x close

ลำไส้ใหญ่ทำหน้าที่อะไร ดูแลอย่างไรห่างไกลโรค

          ลำไส้ใหญ่ทำหน้าที่อะไร มีลักษณะอย่างไร มีบทบาทแค่ไหนในร่างกาย และจะดูแลอย่างไรให้แข็งแรง มีสุขภาพดีไม่เป็นโรค

           ถ้าพูดถึงระบบทางเดินอาหารในร่างกาย ลำไส้ใหญ่ถือเป็นเครื่องในที่สำคัญ ทว่าหลายคนยังไม่เคยรู้เลยว่าลำไส้ใหญ่มีหน้าที่อะไร ต้องดูแลยังไง จนเมื่อการทำงานของลำไส้ใหญ่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ท้องเสีย ท้องผูก หรือมีเลือดไหลออกจากทวารหนัก นี่แหละถึงเริ่มมาสนใจลำไส้ใหญ่กันมากขึ้น เอาเป็นว่าเรามาทำความรู้จักกับลำไส้ใหญ่กันให้มากขึ้นดีกว่า ทั้งหน้าที่และวิธีการดูแลเพื่อสุขภาพที่ดีปราศจากโรคภัย

ลําไส้ใหญ่ มีลักษณะอย่างไร

ลำไส้ใหญ่

           ลำไส้ใหญ่ ภาษาอังกฤษคือ Large Intestine มีความยาวประมาณ 1.5 เมตร หรือ 150 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 6 เซนติเมตร มีลักษณะเป็นท่อกลวงขนาดใหญ่ แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ลำไส้ใหญ่ส่วนต้น เป็นส่วนที่ต่อจากลำไส้เล็ก ยาวประมาณ 6-7 เซนติเมตร มีไส้ติ่งยื่นออกมาราวนิ้วก้อยทางด้านขวา ถัดมาคือ ลำไส้ใหญ่เป็นรูปตัวยูคว่ำ มีความยาวมากที่สุดประมาณ 145 เซนติเมตร และส่วนสุดท้ายเรียกว่า ลำไส้ตรง ความยาวประมาณ 12 เซนติเมตร ปลายของไส้ตรงเรียกว่าทวารหนัก รอบ ๆ จะมีกล้ามเนื้อหูรูดทั้งภายในและภายนอก
ลำไส้ใหญ่ มีหน้าที่อะไร
ลำไส้ใหญ่

         หลายคนสงสัยว่าลำไส้ใหญ่ย่อยอะไร แม้ว่าลำไส้ใหญ่จะอยู่ในระบบย่อยอาหาร แต่ลำไส้ใหญ่ไม่ได้มีหน้าที่ย่อยอาหารเลย ถ้าอยากทำความรู้จักกับลำไส้ใหญ่ให้มากขึ้นตามมาดูหน้าที่ของลำไส้ใหญ่กัน 

         1. รับกากอาหารที่ย่อยเสร็จแล้วจากลำไส้เล็กมากักเก็บไว้ที่ลำไส้ใหญ่ส่วนปลายเป็นก้อนอุจจาระ เพื่อขับถ่ายออกจากร่างกาย

         2. ดูดซึมน้ำ วิตามิน แร่ธาตุ และน้ำตาลกลูโคส ออกจากกากอาหาร กลับเข้าสู่ร่างกายผ่านกระแสเลือด

         3. ผลักดันกากอาหารให้ไปสู่ไส้ตรง และสร้างน้ำเมือกจากผนังลำไส้ใหญ่ด้านในออกมาหล่อลื่น เพื่อให้ขับถ่ายสะดวก

         4. เป็นที่อยู่ของแบคทีเรียหลายชนิดที่มีประโยชน์และไม่เกิดโทษ เช่น แบคทีเรียที่ช่วยสังเคราะห์วิตามินบีหลายชนิด วิตามินเค โพรไบโอติก เป็นต้น ซึ่งแบคทีเรียเหล่านี้มีประโยชน์มากมาย ทั้งช่วยยับยั้งแบคทีเรียที่เกิดโทษ สร้างสมดุลของกรดและด่าง ช่วยดูดซึมสารอาหาร ดูดซึมคอเลสเตอรอล ช่วยย่อยอาหารบางประเภทที่ร่างกายไม่สามารถย่อยได้ หรือย่อยได้ไม่หมด

โรคลำไส้ที่พบได้บ่อย มีอะไรบ้าง
ลำไส้ใหญ่

           หากมีอาการท้องอืด ท้องผูก ปวดท้องโดยไม่ทราบสาเหตุ อาจเป็นสัญญาณว่าลำไส้กำลังมีปัญหา ซึ่งโรคเกี่ยวกับลำไส้ที่พบบ่อย ได้แก่

ลำไส้ใหญ่อักเสบ

          ลำไส้อักเสบ อาการแสดงหลัก ๆ คือ ท้องเสียหรือท้องร่วงร่วมกับปวดท้อง โดยอาการปวดท้องนั้นจะมีลักษณะแบบปวดบีบ ๆ รวมทั้งอาจมีลักษณะอุจจาระเหลว เป็นน้ำ เป็นมูกหรือเป็นมูกเลือด ถ่ายบ่อย 5-10 ครั้งต่อวัน หรือบางครั้งปวดแต่ถ่ายไม่ออก มีไข้สูงหรือไข้ต่ำ รู้สึกหนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียน และอ่อนเพลีย 
 

เช็กอาการลำไส้อักเสบ ถ่ายบ่อย ปวดท้องบิด มีสิทธิ์เป็นโรคนี้ ?

โรคลำไส้แปรปรวน

           ลำไส้แปรปรวน หรือ IBS เกิดจากลำไส้บีบตัวผิดปกติ จะมีอาการแน่นท้อง มีลม หรือแก๊สในท้องมาก โดยเฉพาะหลังกินข้าวจะปวดท้องมาก และอาการดีขึ้นหลังได้ขับถ่าย หรืออาจมีอาการท้องผูกสลับกับท้องเสีย อุจจาระมีเมือกใส หรือมีสีขาวปนออกมา กลั้นปัสสาวะและอุจจาระไม่อยู่ โรคนี้ไม่อันตรายถึงกับชีวิต แต่มักเป็นเรื้อรังซึ่งอาจกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน

โรคลำไส้รั่ว

           จะมีอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย อ่อนเพลียง่าย ปวดตามข้อและกระดูก เป็นผื่นลมพิษ หรือภูมิแพ้ โรคนี้เกิดจากเยื่อบุผนังลำไส้ทำงานผิดปกติ ทำให้สิ่งแปลกปลอมเข้าสู่กระแสเลือดได้ มักมีสาเหตุจากความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ รับประทานอาหารประเภทนมและน้ำตาลมากเกินไป รวมทั้งพฤติกรรมสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

โรคลำไส้อุดตัน

          เกิดจากมีสิ่งอุดตันการทำงานของลำไส้ ทำให้อาหารเคลื่อนผ่านไม่ได้ ซึ่งอาจเกิดการอุดตันในลำไส้บางส่วนหรืออุดตันทั้งหมด มีได้หลายอาการขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่อุดตัน เช่น ปวดท้อง ท้องอืด คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ท้องผูกเป็นเวลานาน อุจจาระมีลักษณะลีบลง
 

ท้องอืด อึดอัด ไม่ถนัดขับถ่าย อาจเสี่ยงอุจจาระอุดตันในลำไส้ !

มะเร็งลำไส้ใหญ่

          มีอาการแน่นท้อง ท้องอืด ปวดท้อง อาเจียน อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลดผิดปกติ คลำก้อนได้บริเวณท้อง อุจจาระมีสีคล้ำ อาจมีมูกเลือดปะปนมากับอุจจาระ รวมถึงอาจขับถ่ายลำบาก มีอาการท้องผูกสลับกับท้องเสีย หรือมีอาการถ่ายอุจจาระไม่สุด มักพบในคนที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป
 

มะเร็งลำไส้ใหญ่ อาการระยะต่าง ๆ เป็นอย่างไร โรคร้ายจากไลฟ์สไตล์อันเร่งรีบ

วิธีดูแลสุขภาพลำไส้ใหญ่
ลำไส้ใหญ่

เพื่อป้องกันโรคต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับลำไส้ใหญ่ เราควรดูแลสุขภาพตัวเองตามนี้

          1. กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสี ผัก ผลไม้ เพราะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ ช่วยให้ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายดี

          2. รับประทานโยเกิร์ตและนมเปรี้ยว เพื่อเพิ่มแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้

          3. หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ส่วนที่ไหม้เกรียมจากการปิ้ง ย่าง ทอด รมควัน เนื่องจากมีสารก่อมะเร็งไนโตรซามีน ซึ่งทำให้เสี่ยงเป็นมะเร็งลำไส้ รวมทั้งลดการรับประทานอาหารไขมันสูง อาหารรสจัดเกินไป

          4. เคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืน เพื่อลดการทำงานของระบบทางเดินอาหาร

          5. ออกกำลังกายสม่ำเสมอจะสามารถกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนไหวของลำไส้ได้ ช่วยทำให้ลำไส้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

          6. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการนอนหลับน้อยเกินไปจะส่งผลให้จุลินทรีย์ในลำไส้ลดลง 

          7. พยายามลดความเครียดด้วยการหากิจกรรมที่ทำแล้วช่วยผ่อนคลาย เพราะความเครียดจะทำให้ลำไส้ใหญ่บีบตัวผิดปกติ และเป็นสาเหตุของโรคลำไส้แปรปรวนได้

10 วิธีคลายเครียดให้หมดไป ภายในไม่กี่นาที

          8. งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากสารเคมีและสารพิษที่ได้รับจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายส่งผ่านไปยังลำไส้ และก่อเกิดเป็นเซลล์มะเร็ง

          9. ควรขับถ่ายในช่วงเวลา 05.00-07.00 น. ที่เป็นเวลาทำงานของลำไส้ใหญ่ ทำให้ของเสียและกากอาหารถูกขับได้ดีที่สุด หรือถ้าปกติเคยขับถ่ายเวลาไหนก็พยายามขับถ่ายเวลาเดิมให้ได้ทุกวัน แต่ถ้ามีปัญหาเรื่องการขับถ่าย แนะนำให้ดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง 1-2 แก้ว หลังตื่นนอนทันที จะช่วยกระตุ้นลำไส้ให้ทำงานและขับถ่ายได้สะดวก

          10. ควรตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะคนที่มีอายุมากกว่า 50 ปี หรือคนที่เคยมีประวัติหรือสมาชิกในครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือเคยตรวจพบติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่มาก่อน รวมทั้งคนที่เป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง และคนที่สูบบุหรี่ คนที่ดื่มสุราเป็นประจำ
 
           คราวนี้ก็ได้รู้กันแล้วว่าลำไส้ใหญ่มีหน้าที่อะไร มีความสำคัญยังไงกับร่างกาย พร้อมด้วยวิธีดูแลสุขภาพลำไส้ใหญ่ ซึ่งข้อมูลข้างต้นคงช่วยให้เรารู้จักลำไส้ใหญ่ และช่วยให้เราหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้เกิดโรคภัยต่อลำไส้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี

บทความที่เกี่ยวข้องกับลำไส้ใหญ่

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
ลำไส้ใหญ่ทำหน้าที่อะไร ดูแลอย่างไรห่างไกลโรค อัปเดตล่าสุด 22 กันยายน 2564 เวลา 13:09:59 6,763 อ่าน
TOP