x close

Home Isolation กักตัวที่บ้านกี่วัน ต้องทำยังไง อาการแบบไหนถึงส่งต่อ รพ.

           สำหรับคนติดโควิด 19 มีอาการไม่รุนแรง และใช้วิธีกักตัวที่บ้าน หรือ Home Isolation ควรดูแลตัวเองหรือปฏิบัติตัวอย่างไร เพื่อไม่ให้คนในบ้านติดเชื้อไปด้วย มาทำความเข้าใจกัน
          สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 กลับมาตึงเครียดอีกครั้งในช่วงต้นปี 2565 เมื่อยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลพบว่าผู้ติดโควิดสายพันธุ์โอมิครอนส่วนใหญ่ไม่มีอาการ ส่วนคนที่มีอาการก็มักเป็นแค่เจ็บคอ ไอ มีไข้ ซึ่งไม่รุนแรงมาก การรักษาจึงเน้นดูแลแบบกักตัวที่บ้าน หรือ Home Isolation เป็นหลัก หรือถ้าอยู่ใน Hospitel และโรงพยาบาล ก็ใช้เวลาเพียงระยะสั้น ๆ แล้วกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้

          แล้วถ้าเราเป็นหนึ่งในผู้ป่วยโควิดที่ Home Isolation เราต้องทำอะไรบ้าง ดูแลตัวเองและป้องกันคนรอบข้างไม่ให้สัมผัสเชื้อไวรัสได้อย่างไร มาดูคำแนะนำกัน
 

ตรวจ ATK แล้วผลเป็นบวก ทำไงดี นี่เราติดโควิดชัวร์แล้วหรือยัง ?

ใครรักษาตัวแบบ Home Isolation ได้บ้าง
Home Isolation

           ก่อนอื่นต้องทราบว่าตัวเราเข้าข่ายจะได้รักษาด้วยวิธี Home Isolation หรือไม่ ซึ่งตามแนวทางปฏิบัติสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ในการให้คำแนะนำผู้ป่วยและการจัดบริการผู้ป่วยโควิด 19 แบบ Home Isolation ฉบับปรับปรุง วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 ระบุว่า ผู้ป่วยที่แพทย์สามารถให้รักษาตัวที่บ้านได้ คือ

     1. เป็นผู้ติดเชื้อที่มีอาการเล็กน้อย หรือไม่แสดงอาการ

     2. มีสุขภาพแข็งแรง อาจมีโรคร่วมที่รักษาและสามารถควบคุมได้ตามดุลยพินิจของแพทย์

     3. อายุน้อยกว่า 75 ปี

     4. ยินยอมแยกตัวในที่พักของตนเอง

          สำหรับเกณฑ์ดังกล่าวอาจปรับได้ตามดุลยพินิจของแพทย์ โดยพิจารณาเรื่องความปลอดภัยของผู้ป่วยและด้านการควบคุมโรคประกอบกัน

          นอกจากนี้ในกลุ่มผู้ป่วยโควิด 19 ที่มีอาการดีขึ้น หลังเข้ารับการรักษาในสถานที่ที่รัฐจัดให้หรือโรงพยาบาล อย่างน้อย 7 วัน แพทย์อาจวินิจฉัยให้กลับบ้านโดยวิธี Home Isolation เช่นกัน

ส่วนกลุ่มคนที่ไม่เข้าข่าย Home Isolation อาจใช้การรักษาดังนี้

     - ผู้ที่ไม่มีอาการ หรือมีอาการไม่มาก แต่ไม่สามารถกักตัวที่บ้านได้ ให้รักษาที่ศูนย์กักตัว หรือ COMMUNITY ISOLATION ของแต่ละเขต หรือโรงพยาบาลสนาม หรือ Hospitel

     - คนมี่อาการรุนแรง หรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น มีโรคประจำตัว เป็นผู้มีภูมิคุ้มกัน จะได้รับการดูแลใน Hospitel โรงพยาบาลสนาม หรือโรงพยาบาล

ลงทะเบียน Home Isolation ยังไง

           หากผลตรวจหาเชื้อโควิด 19 เป็นบวก แต่ตัวเองไม่มีอาการ หรือมีอาการไม่รุนแรง คล้ายกับเป็นหวัดทั่วไป และสามารถรักษาตามแนวทาง Home Isolation ได้ สามารถเข้าสู่ระบบได้ดังนี้

กรณีตรวจหาโควิดที่โรงพยาบาล สถานพยาบาล หรือหน่วยบริการเชิงรุก

          ไม่ต้องทำอะไร ให้รอการติดต่อจากโรงพยาบาลหรือหน่วยบริการเชิงรุก ซึ่งจะดำเนินการให้เราเข้ารับการรักษาตามแนวทาง Home Isolation ต่อไป

กรณีตรวจ ATK ด้วยตัวเองแล้วได้ผลบวก

สามารถติดต่อตามช่องทางต่อไปนี้

     1. สำหรับประชาชนทั่วไป และผู้ที่ใช้บัตรทอง ให้ติดต่อ สปสช. ได้ 3 ช่องทาง

  • โทร. สายด่วน สปสช. 1330 กด 14
  • หรือกรอกข้อมูลเข้าระบบ ที่นี่
  • หรือติดต่อทางไลน์ สปสช. โดยเพิ่มเพื่อน @nhso 

     2. สำหรับผู้ประกันตนประกันสังคม มาตรา 33 และ 39

  • โทร. ไปที่สายด่วนสำนักงานประกันสังคม 1506 กด 6 และกด 7
  • หรือโทร. ไปยังโรงพยาบาลตามสิทธิของตัวเอง เพื่อรับการดูแลที่บ้านหรือที่ชุมชน

     3. สำหรับประชาชนทั่วไป สามารถติดต่อไปยัง Call Center ของจังหวัดหรือชุมชน ซึ่งแต่ละแห่งจะมีประกาศอยู่ตามหน้าเพจเฟซบุ๊กของแต่ละจังหวัด

          โดยเจ้าหน้าที่จะประสานและจับคู่กับสถานพยาบาล เพื่อให้คำแนะนำและให้การรักษาตามระบบการดูแลผู้ติดเชื้อโควิดที่บ้าน ซึ่งจะได้รับยาฟ้าทะลายโจรและยาพื้นฐานอื่น ๆ ในการรักษาตามอาการ พร้อมทั้งวิดีโอสอบถามอาการเป็นประจำ

Home Isolation

ภาพจาก : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

ต้องกักตัวที่บ้านกี่วัน

          ผู้ป่วยจะเริ่มแพร่เชื้อก่อนมีอาการประมาณ 2-3 วัน ไปจนถึงสิ้นสุดสัปดาห์แรกของการเจ็บป่วยนับจากวันที่เริ่มมีอาการ แม้อาการดีขึ้นแล้วก็ยังมีเชื้อไวรัสหลงเหลือในน้ำมูก น้ำลาย ซึ่งแพร่ไปสู่ผู้อื่นได้อีกประมาณ 10 วัน หลังจากเริ่มป่วย

          ดังนั้น คนที่กักตัวที่บ้านต้องแยกตัวเองจากผู้อื่นขณะอยู่ที่บ้านเป็นเวลาอย่างน้อย 10 วัน นับตั้งแต่วันที่เริ่มป่วยหรือตรวจพบเชื้อ หากครบ 10 วันแล้วยังมีอาการอยู่ ควรแยกกักตัวต่อจนกว่าอาการจะหายไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง แต่ถ้าไม่แน่ใจว่าควรหยุดกักตัวเมื่อไร แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ที่ดูแลอาการอยู่

วิธีดูแลรักษาอาการโควิดเบื้องต้น
Home Isolation

           ผู้ป่วยควรวัดอุณหภูมิร่างกายและระดับออกซิเจนของตัวเองทุกวัน และถ้ามีอาการอื่น ๆ ที่ไม่รุนแรงร่วมด้วยก็สามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นได้ ดังนี้

หากมีไข้ขึ้นสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส

  • รับประทานยาพาราเซตามอล 500 มิลลิกรัม ครั้งละ 1 เม็ด ทุก 4-6 ชั่วโมง หรือกินตามน้ำหนัก โดยสามารถกินได้ 10-15 มิลลิกรัม ต่อ​น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม แต่ห้ามเกิน 1,000 มิลลิกรัมต่อครั้ง แต่ถ้าแพ้ยาพาราเซตามอลให้เช็ดตัวแทน

  • ไม่ควรรับประทานยาแอสไพริน ไอบูโพรเฟน ยากลุ่ม NSAID อื่น ๆ เพราะอาจส่งผลกระทบต่ออาการโควิด 19

  • เช็ดตัวบ่อย ๆ เพื่อลดไข้

  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ 1.5-2 ลิตรต่อวัน

  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้น

หากมีอาการไอ เจ็บคอ

  • รับประทานยาแก้ไอ หรือยาอมบรรเทาอาการไอ

  • จิบน้ำผึ้งผสมน้ำอุ่น

  • ควรนอนตะแคง หรือนอนหมอนสูง

หากมีอาการหวัด คัดจมูก หายใจไม่สะดวก

  • หายใจช้า ๆ ลึก ๆ ทางจมูกและปาก เหมือนกำลังจะเป่าเทียน

  • นั่งตัวตรง ไม่นั่งหลังค่อม ผ่อนคลายบริเวณหัวไหล่

  • เอนตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย โดยใช้มือวางบนหน้าขาทั้งสองข้าง และหายใจลึก ๆ ยาว ๆ

หากสงสัยว่าโควิดลงปอดหรือยัง ?

ให้เช็กตัวเองดังนี้

  • ทำกิจกรรมตามปกติแล้วรู้สึกเหนื่อยเร็วกว่าเดิม หรือมีอาการแน่นหน้าอก เหนื่อยหอบ หายใจลำบากมากขึ้น

  • ใช้เครื่องตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือดที่ปลายนิ้ว (Pulse Oximeter) หากมีปริมาณออกซิเจนในเลือดต่ำกว่า 96% จะแสดงถึงความผิดปกติที่ปอด 

  • ทดลองเดินเร็ว ๆ เป็นเวลา 6 นาที หากมีภาวะปอดอักเสบจะรู้สึกเหนื่อยง่าย รวมทั้งระดับออกซิเจนในเลือดอาจลดต่ำลงเหลือน้อยกว่า 96%

  • ทดสอบด้วยการออกกำลังกายด้วยการลุก-นั่ง 1 นาที แล้วลองวัดออกซิเจน ถ้าตกลงเกิน 3% หรือถ้าวัดชีพจรแล้วเกิน 120 ครั้งต่อนาที หรือคนไข้หายใจหอบเหนื่อยมาก พูดเป็นคำไม่ได้ แสดงว่าน่าจะมีปัญหาในปอด ทำให้ออกซิเจนไม่พอ

  • ถ้ามีอาการดังกล่าวให้นอนคว่ำ เพื่อให้เนื้อปอดส่วนหลังที่ถูกหัวใจกดทับขยายได้ดีขึ้น การแลกเปลี่ยนก๊าซของปอดดีขึ้น ระบายเสมหะได้ดีขึ้น ถ้านอนคว่ำไม่ได้ เช่น มีภาวะอ้วน หรือตั้งครรภ์ ให้นอนตะแคงเอาด้านซ้ายลง

  • ถ้าอยู่ในท่านอนนาน ๆ ให้ขยับขาบ่อย ๆ เพื่อป้องกันการเกิดลิ่มเลือด
     

อาการโควิดลงปอดเป็นยังไง พร้อมวิธีเช็กเบื้องต้น สัญญาณไหนต้องรีบรักษา

การใช้ฟ้าทะลายโจร

  • สำหรับคนติดเชื้อโควิดที่มีอาการไข้ หวัด เจ็บคอ ครั่นเนื้อครั่นตัว และไอ สามารถใช้ฟ้าทะลายโจรได้ โดยรับประทานสารสกัดฟ้าทะลายโจรที่มีแอนโดรกราโฟไลด์ (Andrographolide) ในปริมาณ 180 มิลลิกรัมต่อวัน แบ่งกินวันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร ติดต่อกันเป็นเวลา 5 วัน และไม่เกินนี้ 

  • ในเด็กโตอาจพิจารณาให้ใช้ฟ้าทะลายโจร ขนาด 3-3.5 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน โดยแบ่งให้กินวันละ 3-4 ครั้ง และเด็กที่มีน้ำหนักตัว 50 กิโลกรัมขึ้นไป ให้ใช้ขนาดเท่ากับผู้ใหญ่

  • ห้ามใช้ฟ้าทะลายโจรในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร ผู้ที่มีความดันต่ำ ผู้ที่แพ้ฟ้าทะลายโจร คนที่มีปัญหาเรื่องตับ เป็นต้น
     

วิธีกินฟ้าทะลายโจรรักษาโควิด 19 ควรใช้อย่างไร ต้องกินวันละเท่าไร

สิ่งที่ควรทำเมื่อ Home Isolation
Home Isolation

    1. ไม่ให้บุคคลอื่นมาเยี่ยมบ้าน และงดออกจากบ้าน

    2. อยู่ในห้องส่วนตัวตลอดเวลา หากยังไอ จาม ต้องสวมหน้ากากอนามัยแม้อยู่ในห้อง (ควรสวมหน้ากากอนามัย ไม่ใช้หน้ากากผ้า)

    3. ไม่อยู่ใกล้ชิดบุคคลอื่นในบ้าน ถ้าจำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัย และอยู่ห่างอย่างน้อย 1-2 เมตร 

    4. ล้างมือด้วยสบู่และน้ำ หรือเจลแอลกอฮอล์เป็นประจำ ทั้งหลังจากเข้าห้องน้ำ หรือก่อนสัมผัสจุดเสี่ยงที่ใช้ร่วมกันในบ้าน

    5. กรณีผู้ป่วยเป็นมารดาให้นมบุตร สามารถให้นมบุตร แต่ต้องสวมหน้ากากอนามัย

    6. ใช้ห้องน้ำแยกจากคนอื่น แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ควรเข้าเป็นคนสุดท้าย ปิดฝาชักโครกก่อนกดน้ำ ทำความสะอาดห้องน้ำ พื้นผิว โถสุขภัณฑ์ ด้วยน้ำและน้ำยาฟอกขาว หรือโซเดียมไฮโปคลอไรท์ 5% (เช่น ไฮเตอร์, คลอรอกซ์)

    7. แยกห้องพัก และไม่ใช่สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น จาน แก้วน้ำ ช้อน-ส้อม ผ้าเช็ดตัว คอมพิวเตอร์

    8. ไม่ร่วมรับประทานอาหารกับผู้อื่น

    9. ทิ้งหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วและขยะปนเปื้อนในถุงพลาสติก ปิดปากถุงให้สนิทก่อนทิ้ง และล้างมือด้วยน้ำและสบู่ทันที

    10. วัดไข้และออกซิเจนในเลือดทุกวัน

อาการแบบไหนต้องส่งต่อโรงพยาบาล

          ในกรณีที่รักษาตัวอยู่บ้านแล้วมีอาการรุนแรงขึ้นดังต่อไปนี้ ให้รีบติดต่อโรงพยาบาลที่ดูแลอยู่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประสานเข้าระบบการรักษาในโรงพยาบาล โดยเกณฑ์ในการนำส่งต่อผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาล คือ

           1. เมื่อมีอาการไข้สูงกว่า 39 องศาเซลเซียส ระยะเวลานานกว่า 24 ชั่วโมง

           2. หายใจเร็วกว่า 25 ครั้งต่อนาที ในผู้ใหญ่

           3. Oxygen Saturation ต่ำกว่า 94%

           4. โรคประจำตัวที่มีการเปลี่ยนแปลง หรือจำเป็นต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ตามดุลยพินิจของแพทย์

           5. สำหรับในเด็ก หากมีอาการหายใจลำบาก ซึมลง ดื่มนมหรือรับประทานอาหารน้อยลง

           ทั้งนี้ การรักษาตัวที่บ้านต้องปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อให้หายป่วยโดยเร็ว และป้องกันการแพร่เชื้อสู่คนในบ้าน

บทความที่เกี่ยวกับข้องโควิด 19

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
Home Isolation กักตัวที่บ้านกี่วัน ต้องทำยังไง อาการแบบไหนถึงส่งต่อ รพ. อัปเดตล่าสุด 12 มกราคม 2565 เวลา 20:13:22 3,545 อ่าน
TOP