่ปริมาณอาจแตกต่างกัน

  • เลือกวิตามินรวมที่เหมาะกับความต้องการส่วนบุคคล โดยคำนึงถึงอายุ เพศ และปัญหาสุขภาพ เช่น บางยี่ห้อผลิตวิตามินรวมสำหรับผู้ชาย วิตามินรวมสำหรับผู้หญิง หรือวิตามินรวมสำหรับผู้สูงอายุ โดยเฉพาะ

  • เลือกตามรูปแบบของวิตามินที่ต้องการ โดยปัจจุบันมีทั้งแบบเม็ด แบบเม็ดฟู่ละลายน้ำที่รับประทานง่าย หรือแบบเยลลี่กัมมี่สำหรับเคี้ยว แต่อาจจะมีปริมาณน้ำตาลแฝงมาด้วย 

  • ตรวจสอบส่วนผสมของวิตามินรวมว่ามีสารอาหารที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือไม่

  • หลีกเลี่ยงวิตามินรวมที่มีการแต่งเติมสี กลิ่น สารกันบูด หรือสารสังเคราะห์ต่าง ๆ ที่มากเกินจำเป็น

  • ตรวจสอบบรรจุภัณฑ์ว่าอยู่ในสภาพดี ฝาปิดสนิท มีแจ้งสถานที่ผลิต วันเดือนปีที่ผลิต และวันเดือนปีที่หมดอายุ  

  • ซื้อวิตามินรวมจากร้านที่เชื่อถือได้ เช่น ร้านขายยาที่มีเภสัชกรประจำร้านคอยให้คำแนะนำ

วิตามินรวม ยี่ห้อไหนดี 2023

1. วิตามินรวม CENTRUM A-Zinc Multivitamin

วิตามินรวม

ภาพจาก : centrum.co.th

         วิตามินรวม แบรนด์ Centrum จากสหรัฐอเมริกา ตัวนี้ประกอบไปด้วยวิตามินรวมและเกลือแร่ 22 ชนิด เช่น วิตามินบีรวม วิตามินอี วิตามินซี วิตามินเอในรูปแบบเบต้าแคโรทีน ลูทีน ไลโคปีน ช่วยบำรุงดวงตา รวมทั้งมีแมกนีเซียม ช่วยในการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ไบโอติน ช่วยบำรุงเส้นผม เล็บ และผิวหนัง และยังมีเกลือแร่ต่าง ๆ เหมาะกับคนที่กินอาหารไม่หลากหลาย รวมทั้งผู้ที่ไม่ชอบกินผักและผลไม้ แต่เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน

  • ชนิดของสารอาหาร : วิตามินและเกลือแร่ รวม 22 ชนิด พร้อมด้วยเบต้าแคโรทีน, ลูทีน และไลโคปีน
  • ขนาดบรรจุ : 30 เม็ด
  • ราคาปกติ : 299 บาท
  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 เม็ด หลังอาหารเช้า

2. วิตามินรวมแบนเนอร์ โกลด์พลัส (Banner Multivitamin+ZINC)

วิตามินรวม

ภาพจาก : osotspadelivery.com

        แบนเนอร์โกลด์พลัส วิตามินรวมในขวดสีทองที่ประกอบด้วย วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี วิตามินดี และวิตามินอี พร้อมด้วยสังกะสี ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกัน ต่อต้านอนุมูลอิสระ ทำให้เซลล์เสื่อมช้าลง อีกทั้งยังเสริมกรดอะมิโน 18 ชนิด จากโปรตีนถั่วเหลืองที่ย่อยเข้าสู่ร่างกายได้เร็วขึ้น ช่วยสร้างและซ่อมแซมเซลล์ต่าง ๆ และเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อ เหมาะกับคนที่ต้องเจอมลภาวะ มีความเครียดสูง ไม่ค่อยมีเวลาดูแลตัวเอง และรับประทานอาหารไม่หลากหลาย
  • ชนิดของสารอาหาร : วิตามิน 11 ชนิด, แร่ธาตุ 4 ชนิด และกรดอะมิโน 18 ชนิด
  • ขนาดบรรจุ : 30 เม็ด
  • ราคาปกติ : 360 บาท
  • วิธีรับประทาน : ครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2 ครั้ง หลังอาหารเช้าและก่อนนอน

3. วิตามินรวม Blackmores Multivitamin Active

วิตามินรวม

ภาพจาก : blackmores.co.th

          แบลคมอร์ส มัลติ แอคทีฟ อาหารเสริมจากออสเตรเลีย ประกอบด้วยวิตามินและแร่ธาตุรวม 23 ชนิด พร้อมด้วยกรดอะมิโนและสารสกัดจากอาร์ติโชก ช่วยเสริมสร้างพลังงานแก่ร่างกาย มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะวัยทำงาน เพื่อพร้อมสำหรับการทำงานในแต่ละวัน รวมทั้งมีลูทีน ทอรีน และโคเอนไซม์คิวเทน ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิวหนัง ทำให้ริ้วรอยดูจางลง ผิวพรรณเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล

  • ชนิดของสารอาหาร : วิตามิน 8 ชนิด, แร่ธาตุ 11 ชนิด และมีสารสกัดจากใบอาร์ติโชก ทอรีน ลูทีน และโคเอนไซม์คิวเทน
  • ขนาดบรรจุ : 30 เม็ด
  • ราคาปกติ : 450 บาท
  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 เม็ด หลังอาหารเช้า

4. สวิสเซ อัลติไวท์ วิตามินรวม ผสมวิตามินบี (Swisse Ultivite Multivitamin With B Vitamins)

วิตามินรวม

ภาพจาก : lazada.co.th

         วิตามินรวมอีกหนึ่งแบรนด์คุณภาพนำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย ตัวนี้เน้นวิตามินบีเป็นหลัก ตั้งแต่วิตามินบี 1 ถึงบี 12 และมีวิตามินพร้อมแร่ธาตุอื่น ๆ รวม 30 ชนิด เช่น แคลเซียม ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน กรดโฟลิกและธาตุเหล็ก ช่วยบำรุงเลือด พร้อมเบต้าแคโรทีนและลูทีน บำรุงสายตา กรดอะมิโน แอล-ไลซีน เสริมสร้างกล้ามเนื้อ ช่วยให้ผิวพรรณเต่งตึง รอยบาดแผลจะสมานเร็วขึ้น และมีโสมเกาหลี เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด บำรุงหัวใจ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากแบรนด์นี้มีวิตามินบีรวม จึงไม่เหมาะกับผู้เป็นโรคนิ่ว เพราะอาจตกตะกอนที่ไตและทางเดินปัสสาวะ

  • ชนิดของสารอาหาร : วิตามิน 14 ชนิด, แร่ธาตุ 9 ชนิด และสารสกัดจากธรรมชาติ 5 ชนิด ได้แก่ โสมเกาหลี, เกรปซีด, มะเขือเทศ, กรีนที และจิงเจอร์
  • ขนาดบรรจุ : 30 เม็ด
  • ราคาปกติ : 650 บาท
  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 เม็ด หลังอาหาร และดื่มน้ำตามมาก ๆ

5. วิตามินรวม VISTRA Multivitamins & Minerals PLUS AMINO ACID

วิตามินรวม

ภาพจาก : vistra.co.th

         วิสทร้า อาหารเสริมแบรนด์ไทยชื่อดัง กระปุกนี้เป็นวิตามินรวม 6 ชนิด ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเค และมีแร่ธาตุต่าง ๆ เช่น แคลเซียม เหล็ก แมกนีเซียม เป็นต้น ผสมกรดอะมิโน ที่ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เพิ่มความแข็งแรงของร่างกาย กระตุ้นการทำงานของสมอง เสริมภูมิคุ้มกัน จุดเด่นของแบรนด์นี้ก็คือมีราคาถูกกว่ายี่ห้ออื่น ๆ

  • ชนิดสารอาหาร : วิตามิน 12 ชนิด แร่ธาตุและสารอาหารอื่น ๆ 15 ชนิด
  • ขนาดบรรจุ : 50 เม็ด
  • ราคาปกติ : 290 บาท
  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร

6. วิตามินรวม MEGA We care Multilives

วิตามินรวม

          วิตามินรวมกระปุกนี้เหมาะกับผู้หญิงวัย 35 ปีขึ้นไป ซึ่งนอกจากจะมีวิตามินตัวหลัก ๆ อย่าง เอ บี ซี ดี แล้ว ก็ยังพ่วงมาด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นกับผู้หญิง เช่น วิตามินอี ตัวช่วยบำรุงผิวพรรณ ไบโอติน ลดผมร่วง ป้องกันผมหงอก บำรุงเส้นผมและเล็บ สารสกัดจากใบแปะก๊วยช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอการเสื่อมของผิว แคลเซียมที่จำเป็นสำหรับกระดูก กรดโฟลิกช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง กระตุ้นการย่อยไขมัน รวมทั้งตัวเด็ดอย่างสารสกัดจากจมูกถั่วเหลืองที่ช่วยปรับสมดุลระบบฮอร์โมนของผู้หญิงวัย 40 ปีขึ้นไปที่เริ่มมีภาวะขาดฮอร์โมนเพศหญิง จนเริ่มมีอาการต่าง ๆ ที่กระทบต่อจิตใจและอารมณ์

  • ชนิดของสารอาหาร : วิตามิน แร่ธาตุและสารอาหารอื่น ๆ รวม 27 ชนิด
  • ขนาดบรรจุ : 30 เม็ด
  • ราคาปกติ : 880 บาท
  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 เม็ด พร้อมอาหาร

7. วิตามินรวม Interpharma Multivitamin

วิตามินรวม

ภาพจาก : interpharma.co.th

         สำหรับวิตามินรวมแบรนด์อินเตอร์ฟาร์มาจะต่างจากแบรนด์อื่น ๆ เพราะมาในรูปแบบเม็ดฟู่รสส้มที่นำเข้าจากประเทศเยอรมนี สามารถละลายน้ำได้เร็ว ไม่ตกตะกอน ช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้สมบูรณ์ อุดมไปด้วยวิตามินรวม 10 ชนิด ได้แก่ วิตามินบีรวม วิตามินซี วิตามินอี ช่วยเสริมภูมิต้านทาน ชะลอความชรา บำรุงระบบประสาทและสมอง และไบโอติน ช่วยบำรุงผม ผิว และเล็บ จัดว่าเป็นวิตามินรวมที่มีชนิดและปริมาณไม่มากไม่น้อยจนเกินไป สามารถรับประทานได้ตั้งแต่อายุ 6 ขวบขึ้นไป

  • ชนิดของสารอาหาร : วิตามิน 9 ชนิด แร่ธาตุ 1 ชนิด
  • ขนาดบรรจุ : 20 เม็ด
  • ราคาปกติ : 240 บาท
  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 เม็ด

8. เรียลอิลิคเซอร์ มัลติวิตามิน (Real Elixir Multi Vitamin)

วิตามินรวม

ภาพจาก : hrealelixir.com

        เรียลอิลิคเซอร์ มัลติวิตามิน พลัสโคเอนไซม์คิวเทน กระปุกนี้มี Co Q10 ที่เหมาะกับผู้สูงอายุ โดยช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย บำรุงสมอง ช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานปกติ และยังช่วยเพิ่มความกระปรี้กระเปร่าให้กับนักกีฬาหรือผู้ที่ชอบออกกำลังกาย สำหรับวิตามินรวมมี 11 ชนิด เช่น วิตามินซี วิตามินอี วิตามินบี เป็นต้น และแร่ธาตุ 9 ชนิด เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก สังกะสี ซิลีเนียม เป็นต้น

  • ชนิดของสารอาหาร : วิตามินรวม 11 ชนิด และแร่ธาตุ 9 ชนิด
  • ขนาดบรรจุ : 30 เม็ด
  • ราคาปกติ : 700 บาท
  • วิธีรับประทาน : วันละ 1 เม็ด
          หากสนใจวิตามินรวมเพื่อทดแทนวิตามิน เกลือแร่ หรือแร่ธาตุที่ขาด ลองส่องดูยี่ห้อที่ตอบโจทย์ความต้องการของเราได้เลย ทั้งนี้ สำหรับคนที่แพ้อาหาร มีโรคประจำตัว หรือตั้งครรภ์ ก่อนรับประทานอาหารเสริมใด ๆ อยากให้ปรึกษาแพทย์ประจำตัวหรือปรึกษาเภสัชกรก่อนทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย

บทความที่เกี่ยวข้องกับอาหารเสริมและวิตามิน

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
วิตามินรวม ยี่ห้อไหนดี ปี 2023 ช่วยเสริมส่วนที่ขาด ครบจบในเม็ดเดียว อัปเดตล่าสุด 14 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 10:40:32 188,463 อ่าน
TOP